กระทู้ผีพันทิป: ไม่มีใครเคยบอกเหรอว่า “อย่าสวมใส่เสื้อผ้าของคนตาย”

เค้าว่ากันว่า เสื้อผ้าหรือของใช้ของคนที่ตายไปแล้วอย่าเก็บไว้ ให้เผาไปพร้อมกับคนตายเสีย หรือไม่ก็เอาไปบริจาคเลย

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่ปู่ของผมเสียชีวิตครับ แกเสียด้วยโรคชราปกตินี่แหละครับ หลังจากเผาศพไปแล้ว คืนนั้นแหละครับทุกคนก็กลับมาบ้าน แล้วก็นอนรวมๆกัน น้องของผมมันไปเอาเสื้อกับกางเกงของปู่มาใส่ครับ ที่บ้านไม่ได้เอาไปเผาด้วย ผมเห็นมันใส่ก็ยังตกใจ เพราะเสื้อกับกางเกงตัวนี้ปู่ชอบใส่ประจำจนผมติดตา แล้วตัวผมเองก็จะเป็นคนเช็ดตัว ล้างตัวให้ปู่เพราะก่อนจะเสียชีวิต ปู่ไม่มีแรงลุก เดินเหินไปไหนไม่ได้ แล้วผมก็จะทาแป้งแคร์ให้ปู่ประจำ จนชินกับกลิ่นแป้งนี้ไปเลยครับ

ผมเห็นน้องใส่ชุดปู่ก็ยังพูดเล่นกับมันเลยว่า เอาชุดปู่มาใส่เดี๋ยวปู่ก็มาหาหรอกคืนนี้อ่ะ มันก็บอกว่า “มาเลย ไม่กลัวปู่หรอก ถ้าปู่มาหาจริงจะขอหวยเลย” ทุกคนที่ได้ยินก็ยังขำๆหัวเราะกัน ที่นี้ตอนนอนด้วยความที่ญาติๆมาเยอะ ห้องนอนไม่พอ ผมกับน้องๆก็ปูเสื่อนอนกันตรงโถงกลางบ้าน นอนกันโล่งๆเลยครับไม่ได้กางมุ้ง แล้วไอ้น้องคนที่ใส่ชุดปู่ มันก็อุตริขึ้นไปนอนบนเตียงไม้ที่ปู่นอนตาย มันชวนผมขึ้นไปนอนแต่ผมไม่เอาด้วย แต่ก็นอนข้างๆเตียงตรงนั้นแหละครับ ที่เคยนอนเฝ้าปู่ก่อนท่านจะเสีย

ตกดึกผมได้ยินหมาหอนเกรียวเลย รู้สึกขนลุกมาก แล้วก็ได้กลิ่นแป้งที่เคยใช้ทาให้ปู่ ลอยโชยมาตามลม คือกลิ่นมันแรงมาก ก็คิดว่าคงมีใครซักคนทาแป้งแคร์ เลยไม่คิดอะไร ซักพักผมได้ยินเสียงไอ แค่กๆ เหมือนเสียงที่ปู่เคยไอตอนยังมีชีวิตอยู่ ไอแบบแห้งๆเสียงแหบพร่า แล้วเสียงนั้นคือดังมาจากบนเตียงซึ่งน้องผมนอนอยู่คนเดียว ผมกลั้นใจรวบรวมความกล้าแล้วผงกหัวขึ้นดู แสงไฟจากข้างนอกสาดเข้ามาในบ้านทำให้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน…

น้องผมไม่ได้อยู่บนเตียงครับ แต่กลับเป็นร่างของปู่นอนอยู่แทน ในชุดเดียวกับที่น้องผมใส่ ผมไม่ได้ตาฝาดหรือคิดไปเองแน่นอน พอผมเห็นแบบนั้น ผมก็รีบหลบลง แล้วนอนหันหลังให้เตียงเลยครับ นาทีนั้นผมกลัวมาก เหงื่อแตกพลัก มือก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งๆที่รู้ว่านั่นคือปู่ของเรา แต่ก็ยังฝืนใจตัวเองให้รู้สึกดีกับสิ่งที่ปรากฏให้เห็นไม่ได้ ไม่รู้ว่าผมหลับไปตอนไหน ตื่นมาอีกที น้องๆมาปลุกไปเก็บกระดูกปู่ที่วัด ผมไม่กล้าเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ใครฟัง มีแต่ไอ้น้องคนนั้นมาเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อคืนมันฝันว่าปู่มานอนกับมัน นอนข้างๆมันเลย ผมงี้ขนลุกเลยครับ แต่ผมก็ไม่ได้บอกมันนะ ว่าผมก็เห็นว่าปู่มานอนบนเตียงเหมือนกัน

