กฎแห่งกรรม: ตอน…เวรกรรมตามลมปาก

เรื่องที่ฉันจะเล่าให้คุณได้ฟังนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ‘แพง’ ลูกสาวคนเดียวของฉัน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วตัวเองทำบาปทำกรรมอะไรไว้ ในชาตินี้ฉันจึงได้มีลูกสาวที่ดื้อ ปากเก่ง และเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

แพง: แม่! แม่เอาเสื้อหนูไปไว้ไหนน่ะ! เสื้อสีฟ้าที่หนูพึ่งซื้อมา แม่เอาไปไว้ไหน บอกมานะ! โอ๊ย! ยาย ยายไปห่างๆ ได้ไหม หนูบอกแล้วว่าตัวยายน่ะเหม็นมาก เหม็นจนอยากจะอ้วกเลยล่ะ ออกไปห่างๆ ไป!

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในครอบครัวของฉัน…

บ้านของเราอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๔ คน มี ฉัน สามี ลูก และแม่ของฉัน สามีของฉันทำงานเป็นข้าราชการอยู่ที่กระทรวงแห่งหนึ่ง เงินเดือนที่ได้ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็นับว่ายังดีที่พวกเราก็ไม่ได้ถึงกับขาดแคลน

ด้วยความที่ฉันกับสามีมีลูกสาวเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นตั้งแต่เด็กๆ มา ไม่ว่าแกจะอยากได้อะไร ฉันกับสามีก็จะซื้อให้ หามาให้ ด้วยหวังว่าลูกจะได้รู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่เรามีต่อแก แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่ฉันเคยหวังมันกลับไม่เคยเป็นอย่างที่หวัง

แพง: แม่…พรุ่งนี้หนูจะไปทัศนศึกษากับเพื่อน แต่หนูไม่มีเงินติดตัวเลย แม่เอาเงินให้หนู ๕๐๐ ได้ไหม

แม่: เอาไปทำไมตั้ง ๕๐๐ ล่ะลูก หนูจะใช้อะไรเยอะขนาดนั้น

แพง: โอ๊ย! ๕๐๐ เนี่ยเหรอเยอะ ซื้อของชิ้นเดียวก็หมดแล้ว แม่เอามาเหอะ อย่าพูดมากน่ะ หนูไม่อยากจะทะเลาะด้วย อ้อ แล้วพรุ่งนี้เย็นๆ เพื่อนหนูจะมากินข้าวด้วย อย่าลืมทำกับข้าวเผื่อนะ แล้วก็บอกยายด้วยว่าไม่ต้องมากินข้าวกับหนู เพราะยายกินข้าวหกเลอะเทอะ หนูอายคนอื่นเขา

นี่คือคำพูดที่ลูกใช้พูดกับฉันและเป็นคำพูดที่ลูกพูดถึงยายแท้ๆ ของแกเอง ฉันเองเคยห้ามปรามลูกด้วยการขู่ว่า ถ้าแกยังไม่เลิกพูดอย่างนี้ ชาติหน้าแกอาจจะมีปากเท่ารูเข็ม แต่ผลที่ได้ตอบกลับมาก็คือ

แพง: ชาติหน้ามีจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ แล้วถ้าหนูจะมีปากเท่ารูเข็มจริงๆ หนูไปฆ่ๅตัวตายดีกว่า หนูไม่อยู่ให้โง่หรอก!

วันเวลาผ่านไป เหตุการณ์ต่างๆ ก็ดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นทุกวัน ลูกสาวของฉันใช้คำพูดแสบๆ ทิ่มแทงคนในครอบครัวกันเองอยู่เสมอ ทำให้ฉันและสามีรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก ฉันกับสามีได้มานั่งปรึกษากันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพยายามหาทางออก แต่ยิ่งคิดอย่างไร ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีทางออกทางไหนเลย แม่ของฉันเองก็ได้แต่เตือนว่า

ยาย: เอ็งต้องระวังนังแพงไว้ให้ดีนะนังหนู ปากมันน่ะชอบพูดจาดูถูกคนอื่นเขา ไอ้ลำพังมันดูถูกข้า ข้าก็ไม่โกรธเพราะยังไงมันก็หลาน แต่ไอ้การที่มันไปไล่ปากเก่งกับคนอื่นเขาน่ะ ระวังมันจะเป็นเรื่องเข้าสักวัน

ฉันเองก็รู้สึกหนักใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์ที่แม่บอกไว้มันจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด วันนั้นแพงและเพื่อนได้นัดกันออกไปเที่ยวข้างนอก แต่ก่อนที่แกจะออกไป แกก็โวยวายขึ้นมา ซึ่งนั่นเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันเหลืออดจริงๆ

แพง: ยาย ยายทำบ้าอะไรเนี่ย ยายรีดเสื้อประสาอะไรทำไมมันไหม้อย่างนี้ล่ะ เสื้อตัวนี้แพงซื้อมาตั้งเท่าไรรู้มั้ย โง่จริงๆ เลย แก่แล้วยังไม่เจียมอีก รีดไม่เป็นวันหลังก็ไม่ต้องมาทำสิ

แม่: แพง โวยวายอะไรกับคุณยายน่ะลูก

แพง: ก็คุณยายน่ะสิ ทำเสื้อแพงไหม้เป็นรู อย่างงี้จะไม่ให้ด่ๅได้ยังไงล่ะ แพงจะใส่วันนี้ด้วย

แม่: แพง คุณยายเขาอุตส่าห์รีดให้นะลูก ขอโทษคุณยายเดี๋ยวนี้

แพง: แม่พูดอย่างงี้ได้ยังไง คุณยายเป็นคนผิดนะ จะให้แพงขอโทษน่ะเหรอ ไม่มีวันซะหรอก

แม่: แม่บอกให้แพงขอโทษคุณยายเดี๋ยวนี้!

