วนกลับมาจุดเดิม | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ผู้คนถกเถียงกันมานานแล้วว่า ‘ผีมีจริงหรือเปล่า’ ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตนกันทั้งนั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

แต่เรื่องที่ดิฉันและครอบครัวได้ไปประสบที่พิษณุโลกเมื่อปีกลายนี้เอง มันคือเรื่องแปลกประหลาดและน่าสยดสยองที่สุดจนต้องขอนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาและลงความเห็นว่า โลกหลังความตายนั้นมีจริงหรือไม่

‘ป้าเนื่อง’ คือพี่สาวของดิฉันเอง แต่เรียกตามลูกๆ ทั้งสามคนที่เป็นผู้ชายล้วน แกเป็นม่ายตัวคนเดียว ลูกสาวไปเรียนหนังสือที่เชียงใหม่ เราได้ข่าวว่าป้าเนื่องล้มป่วยด้วยโรคเบาหวานกับความดันสูง ไหนจะไขมันในเส้นเลือดอีก ก็ตามแบบคนที่อายุเลยเลขห้าไปแล้วค่ะ คนเราพอแก่ตัวลงก็มักจะมีโรคภัยไข้เจ็บคอยแวะเวียนมาหาอยู่เสมอ

ตอนหลังพวกเราได้ข่าวว่าอาการหนักถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล ร้านรวงหน้าตลาดก็ต้องให้ญาติห่างๆ กับลูกจ้างช่วยกันดูแล ลูกสาวมาเยี่ยมได้ไม่นานก็ต้องรีบกลับ

ตอนที่ดิฉันกับสามีและลูกๆ ยกโขยงไปเยี่ยม ป้าเนื่องเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน พอเห็นพวกเราก็ดีใจจนน้ำตาไหล เพราะญาติสนิทของเราจริงๆ ก็มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้องเท่านั้น

ป้าเนื่องลุกมาต้อนรับขับสู้ คะยั้นคะยอให้ค้างคืนด้วยกัน ไม่ต้องไปเช่าโรงแรมให้สิ้นเปลืองเปล่าๆ ยืนยันว่ารุ่งขึ้นกินอาหารที่ร้านเสร็จจะได้ไปไหว้หลวงพ่อชินราช เพราะวันเสาร์อาทิตย์คนแน่นเหมือนกับมีตลาดนัดเป็นประจำอยู่แล้ว

ดิฉันกับพี่สาวคุยกันในห้องนอนชั้นบน ส่วนห้องข้างๆ เป็นที่นอนของสามีกับลูกชาย ตอนค่ำพวกหนุ่มๆ เขาก็ไปชมบ้านชมเมืองกัน แต่เรายังคุยไม่หยุดปากด้วยเรื่องจิปาถะ ตั้งแต่สมัยเด็กจนเป็นสาว เหมือนกับคุยกันถึงเรื่องของคนอื่นยังไงยังงั้น

เมื่อเอ่ยถึงลุงประสงค์ที่ล่วงลับไปเมื่อปีก่อน ป้าเนื่องก็ยกมือไหว้ทำตาแดงๆ บอกว่าเคยฝันถึงครั้งเดียวเท่านั้น แกไม่เคยมาเยี่ยมเยียนอีกเลย คงจะไปสู่สุคติเรียบร้อยแล้ว

คืนนั้นเอง เราคุยกันจนผล็อยหลับไป แต่แล้วเสียงอะไรบางอย่างก็ปลุกดิฉันขึ้นมาเงี่ยหูฟัง ป้าเนื่องหลับสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ แม้ดิฉันจะยังงัวเงียอยู่ก็ตาม แต่เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบเชียบ นานๆ จะมีเสียงรถยนต์แล่นผ่านหน้าร้านสักครั้ง ดิฉันแทบจะกลั้นใจฟังเพราะเสียงนั้นทำให้รู้สึกเย็นสันหลังวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก

พอเงี่ยหูฟังไปสักพักก็ทำให้รู้ว่าเสียงสะอื้นเบาๆ นั้นดังมาจากฝาห้องที่สามีกับลูกๆ นอนอยู่ ชั่วขณะหนึ่ง ดิฉันขนลุกเกรียวไปทั้งตัว หรือจะเป็นลุงประสงค์ที่ตายไปแล้ว เสียงสะอื้นดังขึ้นทุกที แต่ในวินาทีนั้นเอง ความคิดของดิฉันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเสียงสะอื้นเบาๆ นั้น มันคือเสียงลูกชายของดิฉัน!

