แพร | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ตอนนั้น ‘คุณเบน’ ทำงานเป็นฝ่ายออกแบบให้บริษัทแห่งหนึ่ง ช่วงนั้นเขาได้ย้ายเข้าไปอยู่คอนโดแห่งใหม่ย่านเตาปูน ห้องอยู่ชั้นสิบ ตอนนั้นคุณเบนอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ยังไม่มีครอบครัว เลยย้ายเข้าไปอยู่คนเดียว

ในขณะที่กำลังขนของเข้าลิฟต์ โดยลิฟต์จะมีสองตัว เวลาที่ขนของเข้าคอนโด เขาก็จะล็อกลิฟต์ไว้ให้ขนของหนึ่งตัว ระหว่างนั้นก็จะมีคนที่รอใช้ลิฟต์ ก็มีอยู่บ้างที่มีคนแสดงสีหน้าไม่พอใจที่คุณเบนมาแย่งใช้ลิฟต์ไปหนึ่งตัว คุณเบนก็เหลือบๆ มองไปทางกลุ่มคนเหล่านั้น สายตาก็ไปเจอกับเสี้ยวหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขายอมรับเลยว่าถูกใจมาก แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เดินเข้าลิฟต์ไป

หลังจากวันนั้นมาประมาณหนึ่งอาทิตย์ คุณเบนก็ได้เจอกับเธอคนนั้นอีกครั้ง ในขณะขึ้นลิฟต์คุณเบนก็แอบมองเธอ เธอลงที่ชั้นแปด ทุกครั้งที่ได้เจอคุณเบนก็จะแอบมองเธออยู่เสมอๆ บางครั้งถ้าเกิดอยู่ในลิฟต์กับเธอสองต่อสอง คุณเบนก็คิดว่าอยากที่จะคุยกับเธอ แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่แอบมองอย่างเดียว

จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีโอกาสได้ขึ้นลิฟต์กันสองต่อสองอีกครั้ง ช่วงที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัว คุณเบนก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไปว่า “ชื่ออะไรเหรอครับ” เธอไม่ตอบ แต่คุณเบนแอบสังเกตเห็นว่าเธอแอบยิ้มเล็กๆ ก่อนออกจากลิฟต์ไป

หลังจากนั้นมาทุกครั้งที่เจอกัน คุณเบนก็จะมองและยิ้มให้เธอเสมอ ถ้าอยู่ในลิฟต์กันสองคน เธอก็จะมองและยิ้มให้เวลาคุณเบนมองเธอ แต่ในทางกลับกันเวลาอยู่ในลิฟต์กันหลายคน ถ้าเธอหันมาเห็นว่าคุณเบนมองเธออยู่ เธอจะขมวดคิ้วและทำปากขมุบขมิบเวลาคุณเบนยิ้มให้

จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง ก่อนจะออกจากลิฟต์ที่อยู่ด้วยกันสองคน เธอก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ ว่า “ชื่อแพร” แล้วก็เดินออกจากลิฟต์ไป

คุณเบนและแพรมักจะได้คุยกันแบบถามคำตอบคำกันอยู่ระยะหนึ่ง จนสรุปได้ว่า แพรอาศัยอยู่กับแม่และน้องสาว ทำงานเกี่ยวกับบัญชีอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง มิน่าล่ะ เวลาที่คุณเบนเจอเธอจะอยู่ในชุดทำงานเสมอ ส่วนช่วงเวลานั้นก็จะเจอกันสองถึงสามทุ่ม

จนกระทั่งวันหนึ่ง แพรไม่ลงลิฟต์ที่ชั้นแปดเหมือนอย่างเคย แต่ว่าขึ้นมาคุยกับคุณเบนที่หน้าลิฟต์ชั้นสิบ เอาตรงๆ ก็คือทั้งสองคนกำลังจีบกันอยู่นั่นเอง เมื่อคุณเบนมั่นใจว่าชอบเธอจริงๆ คุณเบนก็ถามแพรว่า “เป็นแฟนกันได้ไหม” แพรก็นิ่งไปพักหนึ่ง แล้วถามคุณเบนกลับว่า “แน่ใจนะ” หลังจากนั้นเธอก็กลับห้องไป

ทั้งคู่คุยกันแบบนี้อยู่เกือบห้าเดือน โดยที่ไม่เคยไปที่ห้องของฝ่ายใดเลย คุณเบนสังเกตว่า เวลาที่อยู่ด้วยกันหลายคนในลิฟต์ แพรจะทำเหมือนไม่รู้จักคุณเบน คุณเบนก็เข้าใจว่าเธออาจจะอายคนอื่น เนื่องจากคนอื่นๆ ก็จะแต่งตัวเหมือนคนทำงานทั่วไป แต่คุณเบนจะสวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ และถือหมวกกันน็อก และทั้งคู่ก็ยังไม่เคยออกไปไหนด้วยกัน ตลอดเวลาที่เป็นแฟนกันก็เพียงแค่ยืนคุยกันตรงระเบียงหน้าลิฟต์ชั้นสิบเท่านั้น

วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งวันหนึ่งคุณเบนเลิกงานกลับมาที่คอนโด ก็เห็นแพรรอขึ้นลิฟต์อยู่ด้วย แต่ว่าขึ้นกันหลายคน คุณเบนก็คิดว่าแพรคงเมินเขาเหมือนอย่างเคย แต่พอถึงชั้นสิบ คุณเบนก็นึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อของก็เลยไม่ได้ออกจากลิฟต์และกดลงไปชั้นล่างใหม่ พอซื้อเสร็จกำลังจะขึ้นก็เจอแพรอีก คุณเบนก็คิดว่าแพรคงลงมาซื้อของเหมือนกัน เดี๋ยวต้องแกล้งอำซะหน่อย

