“กำไลม่อม” | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นผมคลั่งไคล้การสะสมของเก่ามาก พวกเครื่องประดับเก่า แหวนเงินโบราณ ลูกปัทหินสีโบราณ รวมถึงพระเครื่อง ซึ่งผมมีร้านประจำอยู่ร้านหนึ่งที่ขายของจำพวกนี้ ผมมักจะไปนั่งขลุกอยู่เป็นวันๆ ดูโน้นดูนี่ไปเรื่อย ฟังเจ้าของร้านโม้ที่มาที่ไป ปาฏิหาริย์ พุทธคุณต่างๆ เล่นทำเอาผมเคลิ้มไปเหมือนกัน

มีอยู่วันหนึ่งผมเข้าไปเช่าพระเครื่อง บังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นกำไลทองเหลืองอันหนึ่งอยู่ในตู้โชว์ข้างๆ มันสวยมาก ผมเลยถามขอซื้อจากเจ้าของร้าน เขาว่าเพิ่งได้มาเหมือนกัน พอหยิบมาดูก็เห็นว่ามันทำมาจากทองเหลือง เป็นรูปพญานาคสองตัวพันกันไปมาแล้วเอาหัวมาชนกัน ที่ด้านบนของกำไลมีตาพญานาคทำจากนิลสีแดงเข้มเหมือนสีเลือด

ตัวกำไลดูเก่าแก่ มีร่องรอยการใช้งาน บางส่วนบุบ บิ่นไปก็มี แสดงว่าเป็นของเก่าแท้ ของใหม่ไม่มีทางทำเลียนแบบได้อย่างแน่นอน ผมจึงต่อรองราคาจนเป็นที่น่าพอใจ เลยได้กำไลชิ้นนี้มาครอบคอง

กลับมาถึงบ้านผมก็นั่งพิจารณา เอาผ้ามาขัดๆ ถูๆ ล้างคราบสกปรกออก กำไลสวยขึ้นกว่าเดิมมาก ดูขลังมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด พอพลิกด้านในกำไลดูก็เห็นมีรอยแกะสลักด้วยมืออย่างหยาบๆ พยายามอ่าน ก็อ่านได้ว่า ‘ละม่อม’ ผมคิดว่าน่าจะเป็นชื่อเจ้าของกำไล อาจจะสลักไว้กันหายหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะเท่าที่รู้มา คนโบราณมักนิยมเขียนชื่อตัวเองไว้บนสิ่งของที่ตนรัก ยิ่งเป็นพวกเครื่องประดับยิ่งนิยมเขียนกัน

ผมไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ทำความสะอาดเสร็จก็ใส่ติดข้อมือเลย ขนาดอาบน้ำยังไม่ถอด รู้สึกชอบมากเพราะมันสวย ยิ่งดูก็ยิ่งสวย ผมหลงใหลกำไลชิ้นนี้

ผมใส่กำไลโบราณนั้นตลอด ผ่านไปเป็นเดือนก็ไม่มีอะไรผิดสังเกต จนมีอยู่คืนหนึ่งเพื่อนๆ นัดกันไปกินข้าวข้างนอก ผมก็ขับรถยนต์ไปปกติ พอถึงลานจอดรถผมก็ลงเดินเข้าไปในร้านอาหาร เจอเพื่อนๆ กำลังเฮฮากันอยู่ ไม่กี่นาทีต่อมา เพื่อนๆ ที่เหลือก็ตามมาสมทบ ทยอยกันมาทีละคนสองคน จนถึงเพื่อนคนสุดท้าย เขาเดินมาทักผมว่า

“ไม่ชวนแฟนเข้ามาด้วยเหรอ ทำไมให้รออยู่ในรถล่ะ ไปชวนมากินด้วยกันสิ..”

ผมถามเพื่อนว่าอะไรนะ ผมมาคนเดียวไม่ได้พาใครมา อย่ามาอำกันเสียให้ยาก เพื่อนคนนั้นทำหน้างงๆ บอกว่าตอนเดินผ่านรถผม เขาเห็นผู้หญิงนั่งอยู่ในรถจริงๆ นึกว่าพาแฟนมา ตอนนั้นผมเชื่ออย่างสนิทใจคิดว่าเพื่อนแกล้งก็เลยปล่อยผ่านไป ไม่ได้คิดอะไรมาก

เหตุการณ์ต่างๆ ก็เหมือนจะไม่มีอะไร แต่แล้วคืนหนึ่งขณะที่ผมกำลังนอนหลับ แม่ผมก็มาเคาะห้องบอกว่า สงสัยขโมยเข้าบ้าน! แม่ได้ยินเสียงเหมือนคนรื้อข้าวของตรงโต๊ะทำงานผมที่ชั้นล่าง ผมใจคอไม่ดี ตอนนั้นคิดว่าน่าจะเป็นโจรเพราะผมเก็บเงินสดจากการขายของไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อรอไปเข้าธนาคาร

ผมค่อยๆ ย่องลงมาจากห้องนอน ถือไม้เบสบอลติดมือลงไปด้วย พอถึงชั้นล่างผมก็เปิดไฟทันที ในห้องชั้นล่างตอนนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่มีร่องรอยรื้อค้น เพื่อความแน่ใจผมก็เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานดู เงินสดก็ยังอยู่ข้างๆ กำไลโบราณที่ผมถอดวางไว้ ผมก็ถามแม่ว่า สรุปแม่ได้ยินเสียงอะไรหรือหูฝาดไปเอง

