“บ้านเช่าสองศพ” ย่านปทุมธานี | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ต้นเดือนมกราคมเมื่อแปดปีก่อน เรามีเหตุให้ต้องย้ายบ้านกะทันหัน เนื่องจากบ้านเก่าที่เป็นบ้านเช่า เจ้าของบ้านขายได้ เจ้าของใหม่ที่ซื้อจะรีบปรับปรุงและเข้าอยู่เลย ทำให้เรามีเวลาหาบ้านใหม่ไม่กี่วัน

ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา ทำให้เรากับแฟนต้องหยุดงานและวิ่งหาบ้าน หามาเป็นอาทิตย์ๆ ไม่มีบ้านพอที่เราจะเช่าได้เลย เพราะแฟนเราต้องการบ้านและมีที่เปล่า พอที่จะทำงานได้ด้วย เลยยากไปใหญ่ จนเหลืออีกแค่สองวันจะสิ้นสุดสัญญา

เราวิ่งเกือบทั้งจังหวัด จนมาเจอบ้านหลังหนึ่ง (ขอไม่บอกอำเภอนะคะ) ในจังหวัดปทุมธานี มีที่ว่าง มีตัวบ้าน และมีรั้วรอบ รถเข้าไปจอดด้านในได้ มีป้ายติดไว้เป็นป้ายฟิวเจอร์บอร์ดสีขาว แฟนเรารีบให้เราลงไปดูว่าใช่ป้ายให้เช่าไหม พอเราลงไปดูเป็นป้ายจางๆ เขียนว่า ‘บ้านว่างให้เช่า’ แต่เบอร์โทรศัพท์เลือนหาย เห็นไม่ครบทุกตัว

บ้านนี้เป็นบ้านที่ไม่ติดใครเลย จะหาคนแถวนั้นถามก็ลำบากมาก เลยยืนลองสุ่มโทร โทรไปเกือบทุกเบอร์ที่พอจะเป็นไปได้ ผิดทุกเบอร์ จนแฟนเราลงมาจากรถ ถามว่าเขาให้เช่าไหม เราเลยให้ดูป้าย แฟนเราลองโทร ปรากฎว่าติดและใช่เจ้าของบ้าน ปลายสายว่าอยู่แถวนี้ เดี๋ยวมาไขประตูให้ดูด้านใน

แฟนเราชอบบ้านหลังนี้มาก เป็นบ้านชั้นเดียว สีเหมือนทาใหม่ รอบๆ บ้านมีที่เยอะ มีโรงจอดรถ สภาพโดยรวมเข้าอยู่ได้เลย

เรารอไม่นาน เจ้าของบ้านขับมอเตอร์ไซค์มา เป็นผู้หญิง สมมติว่าชื่อ ‘พี่จิน’ เขายิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยดี รีบเปิดประตูให้ดูบ้านด้านใน สภาพบ้านดีมากค่ะ ทาสีใหม่ เหมือนเพิ่งปรับปรุง ทาสีสันสดใส มีรั้วเล็กๆ กั้นเหมือนทำแปลงผักข้างบ้าน แต่รั้วมันสะดุดตาตรงที่มันสีส้มแปร๊ด เราอดถามเจ้าของบ้านไม่ได้

“พี่คะ รั้วสีสดใสดีนะคะ คนเช่าเก่าทำไว้หรอพี่” เราถาม

“อ่อ ใช่เลยน้อง เขาบูชาเงาะเลยชอบสีสดๆ แจ๊ดๆ ดูในบ้านสิ ครบสีเลย ทากำแพงคนละสีเลย ชมพู ม่วง เขียว พี่เห็นแล้วก็ตกใจเหมือนกัน แต่พี่ไม่ว่าหรอก บ้านหลังนี้ซื้อไว้กะว่าอีกสักห้าหกปีจะมาอยู่ จะทุบหลังนี้ทิ้งแล้วสร้างใหม่เลย”

