“มึงชนกูทำไม..” | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อหกปีที่ผ่านมา ‘คุณเพชร’ มีเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กอยู่สองคน ชื่อ ‘คุณเอ’ กับ ‘คุณเดี่ยว’ ในตอนนั้นคุณพ่อของคุณเอเสียชีวิตและจัดงานศพที่บ้านซึ่งอยู่ต่างจังหวัด คุณเพชรกับคุณเดี่ยวจึงต้องเดินทางไปบ้านคุณเอโดยที่ไม่รู้จักเส้นทางมาก่อน แต่คุณเอก็ได้บอกเส้นทางคร่าวๆ ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

คุณเพชรจึงขับรถไปตามทางที่คุณเอบอกโดยมีคุณเดี่ยวนั่งมาด้วย จนไปถึงจุดหนึ่งที่คุณเพชรชักเริ่มไม่มั่นใจ จึงได้ให้คุณเดี่ยวเปิดจีพีเอสในโทรศัพท์ดูและขับตามจีพีเอสไป เป็นถนนใหญ่หลายเลน สักพักจีพีเอสพาเข้าไปในทางเล็กๆ เป็นถนนลูกรัง ไม่มีไฟ สองข้างทางเป็นป่าอ้อยที่เก็บเกี่ยวแล้ว จึงเห็นเป็นลานโล่งเตียน

คุณเพชรขับรถเข้าไปได้ระยะหนึ่ง ประมาณสิบนาที เจอทางสามแยกตัววาย จีพีเอสบอกให้เลี้ยวไปทางซ้าย คุณเพชรจึงได้เลี้ยวซ้าย แล้วตรงเข้าไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอสามแยกอีกที มีต้นจามจุรีใหญ่อยู่ตรงทางแยก กิ่งก้านแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ จีพีเอสก็ยังบอกให้เลี้ยวซ้ายเหมือนเดิม

ขับไปได้สักระยะก็ไปเจอเข้ากับโรงงานอะไรสักอย่าง ดูเก่าๆ โทรมๆ ขนาดใหญ่มาก อยู่ทางด้านซ้ายมือ ขับเลยโรงงานไปหน่อยจะเป็นป่าอ้อยสูงท่วมหัวทั้งสองข้างทาง มีซอยอยู่ทางซ้ายมือ เป็นซอยเล็กๆ ที่รถขับเข้าไปได้แค่คันเดียว ขับสวนกันไม่ได้ จีพีเอสบอกให้เข้าไปในซอยนั้น คุณเพชรกับคุณเดี่ยวที่ไม่รู้ทาง จึงจำเป็นต้องตามจีพีเอสไปเรื่อยๆ

ตอนนั้นเวลาประมาณหกโมงเย็น ท้องฟ้าชักเริ่มมืดลงทุกที คุณเพชรขับตรงเข้าไปเรื่อยๆ ส่วนถนนก็ชักจะแคบลงทีละนิด จนด้านข้างของตัวรถเสียดสีกับใบอ้อยเสียงดัง “แกร๊กๆๆๆ” ไปตลอดทาง

คุณเพชรขับรถเข้าไปได้อีกนิดนึง ก็มีลุงแก่ๆ คนหนึ่ง ผิวดำคล้ำ จู่ๆ แกก็เดินถือมีดยาวออกมาจากป่าอ้อยข้างทาง คุณเพชรตกใจ ต้องเบรกรถจนตัวโก่ง ลุงคนนั้นเอามีดชี้หน้า แล้วบอกว่า

“เข้ามาในสวนกูทำไม มึงออกไปเดี๋ยวนี้!”

คุณเพชรตกใจมาก จึงได้ถอยรถยาวออกมา เขาสบถคำหยาบอย่างเสียอารมณ์อยู่ในรถ จนถอยออกมาจากทางแคบๆ นั้นได้ ทั้งสองจึงคิดว่าจะขับรถกลับไปทางเดิมก่อน เขาบ่นไปตลอดทางเพราะฉุนตาแก่คนนั้นยังไม่หายที่ทำให้ตกใจเกือบชน แถมยังมาไล่ยังกับหมูกับหมาอีก

จนกลับมาถึงสามแยกที่มีต้นจามจุรี เวลานั้นท้องฟ้าเริ่มขมุกขมัว ปรากฏว่าคุณเพชรเห็นลุงแก่ๆ คนนั้นไปนั่งอยู่บนต้นจามจุรี แน่แล้วว่าแกไม่ใช่คน! และเหมือนจะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่เห็น แกชี้หน้าและจ้องเขม็งมองมาที่คุณเพชร เขาถึงกับใจหายวูบ ภาวนาในใจว่า

‘อย่าโดดลงมานะเว้ย!’

