ฝันร้ายล่วงหน้า | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ฉันเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง สามีทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เราอยู่ในช่วงที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ดิฉันก็ตั้งท้องและคลอดลูกเป็นผู้ชาย

ประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๑ หลังจากดิฉันคลอดลูกผ่านไป ๑ ปี คืนหนึ่งดิฉันได้ฝันว่า ดิฉันกำลังนั่งรอสามีกลับบ้านเพราะดึกมากแล้ว รออย่างกระวนกระวายใจ สักพักดิฉันก็มองออกไปที่หน้าบ้าน ดิฉันเห็นแม่ของสามีลอยผ่านหน้าดิฉันไป และแม่ของสามีก็หันมายิ้มให้ดิฉัน ดิฉันแปลกใจมากเพราะแม่ของสามีท่านเสียไปหลายปีแล้ว คือในความฝันดิฉันไม่ได้กลัวท่าน ได้แต่มองตามไปเท่านั้น

ขณะที่ดิฉันยังงงๆ อยู่นั้นก็หันไปเห็นสามีกลับมาจากทำงาน ลักษณะตามหลังแม่มาแต่เท้าของสามีลอยไม่ติดพื้น ดิฉันคิดว่านี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ในฝันนั้นสามีมองดิฉันด้วยสายตาเศร้าสร้อย พอดิฉันมองหน้าสามีชัดๆ หน้าตาของสามีมีบาดแผลและเลือดเต็มไปหมด

ดิฉันน้ำตาไหลพราก เริ่มรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น สามีของดิฉันตายไปแล้วในความฝัน แล้วสามีก็ยิ้มให้พร้อมพูดเบาๆ ออกมาว่า “ผมตายแล้วนะ รถชนกันตอนกลับจากโคราช” พูดเพียงเท่านี้สามีก็ลอยตามแม่และหายลับตาไป

ในฝันนั้นดิฉันร้องไห้อยู่จนเหนื่อย กระทั่งตกใจตื่น พยายามนึกทบทวนความฝันที่น่ากลัว ดิฉันจึงปลุกสามีแล้วเล่าให้เค้าฟัง สามีก็ปลอบใจ พอดิฉันไปทำงานก็เล่าความฝันให้เพื่อนๆ ที่ทำงานฟัง พวกคนแก่ซึ่งเป็นแม่ของพวกที่ทำงานด้วยกันได้แนะนำว่า สามีคงกำลังมีเคราะห์ ให้ทำสังฆทานและซื้อโลงศพบริจาค

เวลาผ่านไป ดิฉัน สามี และลูกก็พยายามทำสังฆทานอยู่เสมอ แต่ซื้อโลงศพดิฉันยังไม่ได้ทำสักทีได้แต่ผลัดไปเรื่อยๆ จนลืม จากความฝันในวันนั้นผ่านมาประมาณ ๖ ปี จนบุตรชายของดิฉันอายุได้ ๗ ขวบ แต่ดิฉันก็ไม่เคยลืมความฝันที่น่ากลัวนั้นเลย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๗ ดิฉันตื่นนอนทำกิจวัตรประจำวันของตนเองและของบุตรชายตามปกติจนเสร็จเรียบร้อย แต่วันนี้แปลกเพราะสามีตื่นแต่เช้ารีบลงมาข้างล่าง ขณะที่สามีมองเราสองแม่ลูกกำลังเตรียมตัวกันอยู่นั้น สามีก็พูดขึ้นว่า “หนูอย่าดื้อกับแม่นะลูก แม่เค้าพูดอะไรก็เชื่อฟังนะลูก” เค้าพูดเพียงแค่นั้น ดิฉันก็รีบส่งลูกไปโรงเรียนและไปทำงาน

วันนั้นเวลาประมาณ ๑๐ โมงกว่า ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องทำงาน เพื่อนที่ทำงานเป็นคนรับสายแล้วมีเสียงร้องอย่างตกใจ เพื่อนเรียกดิฉันให้มารับโทรศัพท์เอง ดิฉันเลยรีบวิ่งเข้าไปรับโทรศัพท์

เสียงจากปลายสายถามว่าสามีคุณชื่อนี้ใช่ไหม ดิฉันก็ตอบว่าใช่ รถยนต์ที่สามีคุณใช้ทะเบียนนี้ยี่ห้อนี้ใช่ไหม ดิฉันก็ตอบว่าใช่ ผู้พูดก็บอกว่าเป็น ร้อยตำรวจโท (ขอสงวนชื่อ) เจ้าของคดี ตอนนี้สามีของคุณขับรถยนต์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ได้ยินเท่านั้นดิฉันก็ล้มลงทันที พอรู้สึกตัวก็พยายามตั้งสติ พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าลูกน้องของสามีคงเอารถไปส่งของ หรือเพื่อนของสามีขอยืมรถไป พลางร้องตะโกนว่า ไม่ใช่แน่ๆ ต้องไม่ใช่สามีแน่ๆ หัวหน้าหน่วยงานจึงรีบสั่งให้ลูกน้องตรวจเช็กดูอีกที และเขาก็บอกว่า เป็นสามีของดิฉันจริงๆ ตอนนี้ศพอยู่โรงพยาบาลแล้ว

ดิฉันแทบสิ้นสติ หูอื้ออึงไปหมด ภรรยาของสามี แม่ของลูก คนคนนั้นคือดิฉันที่ต้องทนรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้ พี่น้องฝ่ายสามีเป็นคนจัดการเรื่องเอกสารคนตาย เขาให้ดิฉันไปรอรับศพที่ศาลาวัดที่เพื่อนๆ พนักงานและพ่อแม่ของดิฉันที่ทราบข่าวรีบมาเตรียมการไว้ก่อนแล้ว มันเป็นการรอคอยที่แสนทรมานที่สุดในชีวิต

แล้วรถส่งศพจากโรงพยาบาลก็มาถึง เจ้าหน้าที่ช่วยกันยกศพลงมาแต่ยังห่อผ้าอยู่ ดิฉันรีบวิ่งตรงไปที่ศพเพื่อจะเปิดผ้าดูให้ได้ แต่ถูกห้ามไว้และขอเวลาให้นำศพวางที่แท่นเพื่อเตรียมรดน้ำศพให้เรียบร้อยก่อน

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คุณพ่อของดิฉันได้เรียกดิฉันไปรดน้ำศพเป็นคนแรก ดิฉันเดินแทบไม่ไหว เพื่อนๆ ต้องช่วยกันพยุงไป พอถึงศพดิฉันก็รวบรวมกำลังเปิดดูหน้าศพ เมื่อผ้าเปิดออกดิฉันถึงกับตะลึง เพราะหน้าตาของสามีตอนนี้เหมือนกับที่ดิฉันเคยฝันมาไม่มีผิดเพี้ยน ผิดกันก็แค่สามีไม่ได้พูดว่า “ผมตายแล้วนะ” เหมือนในความฝัน และตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุก็เป็นที่เดียวกันกับที่ดิฉันฝัน เพราะสามีกลับจากโคราช

ถึงทุกอย่างจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความน่ากลัวและความหวาดระแวงต่อความฝันยังคงดำเนินอยู่เรื่อยมา ทั้งๆ ที่ดิฉันฝันเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของสามีไว้ได้ ทุกวันนี้ก่อนหลับตาดิฉันยังคงกลัว กลัวเหลือเกินว่าความฝันในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีก

error: Content is protected !!