เรื่องเล่าสยองขวัญ: ของดีจากหมอดู

เมื่อปี 2552 ครอบครัวเราได้ซื้อบ้านหลังใหม่ ย่านอุดมสุขครับ ซึ่งบ้านนี้เป็นเหมือนทาวน์โฮม ตอนนั้นเราย้ายกันเข้าไปทั้งครอบครัว มีพ่อ แม่ พี่ชายผม และผม

ตอนนั้นเราย้ายกันเข้ามา ในขณะที่ทุกคนต่างวุ่นวาย ยังไม่ค่อยมีอะไรลงตัว แต่ที่ต้องรีบย้าย เพราะว่า แม่ของผมไปดูดวงมา แล้วเค้าบอกว่าวันนี้เป็นวันดี ฤกษ์มงคล ให้รีบย้ายเข้าบ้านช่วงเวลานี้ซะ ย้ายเข้าพร้อมกับนำพระประธานเข้าบ้านวันและเวลาเดียวกัน

ในวันที่ย้าย แม่ผมก็ทำตามนั้นทุกอย่าง โดยทุกคนต้องเดินเข้าบ้านทีละลำดับด้วยนะครับ (สำหรับตัวผม ผมมองว่าไร้สาระ ซึ่งผมเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเลยนี้อยู่แล้วด้วยครับ) พอเราทุกคนเข้ามาในตัวบ้านเสร็จ แม่ก็ทำนู้นนี่ ตามที่หมอดูแนะนำ แล้วก็ให้เราอยู่ในบ้านกันสักพัก หลังจากนั้น ทุกคนก็แยกย้าย ผมไปเรียน พี่ชายไปรับแฟนที่สนามบิน ส่วนพ่อกับแม่ ไปดูงานกับลูกค้า

ต้องบอกว่า ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ แม่ของผมเป็นคนที่ต้องดูฤกษ์ทุกครั้ง แม้กระทั่งวันและเวลาคลอดหลาน ที่เป็นลูกของพี่ชายผม และใครที่มาบอกแม่ว่า หมอดูคนนี้แม่น ไม่ว่าจะใกล้ไกล ถูกแพงแค่ไหน แม่ผมไปทุกที่เลย ที่สำคัญ แม่ผมเหมือนเป็นคนที่ชอบลองของด้วยว่า ที่นี่ของจริงหรือของปลอม เพราะถ้าปลอมแม่ผมก็ด่ากระเจิง ที่ผมบอกได้ละเอียดขนาดนี้ เพราะทุกครั้งที่แม่ไปดูดวง มักจะต้องมีผมไปด้วยทุกครั้ง เพราะผมต้องเป็นคนขับรถพาแม่ไป

แต่ก็อยากบอกทุกคนนะครับ ว่าหมอดูแม่นๆ เก่งๆ มีเยอะจริงๆ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด บางที่แม่นถึงขนาดที่บอกได้ว่า ผมมีปานแดงที่ก้นข้างซ้าย (ผมนึกในใจ…แม่งแอบเข้ามาดูของลับผมด้วยรึเปล่าวะเนี่ย)

และเรื่องของความสยองก็เกิดขึ้นครับ เมื่อมีคนมาแนะนำแม่ผมว่า มีหมอดูคนนึงเก่งมาก เป็นหมอสายเขมร ที่สำคัญ ค่าครูแล้วแต่ศรัทธา พอแม่ผมรู้เท่านั้นแหละ รออะไรหล่ะครับ พรุ่งนี้ผมก็ต้องโดดเรียนตามระเบียบ เพื่อไปดูดวงเป็นเพื่อนแม่

หมอดูคนนี้อยู่แถวนครนายกครับ ขับเข้าไปไกลมาก แถมทางเข้าบ้านหมอดูเป็นทางเลนเดียวด้วย รถสวนกันไม่ได้ หน้าซอยจะมีคนของสำนักหมอดูเขา คอยวอหากันเรื่องรถเข้าออก