พอขับรถใกล้เข้าไปเรื่อยๆ ลุงที่นั่งอยู่บนต้นไม้ทำท่าจะกระโดดลงมาใส่รถ คุณเพชรตกใจ เหยียบคันเร่งมิดจนรถพุ่งผ่านต้นจามจุรีนั้นมาได้ เขาใจเต้นตุ๊บๆ พอมองกระจกหลังก็ไม่เห็นว่ามีสิ่งใดตามมาอย่างที่คิด มีเพียงความมืดที่เริ่มปกคลุมไปทั่วบริเวณ

จนขับรถมาถึงทางสามแยกตัววาย แต่แล้ว จู่ๆ รถที่ขับมาก็เสียการควบคุมและพุ่งลงข้างทาง คุณเพชรกับเพื่อนตกใจมาก รีบลงมาจากรถ ปรากฏว่ารถพุ่งไปชนเข้ากับศาลไม้ข้างทางจนพังเละ เวลานั้นคุณเพชรใจเสียแล้ว พยายามควบคุมสติ ถอยรถออกมาจากข้างทาง แล้วขับกลับขึ้นไปบนถนนใหญ่

คุณเพชรขับรถกลับไปทางเดิม วนอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ แต่ก็ยังออกไม่พ้นจากจุดที่เคยเป็นป่าอ้อยโล่งเตียน ท้องฟ้ามืดสนิท ระหว่างขับไปเหมือนมีเงาอะไรบางอย่างวูบวาบอยู่ตรงไฟหน้ารถเป็นระยะๆ

สิ่งผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้คุณเพชรกลัวมาก จนสุดท้ายก็ทนต่อไปไม่ไหว เขาจึงได้หยุดรถ แล้วยกมือท่วมหัว ไหว้ปลกๆ ขอขมากับสิ่งที่ได้ล่วงเกินไป พอคุณเดี่ยวถามว่าเป็นอะไร คุณเพชรก็บอกเพียงแค่ว่า “ไม่มีอะไร”

จากนั้นเขาก็ขับต่อไปอีกครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เจอคุณเอซึ่งขับรถส่วนทางมาพอดี ทั้งหมดจึงได้พากันออกมาจากที่นั่น พอไปถึงงานศพ ฟังพระสวดแล้ว คุณเพชรก็ได้ขอตัวกลับบ้านก่อนเพราะยังกลัวไม่หาย บอกคุณเอว่าเดี๋ยวจะมาอีกทีวันเผา แล้วทั้งสองก็พากันขับรถกลับ

คุณเพชรกลับมาถึงบ้านก็มีอาการไข้ขึ้นสูง ได้แต่นอนซมอยู่กับที่ แล้วคืนนั้นเอง คุณเพชรฝันว่ากำลังยืนอยู่ตรงบริเวณศาลที่เขาขับรถพุ่งชน ตรงนั้นมียายแก่ๆ คนหนึ่งนอนอยู่ข้างศาล เลือดเต็มตัว แกชี้หน้าคุณเพชร แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งว่า

“มึงชนกูทำไม..”

แล้วยายแก่ก็ค่อยๆ พลิกตัว ใช้สองมือคลาน ลากลำตัวที่โชกเลือดเข้ามาหาคุณเพชรอย่างช้าๆ และพูดซ้ำๆ ว่า “มึงชนกูทำไม..มึงชนกูทำไม..”

คุณเพชรตกใจจนสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัว ถึงมันจะเป็นแค่ความฝัน แต่ก็เป็นฝันที่เหมือนจริงมาก เขาเดินลงมาชั้นล่างเพื่อจะไปดื่มน้ำ แต่เมื่อหันไปทางหน้าต่างตรงห้องครัว ปรากฏว่า ยายแก่ๆ ที่เห็นในฝันเมื่อครู่ มายืนชี้หน้าอยู่ตรงหน้าต่าง ทำปากขมุบขมิบเหมือนกำลังพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่มีเสียง คุณเพชรตกใจจนผงะล้มลง แล้วร่างของยายแก่ก็หายไป

เช้าวันรุ่งขึ้น เขารีบไปเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้พ่อฟัง พ่อก็ได้พาคุณเพชรกลับไปยังสถานที่เกิดเหตุ และทำพีธีตั้งศาลใหม่ หลังจากกลับมาถึงบ้าน อาการของคุณเพชรก็ดีขึ้นตามลำดับ จนเกือบจะหายเป็นปกติ

คุณเพชรโทรไปเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เจอมาให้คุณเอฟัง คุณเอบอกว่า ลุงที่ถือมีดยาวคนนั้น แกชื่อลุงเลิศ โดนงูกัดตายอยู่ในดงอ้อยตรงนั้นเมื่อปลายปีก่อน

“คงไม่มีใครซวยไปกว่าผมแล้วล่ะครับ โดนทีเดียวสองเด้งเลย ดีที่รอดมาได้” คุณเพชรกล่าว

และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

error: Content is protected !!