“หายใจไม่ออก..” | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นเพื่อนผมสอบเข้าเรียนที่ราชภัฏลำปาง เดิมทีมันเป็นคนเชียงราย แต่สอบที่เชียงรายไม่ติดเลยได้มาสอบที่ลำปางแทน พอสอบได้ก็เตรียมตัวหาห้องพัก แต่ห้องพักใกล้ๆ กับมหาลัยส่วนใหญ่จะเต็ม ถ้าไม่เต็มก็แพงเกินไป จ่ายไม่ไหว ก็เลยต้องหาที่ไกลออกไปอีกหน่อย แต่ก็หายากอยู่ดี

จนไปเจอหอพักแห่งหนึ่ง อยู่ในซอยลึกเข้าไปประมาณสามร้อยเมตร บริเวณโดยรอบส่วนใหญ่เป็นที่รกร้าง มีบ้านเรือนเก่าๆ อยู่บ้างประปราย และอีกอย่างซอยนี้ดูเงียบๆ เหมือนไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่ด้วยราคาเช่าต่อเดือนที่ถูกกว่าที่อื่นจึงจำเป็นต้องเช่าอยู่

เพื่อนเล่าว่า ตอนเข้าไปติดต่อขอเช่าห้อง คนดูแลห้องพักถามว่า “ไอ้หนุ่ม เอ็งอายุเท่าไหร่ เกินยี่สิบหรือยัง ถ้ายังไม่เกินยี่สิบ ลุงไม่ให้เช่านะ”

เพื่อนผมตอนนั้นอายุสิบเก้าย่างยี่สิบปี เพราะมันพึ่งจบมอหก แต่ด้วยความที่ห้องพักหายากมาก ขี้เกียจหาแล้วจึงโกหกลุงเจ้าของว่ายี่สิบเอ็ดปี ลุงแกก็เชื่อคนง่ายเหลือเกิน ไม่เซ้าซี้เพราะถือว่าได้แจ้งไปแล้ว จึงให้เพื่อนผมเข้าอยู่

เพื่อนผมได้ห้องชั้นสอง ห้องเบอร์สาม ว่างแค่ห้องนี้ห้องเดียว ที่เหลือเต็มหมด เพื่อนผมก็เข้าอยู่ทันที ผ่านไปเกือบอาทิตย์เหตุการณ์ก็ปกติดี แต่สังเกตว่าห้องข้างๆ เริ่มขนของย้ายออก และหายไปทีละห้องสองห้องภายในไม่กี่สัปดาห์ เพื่อนผมมันก็แปลกใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

คืนนั้นเพื่อนผมกลับมาจากงานเลี้ยง มาถึงห้องก็ดึกๆ ประมาณตีหนึ่ง อาบน้ำเสร็จก็เข้านอนตามปกติ ในห้องจะมีพัดลมเพดานแบบเก่าสีเขียวๆ ที่เป็นแบบใบพัดยาวๆ สามอัน คืนนั้นอากาศไม่ค่อยร้อนก็เลยเปิดแค่เบอร์หนึ่ง

พอเคลิ้มๆ กำลังจะหลับ มันรู้สึกว่าพัดลมหมุนช้าลง ช้าลง ช้าจนเห็นบางอย่างคล้ายผ้าสามสีผูกติดอยู่กับใบพัด แกว่งไปช้าๆ เอื่อยๆ นานเข้าจากผ้าสามสีก็เห็นเหมือนมีเส้นผมยาวๆ แกว่งอยู่ด้วย ยิ่งแกว่งไปเส้นผมก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนดำมืดเต็มพัดลมไปหมด

