ผีป้าวิ่งตัดหน้ารถ | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

วันนั้นเป็นวันจันทร์ ผมกลับบ้านตามเวลาปกติราวสี่โมงเย็น รถติดหนักมากในพื้นที่ตัวเมือง ชั่วโมงนึงผมขยับได้ราวหนึ่งถึงสองกิโลเมตร เมื่อพอจะขยับได้ก็พยายามเร่งคันเร่ง แทบจะจี้ท้ายคันหน้า เป็นแบบนี้ตลอดทั้งถนน

ผมเห็นแล้วข้างหน้า ถนนเริ่มโล่ง เพียงหลุดจากจุดตรงนี้ ถนนเป็นสามเลน เลนซ้ายสุดจอดรถเมล์ เลนกลางก็พยายามชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าซอย สรุปเหลือแค่ขวาสุด ที่หากขับช้านิดเดียวจะโดนบีบแตรสรรเสริญบรรพบุรุษกันเลยทีเดียว

ข้างหน้าผมมีสัญญาณจราจร ไฟเขียวกำลังเปลี่ยนเป็นไฟแดง ผมอยู่เลนกลาง จอดก่อนทางม้าลาย โดยเกาะกลางเป็นแท่งปูนกั้น มีช่องคนเดินข้าม ซ้ายมือมีรถเมล์มาจอด ล้ำหน้าผมไปทับทางม้าลาย ขวาโล่งๆ มีรถไหลไปออกันอยู่หน้าสัญญาณไฟจราจร คงจะเตรียมพุ่งกันเต็มที่

อีกสิบวินาทีกำลังจะไฟเขียว ผมขยับเกียร์ เริ่มปล่อยรถไหล..

วินาทีนั้น ป้าคนหนึ่งวิ่งตัดหน้าผม ผมเบรกตัวโก่ง บีบแตรลั่นถนน หญิงคนนี้คะเนอายุราวสี่สิบปลายๆ มัดผมลวกๆ ผิวดำแดง สูงราวร้อยหกสิบ ทะมัดทะแมง คล้องกระเป๋าสีชมพูตุ่ยๆ ที่ไหล่ขวา เสื้อแขนยาวพับถึงศอก ลายดอกสีน้ำเงินเข้มสลับเหลือง ทำหน้าตาดูไม่ค่อยเป็นมิตร

คาดว่าป้าแกน่าจะลงจากรถเมล์แล้ววิ่งตัดด้านหน้าโดยไม่มองอะไรเลย เหมือนแกจะแอบด่าผมในใจ มนุษย์ป้าของแท้ แต่ไวเท่าความคิด แกวิ่งปราดออกไปจะข้ามถนน

‘โครมมม!’

รถมาจากทางขวาชนป้าแกสนั่น ลอยคว้างไปตกหน้ารถเมล์ที่กำลังเคลื่อนตัวออก

รถเมล์หยุดกึก รถทางขวามือหยุดสนิท ผมนิ่งอึ้ง มีเสียงกรีดร้องของคนที่เห็นเหตุการณ์ ในทันที ผมขยับรถขึ้นไปด้านหน้า หันไปทางซ้าย เห็นป้าแกมุดอยู่ใต้กันชนรถเมล์

ผมจอดรถรีบลงไปดู กำลังจะกดโทรขอความช่วยเหลือ แต่พอดีตรงไฟแดงมีป้อมตำรวจซึ่งเหมือนจะเห็นเหตุการณ์ เขากำลังวิ่งมาที่เกิดเหตุ พร้อมๆ กับวอในมือ รถคันที่ชนตรงไฟเลี้ยวซ้ายแตก หน้าบู้ยับเข้าไป คนขับเป็นชายอายุราวสี่สิบปี ลงมามองอย่างลนลาน

ผมตัดสินใจเรียกพร้อมโบกให้เขาชิดซ้าย ขณะที่ตัวเองก็กลับไปขึ้นรถ เตรียมขับออกไป คนขับรถเมล์เดินลงมา ไทยมุงเริ่มทำงาน ผมประเมินสถานการณ์แล้ว เหตุการณ์นี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวผม

หลังจากชายขับรถชนจอดชิดซ้าย ผมดันตัวเองออกจากจุดนั้น มองกระจกหลัง เสียงหวอดังลั่นถนน ตรงจุดนั้นไม่ไกลจากโรงพยาบาล ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบนาที

ผมขับรถออกมา ในใจยังนึก ‘ป้าอย่าเป็นอะไรไปเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำบุญให้’ ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดี ใจพยายามนึกไปในทางที่เป็นกุศล

รุ่งขึ้นเป็นวันอังคาร ผมขับรถกลับเวลาเดิม รถติดเหมือนเดิม แต่คราวนี้เห็นถนนด้านหน้าก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน มองซ้ายไปตรงพิกัดที่ป้าลอยไปหล่นตรงนั้น ก็ยังคิด..คงไม่มีอะไร วันนั้นก็ขับรถไปตามปกติ

