มรดกเลือด | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ในอดีตที่ล่วงมากว่าห้าสิบถึงหกสิบปี มีเรื่องเล่าซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการแย่งชิงสมบัติ ในสมัยก่อนสมบัติที่มีค่ามากที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘ที่ดิน’ พ่อแม่มักจะแบ่งสันปันส่วนที่ดินให้ลูก ตอนออกเรือนใหม่ๆ ก็ยังไม่มีปัญหา แต่พอมาถึงรุ่นหลานเรื่องวุ่นๆ ก็เริ่มเกิด

มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวคือ ‘นางจิต’ หลังจากสามีตายก็อยู่กับลูกกับหลานสืบมา แกเป็นนักเลง พูดจาโผงผาง แต่เป็นคนที่มีสัจจะและความยุติธรรม แกเป็นคนไม่ยอมคน

อยู่มาวันหนึ่ง พี่ชายของนางจิตคือ ‘นายใจ’ ก็มาหา เพื่อจะขอแบ่งที่ดินให้ลูกชายของตน เนื่องมาจากที่ดินที่เคยมีนั้นต้องเสียไปกับการพนันจนเกือบหมด ประจวบเหมาะกับที่ลูกชายมีเมียก็อยากจะมีอะไรให้ลูกบ้าง แต่นางจิตไม่ยอม เพราะได้แบ่งให้ลูกของตนไปแล้วเหมือนกัน เหลือไว้เพียงสิบไร่ เอาไว้ทำกินยามแก่

“เห็นจะไม่ได้หรอกพี่ทิด เพราะฉันแบ่งให้ลูกไปหมดแล้ว ส่วนของฉันก็เหลือเพียงสิบไร่เท่านั้น จะเอาไว้ให้หลาน คนไหนที่มันเลี้ยงดูฉันยามแก่ ฉันจะมอบให้มัน” นางจิตอธิบายพลางบ้วนน้ำหมากลงกระโถน

“โธ่เอ๊ยนางจิต แบ่งให้ข้าสักห้าไร่ก็ยังดี เอ็งก็เอาไว้ห้าไร่ก็พอ ลูกหลานเต็มบ้านจะต้องกลัวว่ามันจะไม่เลี้ยงทำไมกัน”

“ไม่ได้หรอกพี่ทิด”

นางจิตยังยืนยันคำเดิม ทําให้นายใจผู้พี่ซึ่งรู้นิสัยของน้องสาวคนนี้ดี รู้สึกกลัดกลุ้มและไม่พอใจ จนไม่อาจจะหันหน้าไปเผชิญต่อไปได้ จึงค่อยๆ หันหลังให้นางจิตพร้อมกับหย่อนขาลงที่พื้นไม้ต่างระดับ

“ที่ดินพ่อกับแม่แบ่งให้เอ็งมากกว่าข้าตั้งยี่สิบไร่ แทนที่ข้าจะได้มากกว่าเพราะเป็นพี่ แต่พ่อแม่ลำเอียง ข้าก็อุตส่าห์ไม่พูดเพราะคิดว่าเราพี่น้องพอจะคุยกันได้” นายใจเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น จึงรื้อฟื้นความในใจที่แอบเคียดแค้นน้องสาวคนนี้มาเนิ่นนาน

“อ้าว พี่ทิดพูดแบบนี้มันไม่ถูกนา ที่ดินฉันได้มากกว่าพี่ทิดยี่สิบไร่ก็จริง แต่บ้านกับควายอีกฝูงหนึ่งก็เป็นของพี่ทิดไม่ใช่รึ ฉันออกเรือนก็ไปอยู่บ้านผัว ส่วนพี่พาเมียเข้าบ้าน พ่อกับแม่ก็ยกเรือนให้ มันก็น่าจะเพียงพอหรือเท่าเทียมกันนี่นา”

นายใจหันมาหานางจิตผู้เป็นน้อง “มันจะเท่าได้ยังไง ก็เอ็งมีลูกแค่สองคนกับที่ดินอีกห้าสิบไร่ ส่วนข้ามีลูกสี่คนกับที่ดินสามสิบไร่ พอแบ่งให้ลูกแล้วลูกข้าก็ได้น้อยกว่าลูกเอ็ง”

นางจิตชักขุ่นใจเมื่อพี่ชายพูดเหมือนคนพาล “ก็หากพี่ไม่เอาที่ดินไปเสียให้กับการพนันซะ มันก็น่าจะพอนี่พี่ทิด”

“เอ๊ะอีนี่! มันเรื่องของข้านะโว้ย”

“นี่มันก็เรื่องของฉันนะพี่ ไม่เอาแล้ว ไม่คุยกับพี่ทิดหรอก ฉันจะออกนาแล้ว” นางจิตพูดแล้วก็คว้าหมวกกับมีดหวดป่าก้าวลงจากเรือน ท่ามกลางสายตาที่แสดงออกถึงความไม่พอใจของพี่ชาย

“ให้มันรู้ไปว่าข้าจะไม่ได้ที่ดินที่ควรเป็นของข้า นางจิต!”

