“บ่ต้องห่วงเด้อ..บักหล่า” | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ฉันมีพี่ชายชื่อ ‘ดิน’ กับน้องชายชื่อ ‘แดน’ เราสามคนเกิดหัวปีท้ายปี วัยใกล้เคียงกันจึงสนิทสนมกันมาก บ่อยครั้งที่ความสนิทนี้ทำให้พี่ดินแกล้งฉันแรงๆ เหมือนฉันเป็นเด็กผู้ชาย เคยเอาหมามุ่ยมาป้ายแขนฉัน และหนักสุดคือเอารังมดแดงที่มดแตกรังวิ่งไล่ยัดใส่เสื้อฉัน

แน่นอนว่าแม่ตีพี่ดินจนขาลายร้องไห้ทั้งคืน แต่ถึงอย่างไรเราสามคนพี่น้องก็รักกันมาก พี่ดินจะคอยปกป้องฉันกับน้องแดนเสมอเวลาโดนพวกเกเรรังแก

ตอนนั้นพี่ดินอยู่ชั้นประถมหก ฉันอยู่ประถมห้า และน้องแดนอยู่ประถมสี่ พ่อแม่กับญาติๆ ก็พาพวกเราไปเที่ยวทะเล ฉลองที่พ่อกลับจากไปทำงานใช้แรงงานที่ประเทศเกาหลี ตลอดชีวิตเราสามพี่น้องอยู่แต่พื้นดิน ไม่เคยเห็นทะเลมาก่อนก็เลยตื่นเต้นมาก อยากรู้ว่าน้ำทะเลมันเค็มเหมือนที่เขาเล่ากันหรือเปล่า มันเค็มจนกินไม่ได้จริงๆ เหรอ

พอไปถึงทะเล (ขอไม่เอ่ยสถานที่นะคะ) พวกเราก็ถึงกับอ้าปากค้าง ทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา สวยยิ่งกว่าในหนังในละครที่เราเคยดู พี่ดินกินน้ำทะเลเข้าปากปุ๊บต้องรีบคายทิ้งปั๊บ ฉันกับน้องแดนหัวเราะกรามค้างจนต้องลองกินน้ำทะเลบ้าง แล้วก็ต้องคายทิ้งเหมือนกัน พี่ดินชอบเล่นน้ำทะเลมากจนแทบไม่ยอมขึ้นมากินข้าวเลย

และคืนนั้นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น ตอนประมาณเที่ยงคืนกว่า ฉันกับน้องแดนต้องตื่นเพราะได้ยินเสียงโหวกเหวกของพ่อแม่ “พี่แดนหายตัวไป!”

พวกเราตามหากันจนถึงเช้า กู้ภัยถึงได้เจอศพพี่ดินลอยไปติดโขดหินไกลออกไปหลายกิโลเมตร เดาว่าพี่ดินคงอยากเล่นน้ำอีก เลยแอบตอนที่พวกเรานอนหลับลงไปทะเล แล้วโดนน้ำซัดหายไป

พวกเรากลับชัยภูมิมาจัดงานศพพี่ดิน พ่อแม่รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม่ต้องใช้เวลาร่วมสามปีกว่าจะกลับมามีชีวิตชีวาดังเดิม และหลังจากนั้นพ่อก็กลับไปทำงานที่เกาหลี

วันเวลาล่วงเลยผ่านมาสิบปี ฉันกับน้องแดนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ตอนนั้นแม่เรียกพวกเรากลับบ้านเพื่อไปทำบุญครบรอบวันตายให้พี่ดิน ทอดไก่กับตำส้มปลาร้า อาหารโปรดพี่ดินนำไปถวายพระ

คืนนั้นฉันกับน้องแดนได้นอนที่บ้านหนึ่งคืน เวลาประมาณตีหนึ่ง ฉันสะลึมสะลืมตื่นเพราะได้ยินเสียงเหมือนคลื่นทะเลซัดดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เป็นอยู่อย่างนี้พักใหญ่ ฉันพยายามเงี่ยหูฟังเพื่อให้แน่ใจ แต่ด้วยความง่วงเลยผล็อยหลับไปอีกหน

จนในที่สุดก็ต้องมาสะดุ้งตื่นอีกครั้งช่วงเวลาประมาณตีสอง เพราะมีเสียงคนเคาะประตู ฉันสะดุ้งตื่นเพราะปกติประตูไม่ได้ล็อก แม่หรือน้องแดนมักเปิดประตูเข้ามาเลยโดยไม่เคาะ ด้วยรู้สึกแปลกใจเลยตะโกนถาม

“อีแม่ มีหยังบ่”

เงียบ..ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

วินาทีนั้นฉันรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย รีบควานหามีดที่ซ่อนอยู่ข้างเตียงแล้วลุกขึ้น กล้าๆ กลัวๆ เดินไปที่ประตู แล้วเปิดออกไปอย่างแรง ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่

ฉันตัดสินใจจะเดินไปหาแม่ที่ห้อง แต่แล้วเท้าก็เหยียบเข้ากับน้ำ เป็นน้ำหย่อมเล็กๆ เหมือนมีคนเผลอมาทำน้ำหกไว้นิดเดียว นิดเดียวจริงๆ และเหมือนมีอะไรมาดลใจ ฉันนึกยังไงไม่รู้ เอานิ้วไปจิ้มน้ำขึ้นมาชิม มันเค็ม..เค็มเหมือนน้ำทะเลไม่มีผิด!

ฉันขนลุกซู่ รีบไปหาแม่กับน้องแดน แต่ทั้งคู่บอกว่าไม่ได้มาเคาะประตูห้องฉัน ซ้ำยังไม่ได้ยินเสียงคนเคาะประตูเหมือนฉันด้วย

คืนนั้นเราสามคนเลยนอนด้วยกัน ก่อนนอนแม่พนมมือพูดขึ้น

“ดิน..บ่ต้องห่วงเด้อบักหล่า แม่อยู่ได้ น้องๆ ก็อยู่ได้ ไปผุดไปเกิดเด้อ..ลูกแม่”

หลังจากกลับมามหาวิทยาลัย น้องแดนก็เล่าให้ฉันฟังว่า เมื่อคืนฝันเห็นพี่ดินมาหาในสภาพใส่เสื้อผ้าเหมือนวันที่จมน้ำตาย น้ำเปียกโชกทั้งตัว ไหลหยดติ๋งๆ สีหน้าพี่ดินดูเศร้าสร้อย ไม่พูดอะไรเลยสักคำ แล้วน้องแดนก็ตื่นจากความฝัน ฉันเชื่อว่าวิญญาณพี่ดินได้มาหาพวกเรา เขาคงพยายามทำให้พวกเรารู้ว่าเขามาหา และเขายังอยู่..

ถ้าวิญญาณพี่ดินสามารถรับรู้ได้ก็อยากบอกพี่ว่า ฉันกับน้องแดนใกล้เรียนจบมหาลัยแล้ว จะมีงานทำแล้ว เราสองคนจะเลี้ยงดูแม่เอง พี่วางใจเถิด ขอให้พี่ไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี ถึงแม้ว่าพี่จะไม่อยู่แล้ว แต่พวกเราจะคิดถึงพี่ตลอดไป

ขอขอบคุณเจ้าของเรื่อง คุณดาว จังหวัดชัยภูมิ | เรื่องผีที่คุณต้องอ่าน

error: Content is protected !!