“ลุงแดงไม่กลัวผี” | เรื่องเล่ารอบเมรุ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของคนที่อยู่กับเมรุกับศพมาร่วมสี่สิบปี และเพื่ออรรถรสในการอ่าน ผมจึงขอไม่ดัดแปลงคำ เนื้อเรื่องบางส่วนอาจมีคำหยาบคายต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

ผู้ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องนี้ ผมขอเรียกว่า ลุงแดง นะครับ ลุงแดงอายุประมาณหกสิบได้ครับ ตอนนี้แกก็ยังมีชีวิตอยู่ แกใช้ชีวิตปกติของแกเหมือนที่เป็นมาครับ คือลุงแดงเป็นคนคอยดูแลคอยช่วยทำความสะอาดบริเวณศาลาสวดศพและเมรุ

อาชีพอีกอย่างของลุงแดงคือ แกจะคอยเก็บขยะเก็บขวดพลาสติกที่อยู่แถวๆ วัดแล้วนำไปขาย ซึ่งบ้านลุงแดงจะอยู่เยื้องๆ วัด ติดกับรางรถไฟ แกจะเดินเก็บขวดพลาสติกแถวๆ วัดรวมถึงพื้นที่โดยรอบจนถึงประมาณตีหนึ่งตีสองทุกวัน ด้วยความอยากรู้ ผมจึงถามแกว่า เคยเจออะไรแปลกๆ ที่เขาเรียกว่าผีบ้างไหม ผมเลยถามแกครับว่า

“ลุงแดง…ลุงเคยเจอผีบ้างไหม”

“ไอ้ห่า! ในวัดก็ต้องมีผีสิวะ” แล้วแกก็บอกว่า มีเรื่องที่พอจำได้ ถ้าอยากรู้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง!

ลุงแดงเล่าเรื่องแรก เริ่มจากการถามผมว่า “มึงเห็นต้นพิกุลตรงสะพานข้ามไปร้านขายข้าวยายเหงี่ยมไหม” ผมก็บอกว่า “เห็นครับ” แกก็บอกว่า “อย่าว่าแต่กูเห็นเลย แม้กระทั่งพระยังวิ่งจีวรปลิวมาแล้ว” ผมเลยถามแกว่าเขาเห็นกันยังไงเหรอลุง แกก็บอกว่า

“ที่กูเห็นน่ะแค่มานั่งห้อยขาอยู่บนต้นพิกุล แต่ที่พระเขาเห็นน่ะมันโน้มคอลงมามอง ยิ่งกว่ากูเจออีก!”

ผมก็ถามว่า “ลุงเห็นแล้วไม่ตกใจเหรอ แล้วทำไมไม่วิ่ง”

“ไอ้ห่า! กูเห็นกูก็ตกใจ ใครมันจะไปนั่งอยู่บนนั้นได้ กูเห็นแล้วกูก็เข็นรถเก็บขวดของกูไปเฉยๆ เพราะกูวิ่งไม่ไหวหรอก ขากูไม่ค่อยดี”

ซึ่งต้องบอกก่อนครับว่า ต้นพิกุลนี้ก็ยังอยู่ติดศาลาริมคลองจนถึงปัจจุบัน คนผ่านไปมาดึกๆ มักจะเจอบ่อย คือเจอในลักษณะเดียวกัน บางคนเห็นนั่งบนยอด บางคนเห็นนั่งใต้ต้นพิกุลก็มี

แล้วผมก็ถามแกต่อว่า มีเรื่องไหนอีกไหมครับลุง แกก็เล่าให้ฟังอีก เป็นเรื่องตอนที่แกต้องเข็นรถเก็บขยะอยู่แถวๆ เมรุ บริเวณนั้นก็มีศาลาสวดศพ บางทีก็ยังมีงานศพอยู่ อย่างที่บอกคือลุงแดงจะเก็บของเก่าตอนดึกๆ แล้วจะออกมาเป็นคนสุดท้าย แกก็เล่าว่า

“บางศาลามีศพอยู่ กูเก็บขยะเก็บขวดของกูไป จนดึกจนประตูวัดปิด คนนอกเข้ามาโดนหมาไล่กัดแน่ คืนนั้นกูก็เข็นรถออกมาจากประตูทางเข้าข้างเมรุ กูเห็นผู้ชายยืนอยู่หน้าศาลาสวดศพ ห่างกันไม่ถึงยี่สิบเมตร ยืนอยู่เฉยๆ อย่างนั้นตอนตีหนึ่งตีสอง เห็นแล้วกูก็ทำเป็นไม่สนใจ”

ผมเลยถามว่าคนหรือเปล่าที่มายืนอยู่ตรงนั้น แต่จริงๆ ผมก็รู้อยู่แล้วว่าบริเวณนั้นเวลาแบบนั้น ประตูจะปิด ไม่มีทางที่ใครจะเข้าไปได้ ลุงแดงก็ตอบพร้อมด่าผมกลับมาว่า