ตอนนั้นคุณเบนจำได้ว่า มีคนรอขึ้นอยู่สองถึงสามคน ก็เลยพยายามไปยืนใกล้ๆ กับแพร พอลิฟต์จอดที่ชั้นเจ็ด กำลังจะขึ้นชั้นแปด คุณเบนก็กระซิบเบาๆ กับแพรว่า

“ลงมาอีกรอบคิดถึงผมเหรอ”

พอลิฟต์ถึงชั้นแปด ก่อนลิฟต์จะเปิด คุณเบนก็กระซิบอีกครั้งว่า

“ฝันดีครับแพร”

เธอก็หันขวับมาจ้องหน้าคุณเบน แล้วคว้าข้อมือคุณเบนลากออกมาจากลิฟต์ทันที เธอพาคุณเบนไปที่ห้องของเธอ เปิดประตูเข้าไปก็เจอคุณแม่ แล้วเธอก็พาคุณเบนเข้าไปในห้อง ปิดประตู แล้วร้องไห้โฮ! คุณเบนก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ของเธอก็ตกใจ จ้องเขม็งมาที่คุณเบน และพูดว่า

“เป็นอะไรลูก เขาทำอะไรลูกหรือเปล่า”

แล้วก็มองมาที่คุณเบนที่กำลังยืนงงอยู่ จนกระทั่งเธอพูดกับแม่ว่า “เขาเรียก พลอย ว่า แพร ค่ะแม่”

คุณเบนได้ฟังก็ยังงงกับคำพูดของเธอ แล้วอยู่ดีๆ แม่ของเธอก็น้ำตาไหล ร้องไห้กอดลูกสาว ทั้งคู่พากันร้องห่มร้องไห้ คุณเบนก็คิดว่าควรออกไปก่อนดีกว่า แต่ตอนที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้อง แม่ของเธอก็พูดขึ้นมาว่า “อย่าเพิ่งไป คุยกันก่อน” คุณเบนก็ถึงกับชะงัก ยืนนิ่งอยู่กับที่

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เธอคนนั้นก็หยุดร้องไห้และหยิบกรอบรูปส่งให้คุณเบนดู คุณเบนก็เห็นเป็นรูปผู้หญิงสองคน เหมือนเป็นฝาแฝดกัน เขาก็นึกได้ว่า แพรเคยบอกว่าเธอมีน้องสาว แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นฝาแฝดกัน แล้วเธอคนนั้นก็ถามคุณเบนว่า

“คุณรู้จักแพรได้ยังไง”

คุณเบนก็เลยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่และเธอฟัง ตอนนั้นคุณเบนก็ยังงงว่าแพรเป็นอะไร ทำไมวันนี้ดูแปลกไป แม่เลยบอกกับเธอว่า “พลอยเล่าให้เขาฟังสิ” แล้วพลอยก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณเบนฟังว่า

เธอมีพี่สาวฝาแฝดชื่อ ‘แพร’ ทั้งสองทำงานที่บริษัทเดียวกันและอาศัยอยู่ด้วยกันสองคน แต่ไม่ใช่ที่นี่ เธอทำงานที่เดียวกัน กลับบ้านด้วยกัน เหมือนเป็นฝาแฝดที่ตัวติดกันทั่วๆ ไป

จนวันหนึ่งขณะที่กำลังจะเดินทางไปกินข้าวเที่ยง ก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งเข้าชนแพรตอนข้ามถนน ศีรษะฟาดกับพื้น แพรนอนโคม่าอยู่สามวัน จากนั้นก็เสียชีวิต หลังจากงานศพของแพรผ่านไป พลอยยังทำใจไม่ได้ที่จะต้องอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่เคยอยู่กับแพร เธอจึงตัดสินใจย้ายที่พักใหม่และรับแม่มาอยู่เป็นเพื่อน

พลอยมั่นใจว่า ที่นี่ไม่มีใครรู้จักแพรอย่างแน่นอน พลอยตกใจมากที่คุณเบนเรียกเธอว่า “แพร” ตอนที่อยู่ในลิฟต์

ทั้งสามนั่งคุยกันอยู่พักหนึ่ง คุณเบนก็ขอรูปใบนั้นจากพลอย พอก้าวออกมาจากห้อง คุณเบนแทบไม่มีแรงจะก้าวขา น้ำตาตกใน ยอมรับว่าเขารักแพรมาก แม้จะรู้ว่าความจริงคืออะไร แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหากจะต้องพบกับแพรอีกครั้ง

หลังจากที่ได้รู้ความจริง คุณเบนก็ไม่เคยได้ขึ้นลิฟต์สองต่อสองกับแพรอีกเลย แต่จะเจอกับพลอยในลิฟต์ตอนที่มีคนอื่นอยู่ด้วย คุณเบนจะทำปากเรียกชื่อโดยไม่ออกเสียงว่า ‘แพร’ แต่เธอก็จะส่ายหน้า และตอบกลับมาว่า “พลอย” เพื่อที่จะบอกคุณเบนว่านี่พลอยนะ…ไม่ใช่แพร

จากวันนั้นมา คุณเบนก็ไม่เคยเจอกับแพรอีกเลย

error: Content is protected !!