วันนั้นที่ผมไป แม่ผมกับผม โดนหมอดูไล่กลับ เพราะเค้าบอกว่า ถ้ามึงจะมาลองของ กูไม่ดูให้หรอก ผมนี่งงไปเลย เพราะผมไม่ได้คิดอะไร แต่แม่ผมนี่กลับหน้าเสียแทน และในที่สุด ผมกับแม่ก็ต้องกลับกันจริงๆ พูดง่ายๆ ก็คือเสียเที่ยวนั่นเองครับ

อีกไม่กี่วันต่อมา แม่บอกให้ผมไปเป็นเพื่อนอีกที เค้าโทรนัดกับทางตำหนักแล้ว แต่รอบนี้เราไปกลับช่วงเย็นๆ เลยครับ เพราะแม่บอกว่า เค้าให้เราเข้าไปดูช่วงค่ำๆ ในขณะที่ผมกับแม่กำลังขับรถเข้าไปนั้น ข้างทางมันดูวังเวงแปลกๆ มันเงียบ และไม่มีไฟเลยสักดวง จากที่ส่วนตัวผมเป็นคนไม่ค่อยกลัว เพราะไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ผมก็รู้สึกหวั่นๆ เหมือนกัน

พอเราไปถึงตำหนัก แม่กับผมก็เดินเข้าไปยังตำหนัก ในนั้นมีอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย โดยเฉพาะกุมาร มีเป็นร้อยๆ ตัวเลย (ไม่รู้ผมใช้คำเรียกถูกป่าวนะครับ หากผิดต้องขออภัย) แล้วอีกอย่างที่สะดุดตา คือมีเหมือนแท่นอะไรไม่รู้เป็นทรงกระบอก หัวมลๆ สีดำ แท่งใหญ่มาก และเต็มไปด้วยพวงมาลัย เมื่อเริ่มดูดวง หมอดูคนนี้ก็พูดว่า

“บ้านที่มึงย้ายกันมาน่ะ มีผีนะ เป็นคนจรจัดมาตายในบ้านคนนึง แล้วก็เป็นผีผู้หญิงที่ตายตอนก่อสร้างอีกคนนึง”

แว๊บแรกที่ผมรู้สึกคือ ผมกับแม่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย เขารู้ได้ไงวะเนี่ย ต่อด้วยเรื่องอื่นอีกมากมาย ที่หมอดูพูดออกมา โดยที่แม่กับผมไม่ได้ถามอะไรเลย แล้วเค้าก็พูดปิดท้ายด้วยคำพูดที่ว่า

“กูแม่นไหมล่ะ”

แม่ผมก้มหน้าลงแล้วพูดว่า “แม่นจริงๆ ค่ะ”

หลังจากนั้น เค้าก็บอกว่า เค้ามีเรื่องจะคุยกับแม่ผมตามลำพัง ให้ผมออกไปข้างนอกก่อน คราวนี้ล่ะครับ ผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ได้แต่ไปนั่งอยู่ในรถเป็นชั่วโมง แล้วสักพักก็เห็นแม่เดินกลับมา ตาแดงๆ เหมือนร้องไห้มา ผมก็ถามว่า มีอะไรป่าวแม่ แม่ตอบว่า “ไม่เป็นไรๆ”

ระหว่างทางกลับมา แม่ผมก็เหมือนจะพูดอะไรงึมงำมาตลอดทาง แต่ผมก็ไม่สนใจอะไร ได้แต่รีบขับรถกลับบ้าน เพราะเริ่มง่วงแล้ว อยากจะกลับให้ถึงบ้านเร็วๆ

แต่คืนนั้น หลังจากที่ไปดูดวงมา ผมก็เข้านอนปกติ ผมฝันว่ามีผู้หญิงผมยาวๆ (เหมือนผีอีแพง) ยืนอยู่หน้าบ้านผม แล้วก็ลอยไปลอยมา ผมก็สะดุ้งตื่น แล้วก็คิดแค่ว่าคงฝันไปแล้วผมก็นอนต่อ