เพื่อนผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ มองดูพัดลมหยุดนิ่ง แต่กลับไม่มีผ้าหรือเส้นผมใดๆ มันหันไปดูที่สวิตช์ยังคงค้างอยู่ที่เลขหนึ่ง ก็เลยกดปิด-เปิดใหม่ พัดลมหมุนตามปกติ เพื่อนผมเลยนอนต่อ พอกำลังจะเคลิ้มๆ ก็รู้สึกแปลกๆ ตรงพัดลมเพดานอีกแล้ว แต่คราวนี้ขยับตัวไม่ได้ ได้แต่หรี่ตามองอย่างเดียว มันบอกเห็นเป็นเงาคน ร่างนั้นห้อยติดอยู่กับพัดลมเพดานที่ใบพัดแกว่งไปอย่างช้าๆ

เพื่อนผมแทบช็อก! เหงื่อแตกพลั่ก น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวสุดขีด ได้แต่ท่องพุทโธ พุทโธ และทันใดนั้นเองพัดลมก็หยุดกึก! ร่างที่ห้อยติดอยู่กับพัดลมเพดานค่อยๆ หันหน้ามาและพูดด้วยเสียงที่เย็นยะเยือกว่า

“ช่วย…ด้วย…”

“หาย…ใจ…ไม่…ออก…”

เพื่อนผมใจหายวูบ แสงไฟสลัวจากนอกห้องส่องเข้ามาพอให้เห็น ชัดแล้วว่าร่างนั้นคือคนผูกคอตายกับพัดลมเพดาน ลิ้นจุกปาก ตาถลนออกมานอกเบ้า พัดลมเริ่มดังกึกกัก ตามมาด้วยเสียง ‘เฮือก’ เหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ หมาในซอยพากันโก่งคอหอนโหยหวน คล้ายพวกมันจะสัมผัสได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

เพื่อนผมแทบจะบ้าตาย จะขยับตัวแต่ก็ทำไม่ได้ มันพยายามตั้งสติที่มีอยู่อย่างน้อยนิด นึกถึงพระคุณพ่อแม่ พอหลุดจากตรงนั้นมาได้ เพื่อนผมมันพุ่งทีเดียวจากเตียงถึงประตูเลยครับ วิ่งลงมาด้านล่างหอพัก มานั่งหอบตัวโยน เหงื่อไหลโชกเต็มตัวไปหมด ดูเวลาตอนนั้นตีสองกว่าๆ ให้อยู่ถึงเช้าคงไม่ไหว มันรีบหยอดตู้กดโทรตามพ่อให้มารับ คุยไปเสียงสั่นไป

พ่อก็บอกให้ตั้งสติไว้ จะรีบไปรับ แต่ด้วยพ่ออยู่เชียงราย การจะมาที่ลำปางก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง มันนั่งตากยุงจนเวลาประมาณหกโมงเช้าพ่อก็มารับ ประจวบเหมาะกับว่าลุงคนดูแลหอมาถึงพอดี พอเห็นเจ้าเพื่อนผมกำลังขนของ เขาก็เลยถาม มันเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ลุงแกถามกลับมาว่า

“อ้าว ตกลงเอ็งอายุเท่าไหร่แน่ บอกมาตามตรง”

“สิบเก้าครับ” มันพูดตาละห้อย

“นั่นไง! ก่อนเข้าลุงก็อุตส่าห์ถามแล้วนะ เอ็งไม่น่าโกหกลุง หลายปีก่อนห้องนั้นเคยมีคนผูกคอตาย เด็กอายุสิบเก้า คนทรงเขาบอกว่าต้องอายุเกินยี่สิบไปแล้วถึงจะอยู่ห้องนั้นได้โดยไม่เจออาถรรพ์คนตาย ก่อนหน้านี้คนอื่นๆ เขาก็อยู่ได้ จะมีก็แต่คนก่อนหน้ากับเอ็งนี่แหละ โกหกเรื่องอายุเหมือนกันเลย”

สุดท้ายเพื่อนผมก็ต้องระเห็จไปหาห้องพักใหม่ คราวนี้มันบอกว่าเข็ดแล้ว เวลาเจ้าของหอถามประวัติ มันจะไม่โกหกอีกเด็ดขาด

เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้ ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

error: Content is protected !!