นายใจเดินกลับบ้านด้วยความเคืองขุ่น ก็แวะไปที่ชายป่าซึ่งเป็นโรงฝิ่นและบ่อนการพนัน

“หน้าบานมาเชียวนะลุง”

“เฮ้อ…” นายใจถอนใจเฮือกเมื่อรับฝิ่นมาสูบเข้าปอด ก่อนจะมองไปที่วงไฮโล ทำให้เริ่มคันไม้คันมือ

“ถ้าไม่มีเงินก็เล่นไม่ได้นะลุง เพราะคราวที่แล้วยังค้างอยู่เลย เว้นเสียแต่จะมีที่นามาแทนเงิน หรือไม่ก็ควายสักสองสามตัว” คำพูดของลูกชายเจ้าของบ่อนทำให้นายใจหงุดหงิดมากขึ้น

‘ถ้าได้ที่ดินจากนางจิตมาอีกสักสิบไร่ก็คงดี’ นายใจครุ่นคิดพลางกำมือแน่น ก่อนจะก้าวออกจากบ่อนมุ่งหน้ากลับบ้าน

“ได้ไหมล่ะพ่อ อาจิตเขายอมยกที่ดินให้พ่อไหม” เมื่อมาถึงบ้าน ‘นายสมหมาย’ ก็รีบก้าวลงจากเรือนตรงมาหาพ่อทันที แต่พอนายใจได้ยินคำถามของลูกชายคนโตก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้น

“ไม่ได้!”

“ทำไมล่ะพ่อ ก็ไหนพ่อบอกว่าที่ดินควรเป็นของพ่อยี่สิบไร่ไม่ใช่หรือ อย่างนี้อาจิตขี้โกงชัดๆ” นายสมหมายเอ่ยออกมาพลางกำมือแน่น

“ใช่ มันควรเป็นของข้าและก็ควรเป็นของพวกเอ็งทุกคนด้วย แต่นางจิตมันฮุบเอาไว้คนเดียว”

“น่าเจ็บใจจริงๆ ฉันล่ะหมั่นไส้ไอ้ชิดกับไอ้น้อยมันนัก ทำทีท่าว่ามีเงิน ที่แท้ก็ได้มาจากการที่แม่ของมันโกงพี่ชายนี่เอง” นายสมหมายหันมาหาพ่อ “ฉันไม่ยอมหรอกนะพ่อ ถ้าฉันไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้ อะไรที่ควรเป็นของฉัน ฉันต้องได้”

นายสมหมายพูดจบ ก็ก้าวกลับขึ้นเรือนแล้วลงมาอีกครั้ง หลังจากหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่พร้อมกับสะพายย่ามใบใหญ่

“นั่นเอ็งจะไปไหนวะไอ้ทิด”

“ไปธุระพ่อ” นายสมหมายหันมาหาพ่อของเขา

นายใจลุกขึ้นยืนมองตามหลังลูกชายคนโตไปด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม ‘มันจะไปไหนของมันนะ’ นายใจคิด โดยหารู้ไม่ว่า ขณะนี้นายสมหมายได้แบกความเคียดแค้นมุ่งหน้าไปหานางจิตผู้เป็นอา เพื่อจะพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่ทว่านางจิตก็พยายามอธิบายความจริงให้หลานชายรับรู้ แต่นายสมหมายไม่ยอมรับฟังอะไรทั้งนั้น เพราะเขาเชื่อผู้เป็นพ่อ ประกอบกับความอยากได้ จึงทำให้เขาหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากย่าม

“จะยอมยกที่ดินคืนพ่อของฉันไหมอา…” นายสมหมายพูด พร้อมกับส่องกระบอกปืนไปยังร่างของนางจิตที่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ

“ไอ้ทิด! นี่เอ็งจะบังคับข้ารึ”

“เปล่าอา ฉันขอในส่วนของพ่อคืนเท่านั้น อีกอย่างอาก็ครอบครองมาหลายสิบปีแล้ว ควรจะส่งคืนให้พ่อของฉันได้แล้ว”

“แต่มันเป็นที่ดินของข้า และข้าก็แบ่งให้ลูกไปหมดแล้วด้วย ส่วนของพ่อเอ็งก็คือบ้านที่เอ็งอยู่กับควายอีกฝูงไงล่ะ”