หลังจากนั้นมา แม่ผมก็ไม่ไปดูดวงที่ไหนอีกเลย แล้วก็บอกผมเสมอว่า เราได้ของดีมาแล้ว ไม่ต้องไปหาที่ไหนแล้ว ซึ่งตอนนั้นกิจการของครอบครัวผมก็ดีขึ้นจริงๆ ดีจนน่าตกใจ จนเดือนนั้น แม่ออกรถใหม่ให้ผมเลยทีเดียว
หลังจากนั้นอีก 3 เดือน มีอยู่คืนนึง ผมกลับมาบ้านดึก โดยคืนนั้นมีแม่อยู่ที่บ้านคนเดียว เพราะตอนนั้นพ่อผมไปต่างประเทศ 2 เดือน ส่วนพี่ชายก็ขึ้นไปอยู่กับแฟนที่เชียงราย เพราะหลานเพิ่งคลอด แฟนพี่ชายเลยอยากขึ้นไปอยู่ที่บ้าน พอผมกลับมาถึงบ้านผมก็แปลกใจ ว่าทำไมบ้านยังเปิดไฟอยู่ เพราะแม่เป็นคนที่ค่อนข้างนอนเร็วมาก 2 ทุ่มกว่าๆ แม่ก็จะขึ้นนอนแล้ว พอผมเข้ามาในบ้าน สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็คือ แม่ผมเอามีดกรีดแขนตัวเอง เลือดเต็มไปหมดเลย! แล้วก็ร้องไห้ พอเห็นผม แม่ก็ได้แต่ร้องแล้วบอกว่า

“ช่วยแม่ด้วยๆ อีผีมันจะเอาแม่ไปอยู่ด้วย!”

ผมเห็นแบบนั้น ผมแทบช็อค เพราะไม่คิดว่าแม่ผมจะทำแบบนี้ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาแม่ แล้วพยายามดึงมีดในมือแม่ออกมา แม่ผมก็หันมามองตาขวาง แล้วก็หัวเราะ พร้อมกับพูดเป็นภาษาแปลกๆ ที่ฟังไม่รู้เรื่องเลย แล้วก็หัวเราะต่อ ผมกับแม่ก็ยื้อมีดกันไปมา แต่ตอนนั้นแม่ผมแรงเยอะมาก แล้วสุดท้ายแม่ก็ดึงมีดกลับไปได้ แล้วแม่ก็เอามีดแทงตัวเอง ต่อหน้าต่อตาผม ผมได้แต่แหกปากร้องเรียกให้คนช่วย แต่ว่าตอนนั้นที่บ้านผมย้ายเข้าไปอยู่ ยังไม่ค่อยมีใครย้ายเข้ามา เพราะยังเป็นหมู่บ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ และมีคนย้ายเข้าๆ ออกๆ บ่อยมากในตอนนั้น

ในที่สุด แม่ของผมก็จากไป แม่ผมหยุดหายใจในขณะที่ผมกำลังพาแม่ไปโรงพยาบาล หมอบอกว่า แม่ผมเสียเลือดมากเกินไป แล้วรอยแผลที่เกิดจากมีดที่แทงเข้าไปจนทะลุปอด

หลังจากเกิดเรื่อง พ่อก็บินกลับมาทันที และพี่ชายก็บินกลับมาเช่นกัน เพื่อที่จะมาจัดแจงงานศพให้กับแม่ของผม หลังจากจบงานของแม่ผม ผมกับพี่ชาย ก็บุกไปที่ตำหนักหมอดู ที่ผมไปกับแม่เป็นที่สุดท้าย แต่แล้วสิ่งที่ผมเจอคือ บ้านเก่าๆ ที่มีคนอยู่เพียงคนเดียว ผมตรงเข้าไปเพื่อที่จะเอาเรื่องหมอดูคนนั้น ว่าทำอะไรกับแม่ผม เพราะหลังจากมาดูดวงที่นี่ แม่ผมก็ไม่ได้ไปที่ไหนอีก แล้วก็บอกว่าได้ของดีมา หมอดูเอาอะไรให้แม่ผมกันแน่

