“เรายังรักกันอยู่มั้ย..” | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

สวัสดีครับ ผมชื่อ ‘เมฆ’ ปัจจุบันผมก็ยังคงเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความหวังหรือจุดมุ่งหมายอะไร นอกจากการทำงานเลี้ยงตัวเองและคุณแม่ แต่อีกหนึ่งความตั้งใจสำหรับชีวิตนี้ก็คือ ผมอยากกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นจนทำให้ผมต้อง “รู้สึกผิด” ไปจนกว่าผมจะหมดลมหายใจ

เรื่องมีอยู่ว่า..

ผมกับ ‘เป้’ เราคบกันมาได้สองปีกว่าๆ ครับ (คุณเมฆกับคุณเป้เป็นคู่รักแบบชายรักชาย) เป้อายุน้อยกว่าผมสองปี เราสองคนอยู่หอพักเก่าๆ ด้วยกันที่จังหวัดหนึ่งในปริมณฑล

ในช่วงปีใหม่ หลายๆ คนก็คงเคาท์ดาวน์กับครอบครัว เพื่อน หรือแฟน แต่ละคนก็คงจะแตกต่างกันออกไป แต่สำหรับเป้แล้ว น้องเขาจะอยู่แต่กับงาน เพราะว่าเขาทำงานเป็นผู้จัดการร้านเหล้า

ผมเคยขอให้เขาหยุดงานเพื่อไปเคาท์ดาวน์กับผม แต่เขาก็ไม่หยุด เพราะเขาบอกว่า มันเป็นช่วงที่จะทำยอดให้กับร้านและเขาก็จะได้โบนัสพิเศษ เพื่อส่งเงินกลับไปที่บ้านของเขาทุกปี และก็ไม่ยอมให้ผมไปไหนเหมือนกัน ผมก็ทำได้แค่นอนรออยู่ในห้องพัก เพื่อที่ว่าพอเขากลับมาในตอนเช้าของวันที่หนึ่งมกรา เราก็จะไปใส่บาตรด้วยกัน

“ตัว..ปีนี้ลางานไปเคาท์ดาวน์สักปีไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้! เค้าต้องทำงานส่งเงินให้ที่บ้าน ตัวก็รู้หนิ”

“แต่เค้าอยากไปเคาท์ดาวน์กับตัวบ้าง ครบกันมาสองปีแล้วนะ ไม่เคยไปเคาท์ดาวน์ด้วยกันเลย”

“เห้อออ ตัวก็รู้ว่าเค้ามีภาระ ไหนตัวจะอยากได้มือถือใหม่อีก นี่เค้าก็กำลังเก็บตังค์ซื้อให้ตัวอยู่นะ”

“งั้นปีนี้เค้าจะไปเคาท์ดาวน์กับเพื่อนที่เชียงใหม่นะ ตัวเองก็ทำงานไปแล้วกัน”

“อืม..แล้วแต่เลย”

และนี่คือบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเป้ก่อนวันปีใหม่ ใจจริงๆ ผมแค่จะขอไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะรู้ว่าเขาไม่ไปกับผมอยู่แล้ว ก็เลยหาเรื่องขึ้นมาอ้าง จะได้ไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องทะเลาะกัน

ช่วงปีใหม่ปีนั้นจึงเป็นปีแรกที่ผมไม่ต้องนอนอยู่ห้องคนเดียว เพราะผมได้มาเคาท์ดาวน์ถึงเชียงใหม่ บอกได้คำเดียวเลยครับว่า เมาไม่เป็นท่า

ประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ของวันถัดมา ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการยังเมาค้างอยู่ พลิกตัวไปคว้าโทรศัพท์มาดูก็เห็นว่าเป้โทรมาหาผมเมื่อคืนเป็นสิบๆ สายเลย สงสัยโทรเช็กแน่ๆ งั้นเดี๋ยวหลับอีกสักตื่นแล้วค่อยโทรกลับดีกว่า เพราะเวลานี้เป้ก็น่าจะนอนเหมือนกัน แล้วผมก็หลับต่อ

ประมาณสามทุ่ม ผมก็ตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะหิวข้าว ผมโทรหาเป้ก็ยังติดต่อเขาไม่ได้ ในใจผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้ว

สักประมาณตีสองก็มีสายเรียกเข้าจากเป้ เขาโทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง เที่ยวสนุกไหม วันนี้เราไม่ได้ไปทำงานนะ รู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอไปนอนก่อนแล้วกัน แล้วเขาก็วางสายไป ผมเองก็รู้สึกแปลกๆ เพราะเป้เป็นคนที่ไม่ค่อยป่วยง่ายๆ และไม่เคยขอลางานเลย สงสัยครั้งนี้คงเป็นหนักจริงๆ

และแล้วผมก็กลับจากเชียงใหม่ กลับมาถึงห้องก็ไม่เจอเป้ ผมเองก็คิดว่าเป้ไปทำงานก็เลยไปหาเขาที่ร้าน แต่พี่ที่ร้านบอกว่า “ไอ้เป้ไม่ได้มาทำงานตั้งแต่วันปีใหม่แล้วนะ ไม่รู้มันหายไปไหน เฮียก็ถามหามันอยู่ ไม่มีใครติดต่อมันได้เลย”

พอกลับมาถึงห้อง ผมก็เจอเป้นั่งนิ่งๆ อยู่ที่พื้นกลางห้อง บอกตรงๆ ครับว่าตอนนั้นก็แอบรู้สึกได้กลิ่นเหม็นๆ แต่ไม่กล้าพูดอะไร ทั้งๆ ที่ก่อนออกไปยังไม่มีกลิ่นเลย

