“ล่าเสือสมิง” เรื่องเล่าสุดสะพรึงจากทุ่งใหญ่นเรศวร

มีเรื่องเล่าขานที่โด่งดังมากเมื่อประมาณสามสิบกว่าปีก่อน เรื่องมีอยู่ว่า

ชาวบ้านทางภาคเหนือได้รับความเดือดร้อนที่ว่า มีเสือตัวใหญ่เข้าไปทำร้ายและสังหารคนในหมู่บ้านแห่งนั้น กลายเป็นที่หวาดกลัวแก่ชาวบ้าน พวกเขาจึงได้ไปขอความคุ้มครองจากตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อให้เข้ามาดูแลความปลอดภัย ฝ่ายเจ้าหน้าที่จึงส่งกำลังเข้าไปคุ้มครองและถือเป็นการได้ล่าเสือร้ายตัวนั้นในอีกทางหนึ่ง

กลางดึกคืนนั้น ฝ่ายตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดกำลังตรวจตราหน่วยหนึ่ง และส่วนที่เหลือก็เข้าพักบนศาลาที่จัดไว้ และในกลางดึกคืนนั้น ศาลาที่พักเกิดสั่นไหวโยก เมื่อพวกเขาตื่นและลุกขึ้นมาดูก็ได้เห็นเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่ มันหมายที่จะเข้ามาเล่นงาน ฝ่ายกองกำลังจึงระดมยิงใส่เสือร้ายตัวนั้นจนมันได้รับบาดเจ็บและหนีหายเข้าไปในความมืด

ครั้นรุ่งเช้า ฝ่ายกองกำลังจึงได้ทำการติดตามแกะรอยเสือตัวนั้นเข้าไปในป่า จากการติดตามรอยเลือดนั้นผลปรากฏว่า รอยเลือดไปสิ้นสุดที่อยู่ตรงชายป่า

ฝ่ายกองกำลังจึงเดินลุยป่าเข้าไปอีกประมาณครึ่งกิโลเมตร สิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาตกตะลึง เพราะปรากฏเป็นศพผู้ชายคนหนึ่งนอนตัวเปลือยเปล่า ท่อนบนคือมนุษย์ หากแต่ว่าท่อนล่างคือเสือลายพาดกลอน! คล้ายกับว่าเป็นการกลายร่างจากเสือเป็นคนที่ยังไม่สมบูรณ์นั้นเอง

จากการสอบถามชาวบ้านถึงประวัติความเป็นมาของชายผู้นี้ก็ได้ความว่า เขาเป็นคนในหมู่บ้านแถบนั้น เป็นผู้หลงใหลในอาคมศาสตร์มืด วิชาเสือสมิงทำให้เขาแก่กล้ามากขึ้นเพราะได้กินมนุษย์ จนกระทั่งมาเพลี่ยงพล้ำถูกคมกระสุนสังหารในที่สุด

อีกหนึ่งเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ‘เสือสมิง’ จากอดีตเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แกชื่อว่า ลุงทอง ปัจจุบันเกษียณแล้ว เรื่องราวมีอยู่ว่า

มีอยู่ปีหนึ่งแกได้ลาพักร้อนสามวัน และการพักผ่อนครั้งนั้นแกตั้งใจว่าจะไปนั่งห้างที่ทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อจะดูสัตว์ป่าที่มากินดินโป่งตอนกลางคืน บรรยากาศดี อากาศเย็นสบาย ก่อนเข้าป่าครั้งนั้น ลุงทองได้สั่งภรรยาไว้ว่า “ไม่ต้องตามไปนะ พี่จะเข้าป่า อีกสามวันเดี๋ยวพี่กลับมา”

หลังจากนั้น ลุงทองก็ได้เตรียมสัมภาระที่จำเป็นในการเข้าป่า แกเล่าว่า เดินเข้าไปลึกมาก ถึงห้างส่องสัตว์ก็ตอนเย็นย่ำ คืนแรกผ่านไปด้วยดี ได้เห็นเหล่าหมูป่าออกมาหากินดินโป่งตอนกลางคืน ทุ่งใหญ่นเรศวรสมัยนั้น สัตว์ป่าชุกชุมมาก เพราะเป็นป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์