“ตกลงว่าจะไม่ยอมคืนที่ดินให้พ่อฉันใช่ไหม” นายสมหมายยิ้มเครียด

นางจิตพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด ข่มความกลัวทุกอย่างลง “ใช่ ข้าไม่ยกให้”

“ถ้าอย่างนั้นก็เฝ้ามันไว้ก็แล้วกัน”

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

กระสุนปืนพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของนางจิตสามนัดซ้อน ร่างของหญิงวัยห้าสิบหงายหลังตึง ล้มลงนอนจมกองเลือดที่พุ่งทะลักออกมา ดวงตาเบิกโพลง มือทั้งสองข้างกำเศษดินเอาไว้แน่น

“ในเมื่อไม่ยอมคืน ก็เฝ้ามันอยู่ตรงนี้แหละนะอีแก่” นายสมหมายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง ก่อนจะรีบเก็บปืนลงย่าม “รายต่อไปก็คือลูกของแก ไอ้ชิด! ไอ้น้อย!” แล้วนายสมหมายก็ก้าวออกจากที่เกิดเหตุ

ทางฝั่งของ ‘ไอ้ชิด’ ลูกชายคนโตของนางจิต พอเห็นว่าจะค่ำแล้วแต่แม่ยังไม่กลับบ้านจึงออกไปตามที่นา แต่พอมาถึงกลับเห็นร่างของแม่นอนหงายจมกองเลือดที่แห้งเกรอะกรัง ดวงตาปูดโปนอย่างน่าสะพรึงกลัว มือทั้งสองข้างของแม่กําธุลีดินเอาไว้แน่น ไอ้ชิดพอเห็นสภาพของแม่เป็นแบบนั้นก็ร้องไห้โฮ

เวลานี้วิญญาณของนางจิตได้ออกติดตามนายสมหมายไป สัตว์นรกมันกําลังมุ่งหน้าไปหา ‘ไอ้น้อย’ ชายหนุ่มวัยเบญจเพสซึ่งเป็นลูกคนเล็กของนางจิต เขาได้เดินทางกลับมาบ้านพอดี

“ไอ้น้อย! ดีเลยมึง กูไม่ต้องเหนื่อยเข้าไปหาถึงในเมือง ไอ้ศัตรูตัวฉกาจ นอกจากมึงจะแย่งที่ดินที่ควรจะเป็นของกูแล้ว มึงยังคิดแย่งผู้หญิงที่กูรักอีก”

เมื่อนายสมหมายเห็นไอ้น้อย  มันก็ล้วงมือลงย่าม หยิบปืนกระบอกเดียวกันกับที่สังหารนางจิตออกมา

“อย่าอยู่เลยมึง!”

นายสมหมายพูดพร้อมกับเล็งปากกระบอกปืนไปยังร่างของไอ้น้อยที่มุ่งหน้าใกล้เข้ามายังจุดที่มันกำลังซุ่มอยู่ แต่ทันใดนั้นเอง! ร่างของไอ้น้อยที่นายสมหมายเห็น กลับกลายเป็นร่างของนางจิต

“เฮ้ย!”

นายสมหมายชะงักงันเมื่อเห็นร่างของนางจิตเด่นชัดขึ้น ใบหน้าถมึงทึง ตามตัวโชกไปด้วยเลือด

“ตายยากเสียจริงนะมึง อีแก่!”

นายสมหมายสบถ ก่อนจะชูปากกระบอกปืนแล้วลั่นไก เปรี้ยง! อนิจจา…ร่างของนางจิตที่นายสมหมายเห็นกลับกลายเป็นร่างของ ‘นายใจ’ ผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้า ที่เวลานี้ถูกคมกระสุนปืนแสกกลางหน้าผาก ล้มทั้งยืน จบชีวิตอย่างน่าอนาถบนผืนดินผืนเดียวกับที่นางจิตได้ครอบครอง

“พ่อ!”

นายสมหมายร้องลั่น ก่อนจะปรี่เข้าไปหาร่างของผู้เป็นพ่อที่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง

ห่างออกไป…ดวงวิญญาณของนางจิตยืนมอง ‘นายชิด’ ลูกชายคนโตที่อุ้มร่างไร้วิญญาณของตนกลับมาที่บ้านด้วยสีหน้าเศร้าหมอง น้ำตานองหน้า ‘ลูกเอ๊ย…แม่คงมาส่งเอ็งได้เพียงเท่านี้’

ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อนายใจผู้เป็นพ่อจบชีวิตลง นายสมหมายจึงต้องโทษข้อหาฆ่าคนตาย ชดใช้กรรมให้สาสมกับสิ่งที่มันได้กระทำลงไป

error: Content is protected !!