ดิฉันตกตะลึงจนตัวชา ทำอะไรไม่ถูก พ่อก็นอนอยู่ด้วยแท้ๆ หรือว่าเขาเป็นอะไรไป เสียงสะอื้นที่ดังชัดเจนขึ้นทำให้แน่ใจว่าพวกลูกๆ กำลังเจ็บปวดหรือหวาดกลัวอะไรอย่างรุนแรง ดิฉันลุกพรวดพราดขึ้น ร้องออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ลูก! เป็นอะไร”

“อะไรกัน…แม่นพ”

ป้าเนื่องคงตกใจเสียงร้องของดิฉันจนตื่น แกร้องถามพร้อมกับลุกขึ้นนั่งเช่นกัน แต่ยังช้ากว่าดิฉันที่ลุกถลาไปถอดกลอน แล้วเข้าไปทุบประตูห้องที่ลูกๆ นอนอยู่เสียงโครมคราม สามีบ่นเสียงง่วงๆ ก่อนจะเปิดประตูออกมา

ดิฉันปราดเข้าไปเปิดไฟสว่างจ้า จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน ลูกชายวัยสิบกว่าขวบทั้งสามคนนอนหงายตัวแข็งทื่อ อ้าปาก ลืมตาโพลง น้ำตาไหลรินอาบแก้มทุกคน เสียงสั่นปนสะอื้นร้องออกมา

“แม่…ช่วยหนูด้วย”

“ไม่ต้องกลัวลูก แม่อยู่นี่” ขาดคำก็ถลาเข้าไปกอดลูกๆ เช็ดน้ำตาพลางถาม แทบจะจับความไม่ได้

“เป็นอะไรลูก ใครทำอะไร บอกแม่ซิ ทำไมไม่ปลุกพ่อ”

สามียอมรับว่าหลับสนิท เขาฝันเห็นผู้หญิงวัยกลางคน ผอมบาง มีแต่หนังหุ้มกระดูก ผมเป็นกระเซิง ดวงตาปูดโปนแทบถลนออกมานอกเบ้า จ้องมองอย่างน่ากลัว พวกลูกๆ ก็ลุกขึ้นมาแย่งกันเล่าว่า พวกแกเห็นผู้หญิงยืนแขวนคออยู่ที่หน้าต่าง ทำเอาหวาดกลัวจนพูดไม่ออก นอกจากนอนน้ำตาไหล สะอึกสะอื้น จนเสียงนั้นดังแว่วไปถึงห้องของดิฉัน

ดิฉันหันขวับไปหาพี่สาว แกหลบตา พูดเสียงอ่อยๆ ว่าเมื่อสองสามเดือนก่อนมีญาติห่างๆ จากเหนือ บอบช้ำทรุดโทรมเต็มทีจากปัญหาชีวิต เขามาขออาศัยอยู่แค่คืนเดียวก็ผูกคอตายที่หน้าต่างบานนั้นเอง

คืนนั้นเรานอนไม่หลับจนรุ่งเช้า หลังจากไปกราบขอพรจากหลวงพ่อชินราชแล้วก็ร่ำลาป้าเนื่องกลับกรุงเทพฯ ทันที มันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือคำอธิบายใดๆ ครอบครัวเราไม่มีใครรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทำไมสามีดิฉันถึงฝันเห็น โดยเฉพาะลูกๆ ทั้งสามคนที่เห็นคาตาว่าเขาวนกลับมาผูกคอตายที่จุดเดิม

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น พูดถึงทีไรก็ยังขนลุกไม่หาย ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูนะคะ เพราะดิฉันก็ไม่รู้จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรดี

error: Content is protected !!