พอเข้าวันที่สอง ตกกลางคืนแกก็ขึ้นไปนั่งบนห้างเช่นเคย แต่คืนนี้แปลก ฟ้ามืดมิด ไม่มีดาว ไม่มีแสงจันทร์ ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัดผิดวิสัย และในตอนนั้นเอง แกก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินตรงเข้ามา แกตั้งใจฟังพลางนึกในใจว่า ใครกันหนอช่างกล้าหาญเดินป่าตอนกลางคืนแบบนี้ จากนั้นแกก็ได้ยินเหมือนเสียงเมียตัวเองเรียก

“พี่ทอง พี่ทอง นี่ฉันเอง…”

เมื่อแกมองลงไปก็เห็นเมียถือตะเกียงเจ้าพายุยืนอยู่เบื้องล่าง เมียแกบอกว่า

“ลูกเราไม่สบาย ตัวร้อน ฉันทำอะไรไม่ถูกเลยมาตามพี่จ้ะ”

ลุงทองตกใจมากและรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่มนุษย์! คำถามมากมายประดังเข้ามาในหัว ทำไมเมียถึงรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ ทำไมถึงกล้าหาญเข้าป่าลึกตอนกลางคืนแบบนี้ ไม่กลัวสิงสาราสัตว์เลยหรือ

ลุงทองยังสังเกตอีกว่า เวลาที่พูดเมียจะพยายามหลบสายตา ไม่ยอมสบตาด้วย ไหนจะตะเกียงเจ้าพายุนั้นอีก หากมาจากบ้านน้ำมันตะเกียงน่าจะหมดไปตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง แต่ทำไมถึงยังสว่างอยู่ได้ และในมือก็ไม่มีสัมภาระอะไรเลย เธอมาในชุดคอกระเช้าและผ้าถุงยังกับชุดอยู่บ้าน!

เห็นแบบนั้นแกไม่รอช้า เหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนดัง เปรี้ยง! ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีกาล เสียงคำรามของเสือดังก้องป่า แล้วมันก็พุ่งพรวดออกไปทางด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นแนวป่าลึก ลุงทองตกใจมาก มันคือเสือสมิง! เหลือเชื่อมาก เสือสมิงมีจริงด้วยหรือนี่!

รอจนฟ้าแจ้ง ลุงทองตัดสินใจรีบกลับบ้านทันที ระยะทางห่างจากจุดขัดห้างไม่ไกลมากนัก แกบอกว่าเห็นรอยเลือดที่ยังสดใหม่และคาดว่าน่าจะเป็นของไอ้เสือผีตัวนั้น แกรีบจ้ำอ้าวออกมาจากป่าทันทีด้วยห่วงเมียกับลูกที่อยู่ที่บ้าน

พอมาถึงบ้าน ลุงทองเห็นเมียกับลูกก็โล่งอก แกถามเมียว่า สามวันมานี้ได้ออกไปไหนบ้างไหม เมียแกตอบว่าไม่ได้ไปไหน อยู่บ้านกับลูกตลอดเวลา

ลุงทองบอกว่า มันเหลือเชื่อมากๆ ถ้าแกไม่เจอกับตัวเองจะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด จากที่เคยคิดว่าเป็นเพียงแค่เรื่องเล่า ที่ไหนได้มันมีอยู่จริง! แกยังบอกอีกว่า การลั่นไกในครั้งนั้นตัดสินใจจะยิงที่ตะเกียงเจ้าพายุ เพราะพรานเฒ่าเคยสอนไว้ว่า เสือสมิงเมื่อแปลงกายเป็นคนได้ หากคิดจะฆ่ามันให้ตาย ให้ยิงที่แสงไฟที่มันถือมาขณะแปลงกายเป็นคน เพราะจุดนั้นคือหัวใจของมัน!

เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ‘เสือสมิง’ ยังคงถูกเล่าขานสืบมา พรานป่าหลายคนยืนยันว่าสิ่งนี้มีอยู่จริงเพราะได้เห็นมากับตา อาถรรพ์แห่งพงไพรยังคงเป็นปริศนาดำมืด รอการพิสูจน์จากเหล่าผู้อยากลองดี หากว่าโชคเข้าข้างคงได้รอดกลับออกมา

error: Content is protected !!