“ไอ้นี่! ใครมันจะบ้าไปยืนอยู่หน้าศาลาสวดศพตอนดึกๆ มึงบวชวัดนี้มึงก็รู้ เวลาแบบนั้นคนแปลกหน้าเข้ามาได้ที่ไหน กูรู้ว่าที่กูเจอไม่ใช่คนแน่ แต่กูทำเป็นไม่สนใจ ไม่รู้ว่าไอ้ผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าศาลาสวดศพกับที่นอนอยู่ในโลงเย็นมันคนเดียวกันหรือเปล่า แต่กูไม่ได้อยากรู้ ต่างคนต่างอยู่”

แล้วแกก็บอกผมว่า เวลาเจออะไรแปลกๆ แกไม่ค่อยอยากเล่าให้ใครฟังหรอก เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเว่อร์ หาว่าทำไมไม่วิ่ง ไม่กลัวเหรอ แกบอกอีกว่า “กูทำงานอยู่ตรงนี้ ตรงเมรุ ตรงวัด เห็นคนตายเห็นผีน่ะไม่แปลกหรอก แต่คนไม่เคยเจอเขาก็ไม่เข้าใจ สู้อยู่เงียบๆ ดีกว่า ไม่รู้จักกันจริงๆ กูก็ไม่อยากเล่าให้ฟังหรอก”

นี่ก็คือเรื่องที่ลุงแดงเล่าให้ผมฟัง แต่ยังมีอีกเรื่องที่เกิดขึ้นกับแกเมื่อไม่นานมานี้ น่าจะไม่เกินหกเดือนเองมั้งครับ เรื่องนี้ลุงแดงไม่ได้เล่าเอง แต่แม่ผมมาบอกว่าลุงแดงเจอ! ผมเลยแย้งว่า ลุงแดงเขากลัวผีซะที่ไหน แม่ผมบอกว่า เออ…แกไม่กลัว ไม่วิ่ง แต่ชิ่งเดินหนี

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อไม่นานมานี้เพื่อนของลุงแดงได้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กๆ ของลุงแดง คนที่เสียชีวิตเป็นผู้หญิงครับ ตอนแกเสียแกน่าจะอายุหกสิบเท่าๆ ลุงแดง โดยก่อนตายลุงแดงก็ได้ไปเยี่ยมเพื่อนคนนี้ เขายังบอกลุงแดงเลยว่า ถ้าตายจะมาหา แต่ลุงแดงไม่ตลกด้วยก็ด่าๆ ไปตามภาษาเพื่อนว่า “เออจำเริญ มึงจะแช่งตัวเองทำไม”

ลุงแดงก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งเพื่อนคนนี้ตายไป แล้วได้นำศพมาสวดที่ศาลาที่วัดนี้แหละครับ ที่ลุงแดงแกเดินเก็บของเก่าอยู่เป็นประจำ

“ใครบอกว่าต้องรอคืนที่สามถึงจะเจอคนตาย” คำนี้ลุงแดงเป็นคนพูดย้ำ แกเล่าว่า “วันนั้นกูก็เก็บขวดของกูไปตามเรื่อง จนดึกกูก็เข็นรถจะกลับบ้าน แต่มันต้องผ่านศาลาสวดศพ กูก็ชินไม่ได้กลัวอะไร จนมาถึงศาลาที่มีศพเพื่อนกูอยู่นี่แหละ คืนแรกมันเล่นกูเลย!

กูเห็นผู้หญิงยืนอยู่หน้าศาลา ยืนหันหน้ามา ไอ้กูก็นึกว่าญาติเขา เพราะคนเก่าคนแก่ก็อย่างว่า เข้าออกวัดเวลาไหนคงไม่มีใครว่า กูเลยเดินจะเข้าไปเพราะงานศพเพื่อนกู กูไม่กลัว แต่พอเพิ่งดูดีๆ ตายห่า! นั่นเพื่อนกูที่ตายนี่หว่า มันยืนยิ้มให้ เท่านั้นแหละ กูก็เลยไม่เข้าไปตรงศาลาสวดศพ หันหน้าออกทางประตูเมรุ แล้วไม่หันกลับไปมองอีกเลย พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย!”

ผมก็ถามว่า “ลุงไม่กลัวไม่ใช่เหรอ” แกบอกว่า “ที่ไม่กลัวเพราะไม่รู้จักกันเฉยๆ แต่นี่เจอมันมายืนยิ้มให้ มันเป็นเพื่อนกู กูจะทำเป็นไม่รู้จักก็ไม่ได้ โอ๊ย! ไม่ไหวจริงๆ”

นี่ก็เป็นเรื่องผีเพื่อนของลุงแดง แล้วจะมีประสบการณ์ที่แกเจอตรงทางรถไฟหน้าวัดอีกเรื่อง ตรงนั้นคนโดนรถไฟชนตายบ่อยๆ จนออกข่าว เดี๋ยวไว้วันหลังผมมาเล่าให้ฟังนะครับ

error: Content is protected !!