ผีหลังกลวง – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ในสมัยก่อนชาวบ้านในหลายพื้นที่ของทางภาคใต้ มักจะเล่าลือถึงเรื่องของผีป่าประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า ผีหลังกลวง ซึ่งผีชนิดนี้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนทั่วๆ ไป หากแต่ที่ผิดแปลกออกไปก็คือ บริเวณหลังของพวกมันจะกลวงจนเห็นแนวกระดูกสันหลัง และมักจะมีหนอนหรือกิ้งกือไต่ยั้วเยี้ยอยู่ข้างในนั้น

ดังนั้นเวลาผีหลังกลวงไปไหนมาไหนจึงมักเอาผ้าคลุมปิดแผ่นหลังที่กลวงโบ๋ เพื่อไม่ให้ผู้คนที่พบเห็นได้รู้ตัวตนจริงๆ ของพวกมัน

ตามความเชื่อที่เล่าลือกันมานั้นกล่าวไว้ว่า ผีหลังกลวงเป็นผีที่มีลักษณะกึ่งดีกึ่งร้าย ซึ่งบางครั้งก็จะปรากฏกายออกจากป่า ลงมาช่วยผู้คนทำงานหรือช่วยเหลือชาวบ้าน แต่บางครั้งก็ทำร้ายคนเดินทางผู้เคราะห์ร้ายที่ไปพบพวกมันเข้าโดยบังเอิญในป่าลึก

คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ถ้าหากใครเข้าป่าแล้วเกิดพัดหลง ห้ามส่งเสียง “โห่..ฮิ้ว..” เป็นอันขาด เพราะจะมีเสียง “โห่..ฮิ้ว..” ของผีหลังกลวงโห่รับกลับมาเป็นทอดๆ จนแยกไม่ออกว่าเสียงไหนเป็นเสียง คน หรือเสียง ผี!

ณ ภูเขาสันกาลาคีรี จังหวัดยะลา ที่ชาวบ้านชอบเรียกกันว่า ศาลาคีรี ซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตกั้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย มีเรื่องเล่าเก่าแก่ที่เล่าต่อๆ กันมาว่า ถ้าหากชาวบ้านขึ้นไปบนภูเขา ไปหาของป่า หรือไปตัดไม้ก็ตาม ถ้าหลงป่าหาทางออกไม่ได้ เดินวนเวียนอยู่จนมืดค่ำ ผู้หลงป่าก็จะพบศาลาที่พักที่มีข้าวปลาอาหาร ขนม ผลไม้ บริบูรณ์

และที่นั่นก็คือที่พักของผีหลังกลวง เมื่อผู้หลงป่าแวะกินอาหาร หรือแม้แต่นึกอยากจะกินอะไรอย่างอื่นนอกเหนือจากนั้น สิ่งที่ต้องการก็จะบังเกิดขึ้นตามใจนึก เมื่อผู้หลงป่ากินจนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว ก็จะสามารถเดินกลับออกจากป่าได้โดยไม่หลง เพราะจะเกิดทางเดินลงมาจากภูเขาสันกาลาคีรีเป็นแนวตรงทอดยาวมาจนถึงชายป่า ซึ่งเป็นทางออกมุ่งตรงสู่หมู่บ้าน

เกี่ยวกับเรื่องนี้มีเรื่องเล่าว่า มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ชักชวนกันขึ้นเขาสันกาลาคีรีเพื่อไปหาสมุนไพรป่า ชาวบ้านกลุ่มนั้นได้เตรียมตะเกียงติดตัวไปด้วย เผื่อว่ามืดค่ำจะได้ใช้ส่องทาง

ปรากฏว่าเที่ยวหาของป่าอยู่จนพลบค่ำแล้วเกิดหลงทาง เที่ยวเดินหาทางออกก็ไม่พบ จนมาเจอศาลาของผีหลังกลวงจึงได้ชวนกันกินอาหาร ผลไม้ ในศาลานั้นจนอิ่ม ก็พบทางลงจากภูเขา แต่ชาวบ้านอยากลองจึงแกล้ง ตัดทาง โดยการถางป่าให้เป็นทางลงมาแล้วทำเครื่องหมายไว้ เผื่อคราวหน้าจะได้ขึ้นไปที่ศาลาผีหลังกลวงอีก

พอวันรุ่งขึ้นชาวบ้านย้อนกลับขึ้นไปดูตรงจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ แต่กลับถูกผีหลังกลวงถางป่า วกไปวนมาจนจำไม่ได้ว่าตรงไหนกันแน่ที่ทำเครื่องหมายเอาไว้ สุดท้ายก็ไม่สามารถกลับขึ้นไปที่ศาลาผีหลังกลวงได้อีก