แต่แล้ว หมอดูที่ผมเจอวันนั้น กลับเหลือเพียงรูปถ่ายที่ติดอยู่บนกำแพง เขาเพิ่งเสียไปได้ไม่กี่อาทิตย์ โดยคนที่อยู่ที่บ้านหลังนั้น (แม่ของหมอดู) บอกว่า ลูกของเค้าโดนคนปองร้าย เอาผ้าถุงที่เปื้อนประจำเดือนมาคลุมหัว (พวกนั้นเข้ามาทำเป็นเหมือนจะมาดูดวง) แล้วหลังจากนั้น ในตอนกลางคืน ลูกชายเค้าก็มีอาการเดียวกันกับที่แม่ผมเป็น แม่ของหมอดูบอกว่า ลูกของเค้าโดนอีผีหงพรายที่เลี้ยงเอาไว้เพื่อช่วยคน มาเอาชีวิต ผมเองก็ไม่รู้หรอกนะครับ ว่าผีหงพรายคืออะไร แต่ทำไมมันต้องมาเอาแม่ผมไปด้วย

แม่ของหมอดูก็บอกว่า ผีพวกนี้ ช่วยเราได้ดี หากเราคุมมันได้ หรือมีคนที่มีคาถาคุมมัน มันก็จะเชื่อฟัง แล้วช่วยเราทุกอย่าง แต่ลูกชายของเค้าก็ไม่ได้จะให้หงพรายกับใครง่ายๆ คือใครที่จะเอาหงพรายไป จะต้องรู้ถึงคุณและโทษของมันก่อนที่จะเอาไปอยู่ด้วย และแม่ของหนุ่มก็คงต้องรู้แล้วหล่ะ ถึงกล้าเอาไป…

แม่ของหมอดูบอกให้ผมกลับไปดูที่บ้านนะ ว่าแถวๆ หน้าบ้านหรือประตูรั้ว มีขวดแก้วเล็กๆ ข้างในมีเส้นผม เศษดิน และน้ำมันสีเหลืองๆ หรือเปล่า ถ้ามีให้เอาไปเผาที่วัดซะ เพราะไม่งั้น มันจะมาเอาคนอื่นไปด้วย!

ผมกับพี่ชาย ก็ได้แต่ช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหมอดูเช่นกัน จนเรา 2 คนก็ไม่กล้าเอาเรื่องกับแม่ของเค้า เพราะในขณะที่เค้าพูด เค้าก็น้ำตาคลอๆ ตลอด ก่อนผมจะกลับ เค้าบอกว่า หนุ่มไม่ใช่แค่ครอบครัวแรกที่มาหาเค้า เค้าพูดเหมือนเสียใจ พร้อมกับบอกว่า เค้าล่ะอยากฆ่าตัวตาย แต่เค้าทำไม่ได้ เค้าต้องอยู่รับกรรมในสิ่งที่ลูกเค้าเคยช่วยคนอื่นในทางที่ผิด และสิ่งที่เค้ารับกรรมอยู่คือการตายทั้งเป็น ทั้งเสียลูก และยังต้องมารับหน้าแทนลูกที่ตายไปอีก

ผมกับพี่ชายรีบกลับมาบ้าน และหาดูตามที่แม่ของหมอดูบอก ในที่สุดก็พบขวดที่มีลักษณะเช่นนั้นจริงๆ ผมกับพี่ชายไม่รีรอ รีบเอาไปที่วัดและจัดการอย่างที่แม่ของหมอดูบอกทันที

ปัจจุบันนี้ บ้านหลังนี้ขายไปแล้วนะครับ เพราะหลังจากที่ผมไปจัดการเรื่องหงพราย คนในบ้านก็จะได้ยินเสียงผู้หญิงมาร้องโหยหวยหน้าบ้านทุกคืน จนพ่อผมตัดสินใจขาย และย้ายมาอยู่ที่อยู่ในปัจจุบันนี้แทนครับ

 

ที่มา: appgeji.com

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!