หลังจากวันนั้นเหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นในบ้าน น้องสาวมาเล่าให้ฟังว่า ได้ยินเสียงคนเดินไปเดินมาอยู่ชั้นล่างตอนปิดร้านบ้างล่ะ แม่ป่วยหาสาเหตุไม่เจอบ้างล่ะ คนงานบอกเห็นผู้หญิงผมยาวนั่งหวีผมบนชั้นสามเวลาขึ้นไปเอาของลงมาขายบ้างล่ะ

ในใจผมตอนนั้นก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พักหลังผมมักจะฝันอะไรแปลกๆ ผมฝันเห็นผู้หญิงผมยาวใส่ผ้าถุง เหมือนเขาพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับผม แต่ผมก็จะสะดุ้งตื่นก่อนทุกที

เวลาผ่านไปจนกระทั่งวันหนึ่ง ปกติพี่สาวผมเขาจะชอบดูหมอดูร่างทรงอะไรทำนองนี้ วันนั้นเขาวานผมให้ไปช่วยขับรถให้หน่อย เพราะจะไปถามถึงเรื่องอาการป่วยของแม่ที่ไม่หายสักที อยู่ๆ แกก็ปวดแขนยกไม่ขึ้น ไปหาหมอก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร บอกแค่ว่าเป็นโรคชรา กล้ามเนื้ออ่อนแรง พอให้ยามากินก็ไม่ดีขึ้น ผมคิดว่าลองดูก็ไม่เสียหายเลยตัดสินใจขับรถพาพี่สาวไปหาร่างทรง

พอไปถึงที่ตำหนักร่างทรง ผมเห็นมีคนมารอเยอะมาก พอถึงคิวพี่สาวเขาก็จะมีลูกศิษย์มาตามให้ขึ้นไปพบ พอพี่สาวกับผมขึ้นไปถึง คำแรกที่ร่างทรงทักคือ

“ไม่ต้องเข้ามานะ รออยู่นั่นแหละ..”

ผมก็งง นึกว่าเขาพูดกับผมก็เลยหันหลังจะเดินกลับ ร่างทรงบอกว่า “ไม่ใช่คุณ ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงนั้นต่างหาก ไม่ต้องเข้ามานะ..”

ผมก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก มองลงไปข้างล่างก็ไม่เห็นมีใครใส่ผ้าถุงเลย มีแต่ใส่กางเกงกับกระโปรงกันทั้งนั้น แล้วร่างทรงก็เรียกพี่สาวกับผมให้เข้าไปใกล้ๆ แล้วเขาก็บอกว่า “พวกคุณมีวิญญาณตามมานะ ไม่รู้มาดีหรือมาร้าย ไปเอาอะไรของเขามาหรือเปล่า เขาถึงได้ตามมาทวง”

พี่สาวกับผมต่างคนต่างมองหน้ากัน งง..นึกไม่ออก ไม่รู้ว่าร่างทรงเขาหมายถึงอะไร ร่างทรงก็บอก “นึกดูดีๆ ถ้านึกได้ก็รีบเอาคืนเขาไปซะ” แล้วร่างทรงก็คุยกับพี่สาวผม ดูดวงไปตามเรื่อง ร่างทรงบอกว่าอาการของแม่ไม่เป็นอะไรมาก เดี๋ยวก็หาย แต่สำคัญคือต้องนึกให้ออกว่าไปเอาอะไรของใครมา เอาไปคืนที่ แล้วอาการป่วยของแม่ผมก็จะหาย

ผมกับพี่สาวครุ่นคิดกันมาตลอดทางกลับบ้าน พี่สาวก็ถามผมว่า ได้ไปซื้ออะไรเข้าบ้านหรือเปล่า พวกของเก่า เพราะเขารู้ผมชอบสะสมของพวกนี้ ผมเลยถึงบางอ้อ! มันต้องเป็นกำไลอันนั้นแน่ๆ เพราะหลังจากที่ได้มันมาแล้ว ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรอีกเลย

พอรุ่งขึ้นผมรีบเอากำไลชิ้นนั้นไปคืนเจ้าของร้าน แต่ก็พยายามเลี่ยงๆ ไม่บอกถึงสาเหตุที่นำมาคืน บอกแค่ว่าขอขาย เบื่อแล้ว เจ้าของก็รับซื้อคืนในราคาที่ผมขาดทุนยับ แต่ไม่เป็นไร..เพื่อแลกกับความสบายใจ

นับว่าเป็นเรื่องที่แปลก เพราะหลังจากนั้นมาอาการของแม่ผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายเป็นปกติ หลังจากนั้นคนในบ้านก็ไม่ได้ยินและไม่ได้เห็นอะไรแปลกๆ อีกเลย

แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าตกใจคือ ร้านของเก่าร้านนั้นผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนก็ถูกปล้น เจ้าของร้านโดนแทงตาย ของในร้านถูกกวาดไปจนเกลี้ยงไม่เหลือ รู้สึกว่าจะลงหนังสือพิมพ์ด้วยตอนนั้น พอรู้ข่าวก็ทำเอาผมขนลุก มันเป็นเหตุบังเอิญหรือเกิดจากอาถรรพ์กำไลม่อม แต่ที่แน่ๆ ไม่รู้เลยว่า กำไลผีอันนั้นตกไปอยู่ในความครอบครองของใครแล้วในเวลานี้…

error: Content is protected !!