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ ผีหลังกลวงเป็นผีที่มีสัจจะ และหากมันได้ตกปากรับคำจะทำสิ่งใด พวกมันก็จะทำตามคำพูดที่ให้ไว้ และในทางกลับกัน หากใครสัญญาสิ่งใดกับพวกมันก็ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็จะต้องพบกับความหายนะ ดังเช่นเรื่องเล่าต่อไปนี้

เรื่องมีอยู่ว่า… เจ้าอาวาสองค์หนึ่งคบหาเป็นสหายกับหัวหน้าผีหลังกลวงชื่อ เกลือน มีอยู่ครั้งหนึ่งเจ้าอาวาสได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ทว่ายังขาดไม้และแรงงานที่จะมาช่วยให้งานเสร็จได้ตามกำหนดฤกษ์ จึงขอร้องให้เกลือนนำบริวารมาช่วยงาน

ทางฝ่าย เกลือน หัวหน้าผีหลังกลวงก็ตกปากรับคำจะช่วยเจ้าอาวาสสร้างพระอุโบสถ หากแต่ได้ขอกับเจ้าอาวาสว่า ในวันสมโภชพระอุโบสถหลังใหม่นั้น ต้องจัดให้มีโรงหนังตะลุงเล่นทั้งสี่ทิศ ทิศละหนึ่งโรง เป็นเวลาเจ็ดวัน ซึ่งเจ้าอาวาสก็ตอบตกลง หลังจากนั้นพวกผีหลังกลวงก็ตัดไม้ชักลากลงมาจากภูเขา และระดมกำลังกันมาช่วยสร้างอุโบสถในยามวิกาลซึ่งเป็นเวลาที่ชาวบ้านนอนหลับ

ไม่นานพระอุโบสถก็เสร็จตามความตั้งใจของเจ้าอาวาส ท่านจึงจัดให้มีมหรสพหนังตะลุงเล่นฉลองพระอุโบสถหลังใหม่สี่โรง โดยตั้งทิศละหนึ่งโรง เป็นเวลาเจ็ดวันตามที่รับปากไว้กับหัวหน้าผีหลังกลวง ซึ่งเมื่องานฉลองเริ่มขึ้น เหล่าผีหลังกลวงก็ห่มผ้าคลุมหัว ปิดหลัง แฝงกายเข้ามานั่งชมหนังตะลุงปะปนกับเหล่าชาวบ้านโดยไม่มีใครสังเกตเห็น

งานฉลองก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงคืนวันสุดท้ายนั้นเอง เกิดเหตุขัดข้อง มีหนังตะลุงโรงหนึ่งไม่สามารถทำการแสดงได้ แต่เจ้าอาวาสก็เห็นว่าเป็นคืนสุดท้ายแล้วคงไม่น่าจะเป็นอะไรจึงปล่อยเลยตามเลย

และในเวลาเที่ยงคืนของงานคืนสุดท้ายนั้นเอง ขณะที่หนังตะลุงทั้งสามโรงกำลังแสดงกันอย่างชนิดฝากฝีมือ และสร้างความบันเทิงให้กับเหล่าคนดูที่ปักหลักชมมาตั้งแต่หัวค่ำ พลันก็มีเสียงร้องดังมาจากกุฏิของเจ้าอาวาส เสียงนั้นทำให้การแสดงหยุดชะงัก พร้อมๆ กับที่ชาวบ้านจำนวนมากและลูกศิษย์วัดวิ่งกรูกันไปยังกุฏิของท่านเจ้าอาวาส

ทว่า…เมื่อทุกคนมาถึงหน้ากุฏิ ก็ได้เห็นเลือดไหลนองลงมาตามขั้นบันได พวกชาวบ้านที่ตั้งสติได้ต่างวิ่งกรูกันขึ้นไปและเปิดประตูออก และภายในนั้นพวกเขาได้พบว่าท่านเจ้าอาวาสมรณภาพเสียแล้ว โดยอยู่ในสภาพที่คอหักจนหมุนได้รอบ เลือดไหลนองพื้น

ทั้งนี้การที่เจ้าอาวาสไม่หาหนังตะลุงมาฉายจนครบทั้งสี่โรงในคืนสุดท้าย ทำให้หัวหน้าผีหลังกลวงโกรธเพราะถือว่าเจ้าอาวาสไม่รักษาสัจจะ ดังนั้นหัวหน้าผีหลังกลวงจึงได้มาเอาชีวิตท่านเพื่อชดเชยหนี้คำสัญญาที่เจ้าอาวาสเคยให้ไว้นั่นเอง

error: Content is protected !!