เปรตวัดช่องลม | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

‘เปรต’ ผีจำพวกหนึ่งซึ่งเคยทำบาปกรรมเอาไว้เมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ ครั้นตายลงแล้วก็ต้องรับผลกรรมตามที่ได้สร้างไว้ ต้องมีความเป็นอยู่อย่างอดอยากผอมโซ ทุกข์ทรมานมีหนองเต็มตัว ชอบส่งเสียงร้องหรือปรากฏตัวให้ชาวบ้านเห็นเพื่อขอส่วนบุญ

คนไทยเรารู้จักเปรตกันเป็นอย่างดี มีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยต้นยุครัตนโกสินทร์ เรื่องเปรตแห่งวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่เล่ากันว่า มักจะมีเปรตปรากฏกายที่วัดแห่งนี้ในเวลากลางคืนเป็นประจำ ประกอบกับอหิวาตกโรคระบาดอย่างหนัก ทำให้มีผู้คนล้มตายจำนวนมากในสมัยรัชกาลที่ ๒ จนเผาศพแทบไม่ทัน ณ วัดสระเกศ จึงทำให้มีคำกล่าวคล้องจองว่า “แร้งวัดสระเกศเปรตวัดสุทัศน์”

เมื่อไม่นานมานี้ชาวบ้านหมู่ ๖ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่างพากันหวาดผวาหลังจากที่ได้ยินเสียงผู้หญิงหวีดร้องในช่วงกลางดึกทุกๆ คืน โดยเฉพาะคืนก่อนวันพระจะดังมาก

มีชาวบ้านรายหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านวัดตอนดึกๆ เห็นชายโบราณรูปร่างสูงใหญ่ก้มลงมองมาจากกำแพงวัด พร้อมกับมีเสียงร้องวี้ดๆ ทำให้เป็นที่เชื่อกันว่าเป็นเสียงของเปรต อีกทั้งยังมีเสียงหมาหอนตอบรับกันเป็นทอดๆ ติดๆ กันหลายวัน จนต้องนิมนต์พระมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ พร้อมกับทำพิธี ‘แบะกระบาล’ จุดธูปเทียนบอกกล่าวให้เปรตมารับของเซ่นไหว้

เรื่องราวดังกล่าวนี้ตกเป็นข่าวดังตามสื่อแขนงต่างๆ เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีเนื้อข่าวว่า ชาวบ้านท่าพระที่อยู่ใกล้กันกับวัดท่าพระยาจักร หรือวัดช่องลม หมู่ ๖ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่างโจษจันว่าได้เกิดเรื่องประหลาดขึ้น ในตอนดึกของทุกคืนจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้หวีดร้องโหยหวนติดต่อกันหลายคืน

นางรจนา อายุ ๓๙ ปี ซึ่งได้ยินเสียงดังกล่าวได้เล่าให้ฟังว่า ทุกคืนจะได้ยินเสียงหวีดร้องโหยหวนของผู้หญิง และมีเสียงหมาเห่าหอนรับกันไปเป็นทอดๆ เมื่อไปถามชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ได้ยินเช่นกัน จนทำให้ไม่มีใครกล้าเดินผ่านวัดในตอนกลางคืน

เหตุผลก็อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่ายัดใส่ถัง และศพถูกนำไปทิ้งที่ป่าละเมาะหลังหมู่บ้าน ต่อมาเจ้าของป่าละเมาะดังกล่าวต้องการจะปรับปรุงที่ดินเพื่อจะเตรียมขาย จึงมีการทำพิธีบริเวณที่พบศพ คาดว่าอาจจะไปรบกวนดวงวิญญาณของหญิงคนนี้ เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านก็ได้ยินเสียงนี้มาตลอด

ขณะเดียวกัน นายนิกร ชาวบ้านอีกรายหนึ่งกล่าวว่า ตนได้ยินเรื่องที่ชาวบ้านเล่าลือกัน ด้วยความคะนองเลยขี่รถตระเวนไปรอบหมู่บ้านและใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปตรงต้นมะขาม ครั้งแรกก็ปกติไม่มีอะไร เห็นเป็นเงาต้นไม้ตะคุ่มๆ แต่พอครั้งที่สองกลับปรากฏรูปผู้หญิงผมยาว พอเห็นแบบนั้นนายนิกรก็ตกใจกลัวเป็นอย่างมาก

มีอยู่รายหนึ่งเจอจังๆ เป็นคนหมู่บ้านถัดไปอีก ประมาณ ๕ ทุ่มกว่าๆ เขาขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านจะไปซื้อของที่ตลาด โดยขี่ตามหลังรถกระบะคันหนึ่ง พอมาถึงวัดก็แทบช็อก! เพราะจู่ๆ ก็เห็นอะไรบางอย่างลักษณะเหมือนขาคนแต่สูงมาก กำลังก้าวข้ามรถกระบะคันข้างหน้า จากฟากถนนด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง เป็นขาของคนผอมโซ ตัวสูงปรี๊ด เห็นแต่ขาไม่เห็นตัว เขาตกใจจนขาอ่อนแทบประคองรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้ไม่อยู่

นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านอีกคนหนึ่งเล่าว่า คืนนั้นประมาณตีหนึ่ง เขาตกใจตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินประหลาดจึงพยายามเงี่ยหูฟัง เสียงนั้นก็ดังใกล้เข้ามา ทันใดนั้นเองหมาแถววัดก็เห่าหอนเสียงโหยหวน และแล้วเขาก็เห็นอะไรบางอย่างหน้าศาลาการเปรียญ แสงจันทร์ข้างแรมส่องให้เห็นเปรตร่างกายผอมโซ สูงเท่าเมรุเห็นจะได้ สวมผ้านุ่งแบบคนโบราณ ไม่สวมเสื้อ ยืนตัวดำเมี่ยม ยิ่งกรีดร้องเสียงดังเท่าไหร่ ตัวมันก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

เขาจึงหลับตาสวดมนต์อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ เมื่อสิ้นสุดเสียงสวด ทั้งเสียงเปรตและเสียงหมาที่เห่าหอนก็เงียบสนิท บรรยากาศกลับมาเงียบสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น รุ่งเช้าเลยไปถามคนแถวบ้านว่าเมื่อคืนมีใครได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ หรือเปล่า แต่กลับไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรเลยสักคน จนมารู้ทีหลังว่า เวลาเปรตจะมาขอส่วนบุญส่วนกุศล คนอื่นจะไม่ได้ยินเสียงหวีดร้องนั้น

นอกจากนี้ยังมีคำยืนยันจาก คุณระติรส ถึงประสบการณ์ขนหัวลุกว่า กลางดึกคืนหนึ่ง เธอกับสามีเดินทางออกจากบ้านโดยรถยนต์ส่วนตัว วิ่งมาตามเส้นทางที่จะต้องผ่านบริเวณวัดท่าพระยาจักร หรือวัดช่องลม ระหว่างนั้นไฟถนนก็ค่อนข้างสว่าง เธอก็คุยกับสามีไปเรื่อยๆ ตาก็มองถนนไปเพื่อช่วยสามีดูทาง

และแล้วภาพที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เจอในชีวิตก็ปรากฏขึ้น! ห่างไปประมาณ ๕๐ เมตร ปรากฏร่างชายปริศนาหลังค่อม สูงเกือบเท่าเสาไฟฟ้า ร่างนั้นกำลังเดินข้ามถนนอย่างช้าๆ แต่มันไม่ได้หันมามองเธอแต่อย่างใด เธอรู้ทันทีว่านั่นคือเปรตที่ชาวบ้านร่ำลือกันอย่างแน่นอน เธอบอกว่าเพื่อความแน่ใจ เธอเลยขยี้ตาไป ๒-๓ รอบ แต่ก็ยังเห็นร่างนั้นที่ค่อยๆ เดินหายเข้าไปในความมืด

เธอเลยถามสามีด้วยความตกใจว่าเห็นอย่างที่เธอเห็นหรือเปล่า แต่สามีเธอกลับไม่เห็นอะไรเลย ซึ่งเธอยืนยันว่าเห็นภาพนั้นชัดเจนมาก

ชาวบ้านอีกรายเล่าว่า ตนเคยกลับจากเลิกงานตอนดึก โดยขี่รถมาทางปากซอยเข้าบ้านท่าพระตะวันออก ซอย ๑ (ซอยเล้าไก่) ที่อยู่ใกล้กับวัดช่องลม ก็เห็นเงาทะมึนสูงใหญ่คล้ายเปรตเดินข้ามถนนเข้าไปในซอย ทำให้ชาวบ้านหวาดผวา ไม่กล้าผ่านบริเวณนั้นตอนกลางดึกอีกเลย

ด้าน นายสมเดช อายุ ๑๘ ปี กล่าวว่า ตัวเขาเองมีบ้านอยู่ในซอยที่คนเคยเห็นเปรตเดินเข้าไป ปกติทุกวันตอนเที่ยงคืนเขาจะต้องออกไปรับแฟนสาวกลับบ้าน ซึ่งแฟนเขาทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อในตลาดอู่ทอง

ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเสียงคนเปิดเทป แต่พอลองขี่รถตามหาต้นตอของเสียงกลับไม่เจออะไร เสียงที่ได้ยินมันเป็นเสียงคล้ายผู้หญิงกรีดร้องอย่างโหยหวนอยู่บริเวณใกล้ๆ วัด จนตอนหลังทำให้เขาไม่กล้าไปรับแฟนคนเดียว ต้องให้น้องไปเป็นเพื่อนและซ้อนสามกลับมา

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าเกี่ยวกับเปรตวัดช่องลม ซึ่งน่าจะยังมีผู้พบเจอเรื่องลี้ลับนี้อีกหลายรายอย่างแน่นอน…

error: Content is protected !!