พี่จินบอกว่าแกซื้อที่พร้อมบ้านนี้มาด้วย เดิมเคยเป็นโรงงานพลาสติกเล็กๆ แกโชคดี ซื้อตอนเจ้าของร้อนเงินเลยได้ราคาไม่แพง ซื้อเผื่อลูกๆ โต

เราเดินดูรอบๆ บ้าน ด้านหลังเป็นห้องแยกจากตัวบ้าน มีสองห้อง ห้องน้ำในตัว ดูสภาพแล้วน่าจะเป็นห้องพักคนงาน ข้างในห้องมีเตียงเก่าๆ กำแพงห้องมีข้อความเขียนเต็มผนัง และพัดลมเพดานที่เหมือนจะหลุด ดูแล้วสองห้องนี้อาจไม่ได้ใช้งาน ต้องปิดตายไปเลย

แฟนเราชอบบ้านหลังนี้ ด้วยมีพื้นที่รวมๆ เกือบไร่ บ้านก็เข้าอยู่ได้เลยและมีที่จอดรถสะดวก รั้วสูงมิดชิด ลมเย็นและสงบ ที่สำคัญค่าเช่าไม่แพงกว่างบประมาณที่มี

เราเลยตกลงเช่าทันที พี่จินบอกว่าให้เอากุญแจบ้านไว้เลย สองสามวันจะทำสัญญามาให้เซ็น แล้วค่อยวางมัดจำ แฟนเราก็โอเค เรายังคุยกันเลยว่าเจ้าของบ้านไม่เคี่ยว ไม่หวงของ เราคงอยู่กันแบบไม่ลำบากใจ ‘คงเป็นเพราะเขาคิดจะทุบอยู่แล้วมั้ง’ เราคิดในใจ

วันเดียวกัน เราทยอยขนของย้ายเข้าบ้านและสำรวจในบ้าน ไฟฟ้า น้ำ อุปกรณ์ต่างๆ ว่าพร้อมใช้งานหรือเปล่า ในบ้านปกติดี แต่! ห้องคนงานด้านหลังมีกลิ่นเหมือนหนูตายเหม็นโชยมาเป็นระยะๆ คือแบบกลิ่นแรงจนเวียนหัว สงสัยเพิ่งเน่าเพราะตอนแรกยังไม่มีกลิ่นเลย แต่บอกตรงๆ เราไม่กล้าเดินไปดูคนเดียว เลยทนๆ เอา กว่าจะขนของเสร็จก็ค่ำ เหนื่อยหมดแรง เรารีบอาบน้ำและเข้านอนกันเลยโดยที่ยังไม่ได้จัดของ

ลืมอธิบายในตัวบ้านค่ะ ในตัวบ้านมีห้องน้ำและห้องว่างสองห้อง ห้องนึงเราเอาไว้เก็บของและเป็นห้องเสื้อผ้า อีกห้องเราเอาไว้นอน ห้องที่เก็บเสื้อผ้าจะอยู่ติดกับห้องคนงานด้านหลัง คือเปิดหน้าต่างไปก็จะเจอหน้าห้องคนงานเลยค่ะ ห่างกันประมาณสองเมตร

คืนแรกเราเหนื่อยและหลับสนิท แต่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงเหมือนอะไรหล่นอยู่ด้านที่เป็นห้องคนงาน หล่นใส่หลังคาดังมาก คือของที่หล่นมาต้องใหญ่มากค่ะ เพราะดังมาก ดังเหมือนฟ้าผ่า เรากับแฟนมองหน้ากัน แฟนเราหยิบไฟฉายจะออกไปดู เราห้ามไว้ค่ะ เพราะพึ่งมาอยู่ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร เช้าค่อยไปดู แฟนเราก็โอเค