แพง: แม่ฝันไปเถอะว่าแพงจะขอโทษคุณยาย…งี่เง่า!

เพี้ยะ!!!

แพง: แม่!

แม่: แม่ไม่เคยสอนให้หนูเป็นคนอย่างนี้เลย แต่ทำไมหนูถึงกลายเป็นคนก้าวร้าว เห็นแก่ตัวอย่างนี้ แม่ทนมานานแล้วนะแพง ทำไมหนูทำแบบนี้

แพง: แม่! แม่จำไว้เลยนะ แม่ตบแพง แม่ตบตีลูกตัวเอง แม่จะต้องได้รับกรรม

จากนั้นแพงก็วิ่งออกไป และนั่นก็เป็นเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินจากลูก แพงหายออกจากบ้านไปเป็นเวลาหลายอาทิตย์หลังจากนั้น ฉันเองรู้สึกเสียใจที่ได้ทำกับลูกอย่างนั้น แต่ก็ยังดีที่สามีของฉันไม่ถือโทษโกรธ และยังให้กำลังใจว่า สักวันลูกก็ต้องกลับมา

และในที่สุด ในคืนหนึ่งฉันกับสามีก็ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจที่โทรมาบอกว่า ลูกของฉันกำลังถูกนำตัวส่งห้องไอซียู! ฉันกับสามีรีบรุดไปดูลูกที่โรงพยาบาล และได้รับการบอกเล่าจากเพื่อนของลูกที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า แพงกับเพื่อนได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง แต่โชคไม่ดีที่กลุ่มของแพงได้ไปเจอเด็กวัยรุ่นเมๅยๅเข้า จึงเกิดมีปากเสียงและได้ลงไม้ลงมือกัน

ขณะที่แพงกับเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนกำลังพยายามวิ่งหลบแก้วและขวดที่ถูกขว้างปากันอยู่นั้น ก็บังเอิญมีผู้ชายคนหนึ่งมาขัดขาแพงเข้า ทำให้แพงเซถลาไปข้างหน้าและไปปะทะกับเหล็กด้ามใหญ่ที่คู่อริกำลังเงื้อตีเข้ามา เหล็กท่อนนั้นฟาดลงที่ช่วงคอของแพงพอดี และหลังจากนั้น แพงก็หมดสติล้มลงไป

ฉันได้ฟังเพื่อนของลูกเล่าเหตุการณ์อย่างนั้นก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เพราะลำพังเวลาที่คอโดนกดหรือโดนใครเอามือบีบก็รู้สึกแย่พอแล้ว แต่นี่ลูกของฉันถูกเหล็กท่อนใหญ่ฟาดเข้าไปที่ลำคอ ฉันไม่อยากจะนึกภาพเลย ฉันกับสามีและแม่นั่งรอดูอาการของลูกอยู่อย่างนั้น จนในที่สุด คุณหมอก็ออกมาจากห้องไอซียู

แม่: คุณหมอคะ ลูกสาวดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ

หมอ: คุณต้องทำใจดีๆ นะครับ เพราะผมมีทั้งข่าวร้ายและข่าวดีมาบอก ข่าวดีของลูกคุณก็คือว่า แกปลอดภัยแล้ว แต่ข่าวร้ายก็คือ แกอาจจะพูดไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต เพราะกล่องเสียงของแกแตกด้วยถูกเหล็กกระแทกอย่างรุนแรง

กล่องเสียงแตก… พูดไม่ได้… เป็นคำพูดที่สะท้อนอยู่ในหัวของฉันตลอดเวลา ฉันพยายามคิดหาเหตุผลมากมายว่าทำไมเหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นกับครอบครัวของฉัน หรือว่าสาเหตุมันจะมาจากตัวฉัน ฉันวนเวียนคิดไปมาทั้งคืน จนในที่สุดคำตอบที่ได้ก็มาจากปากของแม่ฉันเอง

ยาย: มันเป็นกรรมยังไงล่ะนังหนู ลูกสาวเอ็งมันทำกรรมด้วยการด่ๅทอให้ร้ๅยบุพการีและผู้มีพระคุณ กรรมจึงตามลงโทษมัน ทำให้มันต้องเป็นแบบนี้ บาปกรรมน่ะไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า เพราะแค่ชาตินี้มันก็ตามเราทันแล้ว ทำใจซะเถอะลูก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คงจะทำให้ลูกสาวของฉันคิดได้ เพราะแม้แกเองจะพูดอะไรไม่ได้ แต่น้ำตาที่ไหลออกมาก็ทำให้ฉันรู้ว่า แกคงเสียใจกับการกระทำในอดีตไม่น้อย ฉันเองก็ได้ปลอบใจลูกและได้แต่หวังว่าวันใดวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า บาปกรรมที่แกเคยได้ก่อไว้อาจจะเบาบางและจางหายไป และวันนั้นอาการของลูกสาวฉันอาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้

อาหุเนยยา จะ ปุตตานัง บิดามารดาเป็นที่นับถือของบุตร บุตรควรยกย่องนับถือมารดาบิดา และเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที ตอบแทนบุญคุณท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่…

error: Content is protected !!