เซียงข้องผีปอบ | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

หมู่บ้านของข้าพเจ้าเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่หลายร้อยหลังคาเรือน มีประชากรนับพันคน จึงเป็นที่แน่นอนได้เลยว่า จะต้องมีคนที่ชอบเล่นไสยศาสตร์ โดยเฉพาะทางภาคอีสานที่หลอมรวมเอาอารยธรรมความเชื่อและศาสตร์เร้นลับ ด้วยมีชนหลายเชื้อชาติรวมกัน มีคนพื้นเมืองแท้ๆ เขมร ส่วย ภูไท ไทยเบิ้ง หมู่บ้านของข้าพเจ้าก็เช่นกัน เหตุนี้จึงได้เกิดสิ่งเร้นลับและเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น

สมัยที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก คือเมื่อ ๕๐ กว่าปีมาแล้ว ที่หมู่บ้านมีชายคนหนึ่งมีอาชีพเป็นช่างตีเหล็ก รับจ้างตีเหล็กทั่วไป เช่น มีด ขวาน เคียว จอบ เสียม แกจะต้องนั่งอยู่หน้าเตาทั้งวัน เตาเผาเหล็กในสมัยนั้นเป็นเตาแบบใช้ลูกสูบขนาดใหญ่ ๒ อันติดกัน ใช้คนสูบเพื่อเป่าลมให้ถ่านแดงอยู่ตลอดเวลา

สะเก็ดถ่านแดงๆ และสะเก็ดจากขี้เหล็ก เมื่อเวลาตีเหล็กจะกระเด็นถูกแกทั้งวัน ทั้งแกเองก็ไม่ได้ใส่เสื้อ แต่ผิวหนังของแกก็ไม่ได้ระคายหรือรู้สึกร้อนแต่อย่างใด แกจะต้องมีของคุ้มกันจากพิษไฟ และทำให้แกทำมาค้าขึ้น ถึงจะอยู่แยกตัวออกไปท้ายหมู่บ้าน แต่แกก็มีลูกค้าแวะเวียนมาจ้างให้ตีเหล็กอยู่เสมอ ส่วนวิชาที่แกเล่นนั้นไม่มีใครจะรู้ได้ นอกจากตัวแกเท่านั้น

พอนานวันเข้า ข้าวของที่แกเล่นและเลี้ยงเอาไว้เกิดแก่กล้าที่จะสำแดงเดชให้คนรู้ ออกหากินคนชะตาขาดหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ผีปอบ”

คนในหมู่บ้านรายแล้วรายเล่า เมื่อล้มเจ็บลงไปก็ยากที่จะรอด ช่วงแรกๆ ก็ไม่มีใครรู้ แต่คนป่วยรายหลังๆ ต่อมาได้เผยโฉมออกมาเอง คนป่วยรายหนึ่งมีอาการผิดปกติ ตาขวาง เวลาพูดเสียงจะเป็นชายแก่ พูดออกมาว่า เครื่องในของคนนี้มันหวานอร่อยจริงๆ ชาวบ้านเห็นผิดปกติจึงพากันแตกตื่นและมามุงดู ถามว่าเป็นใคร มาจากไหน คนป่วยคนนั้นบอกว่า

“กูนี่แหละเป็นช่างตีเหล็ก กูทนหิวมานานแล้ว แหม ตับอี…ไส้ไอ้…(ขอสงวนนาม) มันหวานจริงๆ”

ปอบที่สิงร่างคนป่วยคนนี้มันสามารถบอกชื่อได้หมด เมื่อปอบได้กินจนเป็นที่อิ่มหนำสำราญแล้วจะออกจากร่างคนป่วย เพียงไม่กี่อึดใจคนป่วยคนนั้นก็จะถึงแก่ความตาย

เมื่อได้กินคนบ่อยเข้า ปอบตัวนี้ยิ่งย่ามใจ รายหนึ่งซึ่งตกเป็นเหยื่อของปอบเป็นป้าของข้าพเจ้าเอง ชื่อ ‘ป้าแดง’ ตอนนั้นแกเกิดล้มป่วยกะทันหัน มีอาการตาขวาง พูดออกมาเสียงเป็นชายแก่ จึงได้รู้ว่าปอบเข้า ลุงของข้าพเจ้าจึงได้เชิญหมอผีมาทำพิธีขับไล่

หมอผีได้เอาแส้หวายออกมาจากย่าม แล้วเสกคาถาหวดอากาศดังควับๆ แล้วถามว่า “มึงเป็นใคร” ป้าแดงตอนนั้นแสดงอาการฮึดฮัดดิ้นใหญ่ แม้จะใช้คนถึงสามคนยึดยังไม่อยู่ แล้วประกาศตัวเองว่า

“กูนี่แหละคือช่างตีเหล็ก มากินเครื่องในอีแดง มึงไม่ต้องมาไล่กู กูยังกินไม่อิ่ม”

แล้วก็หัวเราะลั่น คนที่อยู่ที่นั่นขนหัวลุก มันเป็นเสียงหัวเราะที่น่าสยดสยองมาก หมอผีจึงใช้หวายอาคมหวดไปที่ร่างป้าแดง ป้าแดงร้องโอยๆ พร้อมกับพูดว่า

“วิชาอย่างมึงเอากูไม่ลงหรอก กูอิ่มแล้วกูจะไปของกูเอง”

ไม่นานร่างของป้าแดงก็ชักเกร็ง มือไขว่คว้าอะไรต่อมิอะไรอยู่พักหนึ่ง แล้วก็หมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตาทุกคน รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย

เมื่อทางหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนจากผีปอบมากขึ้น เพราะคนป่วยในหมู่บ้านรักษาไม่เคยมีใครรอดสักราย จึงได้เสาะแสวงหาหมอผีที่เก่งๆ มาทำการพิสูจน์ว่า ปอบตัวนี้เป็นปอบที่ช่างตีเหล็กเลี้ยงเอาไว้ตามคำเล่าลือหรือไม่ ซึ่งตัวช่างตีเหล็กเองก็ปฏิเสธมาโดยตลอด

หมอผีรายหนึ่งจึงได้ทำพิธีทางไสยศาสตร์ แล้วเรียกปอบเข้าไปอยู่ในไข่ไก่ที่วางอยู่ในพาน มีคนสนใจดูวิธีของหมอผีคนนี้นับร้อยคน รวมทั้งข้าพเจ้าที่สนใจว่าเขาจะไล่ปอบด้วยวิธีไหน หมอผีได้บอกว่า เวลานี้ปอบอยู่ในไข่ ถ้าปล่อยมันจะหนีกลับไปยังบ้านเจ้าของมันทันที เพราะฉะนั้นต้องหาของบางอย่างที่จะไล่ตามปอบตัวนี้ว่ามันจะกลับไปหาใคร

หมอผีจึงได้ให้ชาวบ้านหาข้องใส่ปลาขนาดใหญ่ สูงประมาณ ๒ ฟุตมาใบหนึ่ง ไม้ไผ่โตขนาดแขนถือพอเหมาะมือ ยาว ๒ เมตรหนึ่งท่อน เหล้า ๑ ขวด แก้ว ๑ ใบ เสื้อม่อฮ่อม ๑ ตัว

จากนั้นก็จัดการใส่เสื้อให้ข้องใบนั้น แล้วเอาไม้ไผ่ท่อนนั้นเสียบทะลุให้ตรงกับแขนเสื้อทั้งสองข้าง ให้ด้ามไม้ไผ่โผล่เท่ากันแล้วติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย ใช้ผ้าม้วนให้กลมยัดเป็นส่วนหัวตรงฝาข้อง อุดให้แน่น เวลากระแทกแรงๆ จะได้ไม่หลุด มองดูเหมือนกับคนนั่งกางแขนเสมอไหล่

หมอผีได้เทเหล้าใส่แก้ว เสกคาถาเสร็จแล้วเทลงไปยังปากข้อง ข้องใบนั้นหรือในเวลานี้เรียกว่า “เซียงข้อง” มันเริ่มกระดุกกระดิก หมอผีได้เทเหล้าลงไปอีกจนหมดขวด เป็นที่น่าแปลกประหลาดและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ข้องซึ่งจักสานด้วยไม้ไผ่ธรรมดา เมื่อเทน้ำลงไปมันจะต้องทะลุผ่านลงไปเบื้องล่าง แต่เหล้าทั้งหมดไม่ผ่านก้นข้องลงไปแต่อย่างใด

เซียงข้องกระดุกกระดิกแรงขึ้นและเร็วขึ้นตามลำดับ หมอผีได้ให้คน ๒ คนถือด้ามไม้ไผ่ และบอกว่าให้ประคองไว้เฉยๆ ไม่ต้องขืนเวลาเซียงข้องจะพาไปทางไหน

ตอนนี้เซียงข้องได้เมาเหล้าเสียแล้ว ดิ้นใหญ่ เอาตูดกระแทกดินดังตุ๊บๆ จากนั้นหมอผีได้ปล่อยปอบให้เป็นอิสระ เซียงข้องได้ดิ้นส่ายไปส่ายมาทำมุมเอียงเคลื่อนที่ตามไปทันที จนคนถือด้ามเหนื่อยต้องเปลี่ยนชุดใหม่บ่อยๆ ตามปอบไปเรื่อยๆ คนทั้งหมดได้เฮโลตามเซียงข้องไปเป็นพรวน

เซียงข้องส่ายไปส่ายมา ตามไปจนถึงบ้านช่างตีเหล็กซึ่งอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นเกือบหนึ่งกิโลเมตร เซียงข้องได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ตัวการที่เลี้ยงปอบซึ่งเป็นภูตร้ายไว้คอยกินชาวบ้านคือผู้ใด ข้องใส่ปลาแท้ๆ แต่หมอผีผู้เรืองอาคมสามารถทำให้เคลื่อนที่ได้เป็นระยะทางเกือบกิโลเมตร แม้แต่คนที่ประคองด้ามทั้ง ๒ ข้าง เพียงแต่ประคองไม่ให้เสียการทรงตัวยังเหนื่อย เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกตั้งหลายคน

เมื่อเซียงข้องได้พิสูจน์ให้ผู้ที่ติดตามได้เห็นแล้วว่า ช่างตีเหล็กเป็นผู้ที่เลี้ยงผีปอบไว้กินชาวบ้าน ชาวบ้านโมโหมาก ต่างพากันหยิบก้อนดินขว้างไปยังบ้าน จากนั้นจึงรีบแยกย้ายกันกลับไปเพราะกลัวของจะเข้าตัว

ด้วยทนเสียงทัดทานไม่ไหว สุดท้ายช่างตีเหล็กก็ยอมรับว่าเลี้ยงผีปอบไว้จริงๆ และเขาเองก็ควบคุมผีปอบตัวนี้ไม่อยู่ สุดท้ายช่างตีเหล็กจึงถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน และหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่ามีคนตายด้วยอาการประหลาดอีก

เรื่องนี้ข้าพเจ้าขอยืนยันได้เลยว่า ไม่ได้มีการเสริมแต่งแต่อย่างใด ถึงแม้เรื่องราวจะผ่านมานาน แต่ข้าพเจ้าก็ยังจำได้ดี จึงมาเล่าสู่กันฟัง

error: Content is protected !!