เราก็พากันหลับไปจนเช้า เรารีบไปดูที่มาของเสียง ไม่มีอะไรหล่นเลยค่ะ ดูรอบๆ แล้วไม่มีอะไรที่เป็นเศษวัสดุเลย เราก็แปลกใจ แต่ด้วยไม่มีเวลาคิดมากเพราะต้องรีบจัดข้าวของ เลยปล่อยไปค่ะ

ช่วงเย็นของวันนั้นแฟนเราออกไปซื้อข้าว เราเลยต้องจัดของอยู่คนเดียว ตะวันโพล้เพล้ ได้ยินเสียงดังเหมือนเมื่อคืนที่หลังคาห้องคนงาน คราวนี้เราวิ่งไปดูเลยค่ะ อยากรู้ว่ามันเสียงอะไร ด้วยความที่มันเริ่มจะมืดแล้ว มองอะไรไม่ชัด เราเห็นเหมือนลูกมะพร้าวที่เปลือกมันรุ่ยๆ ฟูๆ อยู่ด้านหลังห้องคนงาน

ในใจคิดว่า ‘ใครโยนเข้ามา’ เพราะแถวนี้ไม่มีต้นมะพร้าวสักต้น ลมที่ไหนจะพัดมา ระหว่างคิดเลยจะเดินไปดูใกล้ๆ และจะเก็บไว้ให้แฟนดู พอใกล้มากๆ เราได้กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนหมาตาย ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้กลิ่นเหม็นตลบเข้าหน้าเลย พอก้มไปจะหยิบ มันไม่ใช่มะพร้าว แต่มันเป็น “หัวคน!”

เราตกใจวิ่งไม่คิดชีวิต ใจเต้นตุบๆ พูดไม่ออก ร้องไม่ออก ตรงออกนอกบ้านอย่างเดียว เปิดประตูรั้วได้ก็วิ่งสวนออกไป แฟนเราเลี้ยวเข้ามาเกือบชนเราค่ะ แฟนเรารีบลงมาดู เรายังพูดไม่ออกใจเต้นรัว แฟนเราก็ตกใจ ถามว่า “เป็นไรๆ” เราจำได้ว่าเราพูดออกไปว่า “ผีหลอกๆ” และตื่นอีกทีก็นอนโรงพยาบาลเลยค่ะ เพราะเรากลัวจนเป็นลม

เราตื่นมา เราเล่าให้แฟนฟัง แฟนเราไม่เชื่อ บอกเราตาฝาด คือเขาพยายามพูดให้เราไม่กลัว เราบอกเราไม่กล้าอยู่แล้ว กลัวผี แฟนเราใช้เหตุหว่านล้อมต่างๆ นานา เรื่องความจำเป็น แล้วรับปากเราว่าจะไม่ให้เราอยู่คนเดียวอีก เราเลยจำใจยอมๆ ไป

เรานอนโรงพยาบาลแค่คืนเดียว บ่ายๆ ของอีกวันเรากลับบ้านแบบไม่อยากกลับเลย ภาพยังติดตา กลิ่นเน่ายังติดจมูกอยู่เลย เราบอกแฟนว่ายังไงเราจะไม่ไปเหยียบห้องคนงานข้างหลังอีกแน่

เวลาผ่านไป ทุกอย่างปกติ จนมาวันหนึ่งเราไปติดต่อชาวสวนแถวนั้น หาคนรับจ้างถางหญ้า แต่แปลกตรงที่พอตอนแรกตกลงรับงาน แต่พอบอกว่าบ้านหลังไหน ทุกคนปฏิเสธหมด เราแปลกใจแหละ แต่ไม่มีใครบอกเราหรือเล่าอะไรเลย แต่เลียบๆ เคียงๆ ถามเหมือนอยากรู้ว่าเราเจออะไรแปลกๆ บ้างไหม ประมาณนี้ สรุปเราเลยต้องไปจ้างคนจากที่อื่นให้มาถางหญ้าแทน