“เมฆ..ตัวยังรักเค้าอยู่มั้ย” นี่เป็นประโยคที่เป้ถามขึ้น เหมือนกำลังร้องไห้

“อ้าว เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมถามกลับด้วยความสงสัย

“ก็แค่อยากรู้ว่ายังรักกันอยู่มั้ย”

“โอ้ยยย ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันเอง ไม่รักเป้แล้วจะให้ไปรักใคร” แล้วผมก็เดินเข้าไปกอดเขา แต่น่าตกใจคือ ตัวเป้เย็นมากๆ แล้วมีกลิ่นเหม็นอย่างที่ผมบอกไป แล้วผมก็ถามว่า “เออ แล้วทำไมไม่ไปทำงาน เขาไปหา พี่ที่ทำงานบอกว่าตัวไม่ไปทำงานหลายวันแล้ว”

“อ้อ เค้าไม่อยากทำแล้ว กะว่าจะอยู่กับเมฆให้นานที่สุด”

‘ทำไมวันนี้พูดจาแปลกๆ วะ’ ผมแอบนึกในใจ

คุยกันสักพัก ผมก็เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีประมาณตีสองกว่า และที่ผมตื่นก็เป็นเพราะกลิ่นเหม็นนั้นมันแรงขึ้นทุกทีจนผมเริ่มทนไม่ไหว ในขณะที่ผมตื่นขึ้นมา ผมก็ต้องตกใจเพราะบนตัวของเป้เต็มไปด้วยเลือด แล้วก็นอนตาเหลือกค้าง มองมาทางผม

“เฮ้ยยยย!” ผมตกใจมาก รีบเอามือขยี้ตา

เป้ค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือผม ผมเห็นชัดเต็มสองตา ที่ตัวของเป้เลือดเต็มไปหมด ใส่ชุดทำงาน และเลือดที่ว่าไม่ใช่เลือดสีแดง มันเป็นเลือดสีดำๆ เหมือนที่อยู่บนร่างศพที่กำลังจะเน่า

ผมตกใจสุดขีด เหมือนภาพตัด และผมก็กลับเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ในขณะที่หลับไป ผมฝันว่า ผมกับเป้เดินออกจากซอยหอ กำลังจะไปข้างนอก แล้วเป้ก็หยุด แล้วชี้ไปที่พุ่มไม้ตรงป่าละเมาะข้างทาง

ผมตกใจตื่น ตอนนั้นก็เกือบจะเก้าโมงแล้ว ด้วยความสงสัย ผมก็เลยไปที่ตรงนั้น แทบช็อกครับ ผมเจอศพใครก็ไม่รู้ นอนตายอืดอยู่ หนอนไต่ยั้วเยี้ย ผมถึงกับผงะ หลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่ เขาติดต่อผมกลับมาพร้อมกับรูปบัตรประชาชนของผู้ตาย ผมบอกเลยครับว่าแทบล้มทั้งยืน เพราะบัตรประชาชนนั้นเป็นของเป้นั่นเอง

หลังจากงานศพเป้ผ่านไปจนถึงคืนสุดท้าย ผมก็ฝันถึงเป้อีกครั้ง เขามานั่งอยู่ที่ข้างๆ เตียง แล้วถามผมว่า “ไม่รักกันแล้วเหรอ ทำไมต้องกลัวกันด้วย” ผมพูดว่า “รัก” แล้วเป้ก็บอกผมมาประโยคหนึ่งว่า

“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

หลังจากนั้น ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน กับใคร ก็มักจะมีคนบอกว่าเห็นผู้ชายตัวเล็กๆ ไปกับผมเสมอ ไปกินข้าวคนเดียวที่ร้านก็เอาจานมาให้สองชุด

ตอนแรกๆ บอกเลยว่ากลัว แต่ไม่กล้าพูดอะไร แต่ทุกวันนี้ผมโอเคแล้ว เพราะผมรู้สึกว่าเป้อยู่กับผมจริงๆ ในเวลาที่ผมทุกข์ใจก็เหมือนมีเขาคอยปลอบอยู่ข้างกาย และผมเองก็ไม่จำเป็นต้องมีใครอื่นอีก เพราะทุกวันนี้เป้ก็ยังอยู่ข้างๆ กายผมเสมอ เพราะ “เรายังรักกัน”

ป.ล. ขอขอบคุณ ‘คุณเมฆ’ เจ้าของเรื่อง ทุกครั้งที่หยิบเรื่องนี้มาพิมพ์ แอดมักจะได้กลิ่นเหม็น หรือไม่ก็รู้สึกตัวชา เลยทำให้ไม่สามารถเขียนจบได้ในครั้งเดียว แอดไม่สามารถลงรายละเอียดได้มากกว่านี้ เพราะเหมือนคุณเป้ (คนที่เสียไปแล้ว) ไม่ค่อยพอใจกับบางเหตุการณ์ที่จะกล่าวถึง

คนรอบข้างคุณเมฆบอกว่า คุณเมฆกลายเป็นคนสติไม่ค่อยดี ไม่คบใคร ไม่สุงสิงกับใคร ส่วนตัวแอดเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้คุณเมฆเป็นยังไงบ้าง เพราะไม่สามารถติดต่อเขาได้อีกเลย ส่วนคุณเป้ที่เสียชีวิตเกิดจากการถูกฆ่าชิงทรัพย์ ศีรษะและใบหน้าถูกทุบตีด้วยของแข็ง และมีแผลถูกแทงตามลำตัวหลายจุด ส่วนเรื่องของคดีความขอไม่พูดถึงน่าจะดีที่สุด

error: Content is protected !!