อีกเรื่องที่อยากจะเล่า ยังอยู่กับเรื่องเสื้อผ้าของคนตายนะครับ…

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนของผม ช่วงที่ผมเรียน ม.ปลาย ตอนปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 เพื่อนผู้ชายในกลุ่มคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เพราะขับรถมอเตอร์ไซค์ไปชนท้ายรถบรรทุกรถเกี่ยวข้าว ที่จอดเสียอยู่ตรงไหล่ทางครับ เพื่อนคนนี้ชื่อว่า ต๊อบ พวกผมตกใจและเสียใจมาก เพราะอีกแค่เทอมเดียวพวกเราก็จะจบ ม.6 กันแล้ว คืนแรกผมกับเพื่อนในกลุ่มก็ไปช่วยงานศพ ซึ่งตั้งศพไว้ที่บ้าน แล้วก็จะนอนที่บ้านของเพื่อนที่เสียชีวิตเลย เพราะเป็นช่วงปิดเทอมก็กะว่าจะอยู่ช่วยงานกันจนเสร็จ แต่ก็มีเพื่อนบางคนที่ไม่ได้มานอนด้วย

ผมเองเป็นคนที่มีสัมผัสอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ตอนที่ผ่านจุดที่เพื่อนตาย ผมยังเห็นเพื่อนคนที่ตายยืนอยู่ตรงที่เกิดเหตุเลยครับ แสดงว่ามันยังไม่ได้กลับบ้าน ผมก็ไม่ได้บอกพ่อกับแม่ของมันเพราะกลัวว่าเค้าจะไม่เชื่อ หลังจากพระสวดศพเสร็จเรียบร้อยในคืนแรก พวกผมก็ทยอยกันไปอาบน้ำ แล้วก็มานั่งคุยกันตรงหน้าที่ตั้งโลงศพ ไอ้เบส เพื่อนในกลุ่มมันไปเอาเสื้อของไอ้ต๊อบคนที่ตายมาใส่ครับ เพราะมันไม่ได้เตรียมชุดสำรองมาเผื่อ เพื่อนคนอื่นๆ ก็เตรียมมาพอดีแค่คนละตัวสองตัวเท่านั้น พวกผมก็คุยกันเล่นๆว่า

“เดี๋ยวไอ้ต๊อบก็มาหามึงหรอก ไปเอาเสื้อมันมาใส่อ่ะ”

ไอ้เบสก็พูดกลับมาว่า “มาเลยกูไม่กลัวหรอก กูจะกอดให้แน่นๆเลย”

พวกเราก็ขำๆกันครับ ส่วนตัวผมเองก็ยังรู้สึกว่าไอ้ต๊อบยังไม่ได้กลับบ้าน แต่ก็ไม่รู้จะบอกพ่อกับแม่ของมันยังไง หลังจากนอนในคืนแรกก็ไม่มีอะไรครับ พวกผมนอนเรียงกันด้านหน้าโลกศพไอ้ต๊อบนั่นแหละ ไฟก็เปิดสว่างทั้งคืน เพราะข้างนอกบ้านมีคนเล่นนับเลขกันอยู่ (ป๊อก 8 ป๊อก 9) ก็เป็นปกติของบ้านนอกแหละครับ พอตอนเช้าไอ้เบสยังมาทำคุย ว่าไอ้ต๊อบไม่เห็นจะมาหามันเลย

“ก็มันยังไม่ได้กลับมาบ้านอ่ะ มันจะมาหามึงได้ไง” ผมบอกไอ้เบส

“มึงรู้ด้วยเหรอวะ เมื่อคืนกูก็ฝันว่าไอ้ต๊อบยังอยู่ตรงที่มันตายว่ะ”

ไอ้ม่อนเพื่อนอีกคนเดินเข้ามากระซิบบอกผมว่า “เออ…กูก็เห็นว่ามันยังอยู่ตรงนั้น”

“เวร! งั้นเราไปบอกพ่อแม่มันดีไหมวะ เค้าจะได้ไปเชิญมันกลับบ้าน สงสารมันว่ะ”

ผมกับไอ้ม่อนพากันไปคุยกับพ่อแม่ของไอ้ต๊อบ แม่ของไอ้ต๊อบเองก็บอกกับผม ว่าฝันเห็นไอ้ต๊อบเหมือนกันแต่ในฝันไอ้ต๊อบเอาแต่ร้องไห้ วันนั้นพ่อแม่ของไอ้ต๊อบก็เลยไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณอีกครั้ง หลังจากที่เคยทำมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง

คืนที่สองหลังจากพระสวดศพเสร็จ พวกผมอาบน้ำแล้วก็นั่งคุยกันเหมือนเดิม จนดึกก็พากันนอนเรียงๆกันตรงหน้าโลกศพไอ้ต๊อบ ไอ้เบสมันก็ไปเอาเสื้อไอ้ต๊อบมาใส่อีกแล้วครับ มันบอกพวกผมว่า เมื่อคืนนอนหลับสบายมาก คืนนี้ก็คงเหมือนเดิม ไม่เห็นไอ้ต๊อบมันจะมาหาเลย ผมก็บอกมันว่า

“เมื่อเช้านี้เค้าไปเชิญวิญญาณกันใหม่แล้วนะ คืนนี้ไอ้ต๊อบอาจจะกลับมาบ้านแล้วก็ได้”

ไอ้เบสมันก็ได้แต่หัวเราะ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัวอะไรเลย แต่ในตอนนั้นผมกลับมีความรู้สึกว่า ตรงบริเวณโลงศพไอ้ต๊อบมีอะไรบางอย่าง ผมก็ไม่กล้าหันไปมอง พอรู้สึกแบบนี้ผมก็รีบล้มตัวลงนอน เสียงหมาหอนขึ้นมาตอนกลางดึก แต่ก็คงเป็นปกติและไม่มีใครกลัว เพราะคนที่เล่นการพนันกันอยู่ด้านนอกก็ยังมีเสียงคุยกัน ไฟในบ้านก็เปิดสว่าง

“อือ…อือ…”

ไอ้เบสที่นอนอยู่ข้างๆผม ร้องขึ้นมา ผมหันไปมองมัน มันนอนกอดตัวเองแน่น แล้วก็ดิ้นไปมา พร้อมกับเสียงคราง อือ อือ… ผมเลยจับตัวมันแล้วก็เรียกมัน เพราะคิดว่ามันละเมอ หรือไม่ก็ฝันร้าย

“ไอ้เบส ตื่น ไอ้เบส เป็นไรวะ” ผมเขย่าตัวไอ้เบสพร้อมกับเรียกชื่อมัน เพื่อนคนอื่นๆก็พลอยตื่นมาด้วย ไอ้เบสสะดุ้งสุดตัวแล้วก็ลุกขึ้นมานั่ง มันรีบถอดเสื้อที่ใส่อยู่แล้วขว้างทิ้งอย่างเร็ว พร้อมกับถอยตัวออกมาห่างจากโลงศพไอ้ต๊อบ

“ไอ้เชี่ยต๊อบ ไอ้เชี่ยต๊อบมานอนกอดกู” ไอ้เบสโผตัวเข้ามาหาผม มานั่งใกล้ๆผม ตัวมันสั่นยังกับลูกหมาตกน้ำด้วยความกลัวสุดขีด

“แม่งกอดกูซะแน่นเลย เชี่ยต๊อบ กูกลัวแล้ว!”

“เออๆ ใจเย็นๆ ไม่ต้องกลัว ไอ้ต๊อบมันก็เพื่อนเรา” ผมปลอบใจไอ้เบส แล้วก็ลุกเดินไปจุดธูปไหว้บอกไอ้ต๊อบที่หน้าโลงว่า ‘อย่ามาหลอกเพื่อนเลย พวกกูกลัว ที่มาก็จะมาช่วยงานมึงให้มันเสร็จลุล่วง อย่ามาหลอกกันเลย’

ไอ้เบสเอาเสื้อไอ้ต๊อบไปเก็บแล้วกลับมาใส่เสื้อของมันเอง ทีนี้มันมานอนข้างผมเลยครับ มันเชื่อแล้วว่าวันนี้ไอ้ต๊อบได้กลับมาบ้านแล้ว เพราะโดนกอดจนแน่น แต่มีเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ ผมหันไปตรงที่ไอ้เบสนอนเมื่อกี้ื เห็นเศษหญ้า เศษฟางข้าวแห้งชิ้นเล็กๆ ตกอยู่ เหมือนกับตอนที่มีคนไปพบศพไอ้ต๊อบมาเล่าให้ฟังเลยครับ ว่าศพติดคาอยู่กับท้ายรถบรรทุก ร่างของไอ้ต๊อบก็เกรอะกรังไปด้วยเลือดและเศษฟางข้าว ที่ติดอยู่ตามใบหน้าและลำตัวที่บิดงอของศพ…

 

ที่มา: pantip.com

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!