จนมาคืนหนึ่ง เราฝันว่าบ้านหลังนี้มีคนอยู่เยอะแยะ เหมือนโรงงานเล็กๆ ห้องด้านหลังมีคนอยู่ นั่งหน้าห้องดื่มเหล้า พูดคุยกันฟังภาษาไม่รู้เรื่อง แล้วเราต้องสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนทะเลาะกันหลังบ้าน ทะเลาะเสียงดัง เราสะกิดเรียกแฟนให้ตื่น เรากับแฟนนอนฟัง แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่คนแน่นอน คนที่ไหนจะมาทะเลาะกันในบ้านเรา

สักพักเสียงก็เงียบไป เราสองคนตาสว่างทั้งคู่จนเช้า แฟนเราชวนเดินไปดู ทุกอย่างปกติ เหมือนเดิมเลยค่ะ แต่ที่เพิ่มมาคือรูปปั้นเงาะที่หัวหยิก ปากแดง ตัวดำ แตกหัก กระจัดกระจายหลายตัวเลย แขนขาหัก หัวแตก ซึ่งก่อนหน้านี้มันไม่มี! เรามองหน้ากันแบบคิดเหมือนกันว่า ผีแน่ๆ

เรารีบโทรนัดพี่เจ้าของบ้าน วันนี้ต้องรู้ให้ได้ค่ะว่าตกลงมันยังไงแน่ อยู่ต่อคงไม่ไหวค่ะ เพราะไม่รู้ว่าอยู่กับใครหรืออะไร พอวางสายแฟนบอกว่าเขาได้ยินคนร้องให้ช่วยอยู่หลังบ้าน โอ๊ย! เราบอกช่างเหอะ ไม่ใช่คนแล้ว รีบไปหาพี่จินเหอะ แบบนี้จะอยู่ได้ไง

เรากับแฟนออกไปหาพี่จิน เจอหน้ากันแกยิ้มสวยเหมือนเคย ช่างไม่รู้เลยว่าเราทุกข์ร้อนกันแค่ไหน เรากับแฟนคาดคั้น เล่าสิ่งที่เจอให้แกฟัง แกยิ้มแห้งๆ แล้วเล่าว่า ตอนเป็นโรงงานพลาสติก มีคนงานเขมรฆ่าปาดคอกันตายสองศพ ฝังไว้ศพหนึ่ง อีกศพหนึ่งทิ้งไว้บ่อน้ำหลังบ้าน คนทำก็หนีไป

ตำรวจมาเจอแค่ศพเดียวที่อยู่ในบ่อน้ำ ส่วนอีกศพที่ฝังไว้ คนเช่าก่อนหน้านี้ที่บูชาเงาะเพิ่งเจอในสภาพเหลือแต่โครงกระดูก ฝังไว้ตรงส้วมหลังห้องคนงาน พึ่งแจ้งตำรวจให้มาขุดไป แล้วเขาก็เพิ่งย้ายออกไปก่อนหน้านี้แค่ไม่กี่เดือน พี่จินเป็นคนไม่กลัวผี แกเลยไม่ได้บอกเรา แต่แกเน้นเสียงเลยว่า

“พี่เอาพระมาไล่ออกไปแล้ว”

(เหอะๆ ไล่ยังไงผีไม่ไป เรานี่อยากจะให้แกไปนอนสักคืนสองคืน)

เรากับแฟนรีบย้ายออกในวันนั้นเลย กลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ ขืนอยู่ต่อไม่รู้จะกลัวหรือหัวใจวายตายไปก่อนหรือเปล่า สุดท้ายแล้วเราอยากบอกว่า เวลาจะหาบ้านเช่าสืบประวัติก่อนจะดีมากนะคะ จริงอยู่ที่ผีอาจทำอะไรเราไม่ได้ แต่มันจิตตก ประสาทเสีย หรืออย่างแย่สุดเราอาจจะเป็นบ้าไปเลยก็ได้ ไม่ไหวค่ะ

เรื่องราวทั้งหมดก็มีประมาณนี้ค่ะ

error: Content is protected !!