วันพุธ ผมเกือบจะลืมเรื่องรถชนกันไปแล้ว ใกล้จะถึงทางม้าลาย เหมือนล้อรถผมไปเหยียบเศษอะไรสักอย่าง เดาว่าเป็นกระจก หางตาทางซ้ายเห็นอะไรบางอย่างแว็บๆ ผมหันไปมองอย่างไว ว่างเปล่า.. ดีที่ตอนนั้นรถกำลังชะลอเพราะติดไฟแดง ไม่งั้นคงได้ชนท้ายรถคันข้างหน้า แต่ตอนนั้นใจเริ่มหวั่นๆ

วันพฤหัสบดี วันนี้เจ้ากรรม มีงานเข้าต้องเลิกงานเกือบสองทุ่ม ผมก็ขับรถกลับทางเดิม แน่นอนว่าใกล้ถึงทางม้าลาย ผมวิ่งอยู่เลนกลางด้วยความเร็วชนิดเต่าคลาน มองเห็นทางม้าลายข้างหน้าก็สะอึก พยายามคิดว่า ‘ไม่นะ คงไม่มีอะไรหรอก’ แสงไฟสีเหลืองจากเสาไฟส่องสว่างตรงทางม้าลาย ตึกต่างๆ ที่เปิดไฟสว่างริมถนน รถมากมาย ร้านขายของข้างทาง ไม่มีอะไรให้น่ากลัว คิดแบบนั้นผมก็สบายใจ

แต่..นี่ไม่ใช่ความฝัน ป้าแกวิ่งผ่ากลางกระโปรงรถผมไป แล้วหันมายิ้มให้ หน้าซีกขวาแกเลือดโชก ฟันหลุดร่วง เสื้อลายดอกสีน้ำเงินเหลืองฉีกรุ่ย แขนขวาห้อยตั้งแต่ไหล่ ดวงตาข้างนึงกลมโตประสานตาผม ตาอีกข้างโปนออกจวนเจียนจะหลุด ระยะมันแค่คืบ มีเพียงกระจกหน้ารถกั้น แกวิ่งผ่ารถแล้วหายไป

ทางขวามือ รถอีกคันวิ่งมาเบรกกึก บีบแตรลากยาวลั่นถนน ผมหันไปมอง เวลามันเพียงแค่ห้าวินาที แต่มันดูยาวนานเหลือเกิน ผมเปิดกระจกหันไปมองรถทางขวา เขาก็เปิดกระจกรถเช่นกัน

“คุณเห็นใช่ไหม!”

ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าตาตื่นกลัว เขาถามผม ผมพยักหน้า จากนั้นก็เคลื่อนตัวออกเพราะไฟเขียวแล้ว คืนนั้นผมนอนไม่หลับ หวังว่าสิ่งนั้นคงไม่ตามมาหรอกนะ

วันศุกร์ ผมกลับเวลาเดิม แต่วันนี้ไม่กลับคนเดียว มีคนจะไปด้วยพอดี น้องที่ทำงานไม่อยากนั่งรถเมล์เลยขอติดรถไปด้วย ทางผ่านกันพอดี เราก็พูดคุยกันไป แต่ผมเห็นแล้ว ทางม้าลายข้างหน้า ใจอยากจะเหยียบสักร้อยยี่สิบให้พ้นๆ ไปสักที แต่มันติดไฟแดง วิ่งได้แค่ยี่สิบก็หรูแล้ว

“เฮ้ยๆๆ พี่ จะชนแล้ว!” ผมหันไปตามที่เขาบอก

เห็นอะไร..ไม่ต้องเดาเลย เขาหันมามองผมเลิกลั่ก ตัวชิดหลังติดเบาะ

“พี่! เมื่อกี้ผู้หญิงวิ่งพุ่งเข้ามาเลย แต่หายไปแล้ว พี่เห็นหรือเปล่า!”

“ผีแน่ๆ เลยพี่!”

ผมนิ่ง ได้แต่พูด “อืม” แล้วก็ยิ้มๆ เมื่อส่งเขาลงถึงที่หมาย

ผมไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟัง แต่เขาพูดตลอดทาง “ผมเห็น ผมเห็น วิ่งพุ่งเข้ามาเลย เลือดเต็มหน้า โคตรน่ากลัว!” ส่วนผมก็ได้แต่ “อืม..ครับ” และพูดว่า “แต่ผมไม่เห็นนะ อาจจะเป็นสัมภเวสี ยังไงพรุ่งนี้ไปทำบุญนะครับ เขามาให้เห็นแสดงว่าคุณมีบุญ..” ผมตอบให้เขาสบายใจ

แต่ความเป็นจริง แน่นอน..ผมก็เห็น! ตอนนั้นฉี่แทบราด ขนลุกตั้งแต่ตาตุ่มยันติ่งหู ผ่านทะลุเส้นผม!

เสาร์-อาทิตย์ ผมไม่มีเรื่องต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ไปทำงาน แต่วันนี้วันจันทร์ เมื่อเช้าขามาก็ทำใจ เย็นนี้ขออย่ากลับดึกเลย ทำบุญไปให้แล้วก็อย่าออกมาให้เห็นอีกเลย สาธุ

ขอขอบคุณที่มา: เรื่องมันเริ่มตั้งแต่จันทร์ที่แล้ว

error: Content is protected !!