ห้องข้างข้าง | เรื่องเล่าสยองขวัญ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมา เหตุเกิดที่จังหวัดสมุทรปราการ ‘คุณเน’ ได้เล่าให้ฟังว่า..

ตอนนั้นเราเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในจังหวัดนี้ ลักษณะเป็นแบบห้องแถวชั้นเดียว เรียงเป็นแถวยาว ถ้าจำไม่ผิดรวมๆ แล้วน่าจะมีประมาณสิบกว่าห้อง คนส่วนใหญ่ที่มาเช่าห้องแถวนี้ก็จะเปิดเป็นร้านค้า มีร้านทำผม ร้านชำ อะไรประมาณนี้ค่ะ

ตอนเราเข้าไปอยู่ใหม่ๆ ก็ยังไม่รู้จักใคร แต่พออยู่ไปสักพักก็เริ่มสนิทกับ ‘พี่แอน’ เจ้าของร้านทำผมที่อยู่ห้องติดกัน

ลักษณะหลังห้องนั้นจะเป็นซิงค์ล้างจาน ซึ่งกั้นแต่ละห้องด้วยผนังปูนเอาไว้แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งเป็นเหล็กดัด เขย่งเท้าแค่นิดเดียวก็มองเห็นหลังห้องที่ติดกันได้แล้ว เวลาเราล้างจานแล้วพี่แอนออกมาหลังห้อง เราสองคนก็จะพูดคุยเม้ามอยกัน

แต่ร้านทำผมของพี่แอนเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ คนผัวชอบเมากลับบ้านมาทะเลาะกับเมีย เสียงดังรบกวนข้างห้องเป็นประจำ

มีอยู่วันหนึ่งเราก็ไปสระผมที่ร้านพี่แอนแล้วกะว่าจะทำสีต่อเลย แต่คนผัวดันกลับมาที่ร้านพอดี แล้วก็ตามคาด เขากระชากแขนเมียออกไปทะเลาะหน้าบ้านเสียงดังปาวๆ อยู่ครู่หนึ่ง ตอนนั้นเรารู้สึกไม่ค่อยดีก็เลยขอตัวกลับห้องก่อน เดี๋ยวค่อยมาทำสีวันหลังก็ได้

พอเราเข้าห้องมาก็มีโทรศัพท์เข้า ปลายสายเป็นเพื่อนสนิท เขาโทรมาแจ้งข่าวร้ายว่าคุณแม่เขาเสียชีวิต เราก็เลยไปช่วยงานเขาและค้างคืนอยู่ที่บ้านงานอาทิตย์นึง พอเสร็จงานฌาปนกิจช่วงเย็น เราก็นั่งรถตู้กลับมาที่ห้องแถวเลย

เราถึงห้องเกือบสามทุ่ม ตอนนั้นในซอยเงียบผิดปกติ มีแค่วงเหล้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้องแถว นั่งกินกันอยู่สามสี่คน ร้านที่เคยเปิดทำการจนดึกดื่นก็พากันปิดเงียบ บางห้องถูกล็อกกุญแจเหมือนเจ้าของห้องไม่อยู่ เราก็สงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

พอเดินมาถึงห้องตัวเอง เราก็มองไปที่ห้องข้างๆ ที่เป็นร้านทำผมของพี่แอน ห้องนี้ก็ล็อกกุญแจเหมือนกัน แถมมีจุดๆ เหมือนหยดเลือดแห้งกรังอยู่หน้าห้องด้วย ตอนนั้นเราก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้ว

เราก็เข้าห้องไป จนเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่า เราได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้องข้างๆ คิดว่าน่าจะเป็นเสียงจากร้านพี่แอน เราก็อุ่นใจมากขึ้น ก็เลยลุกไปเข้าห้องน้ำที่หลังห้อง พอออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อ “เน” ดังมาจากร้านทำผม เราก็เลยชะโงกหน้าไปมอง

แล้วเราก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เพราะอยู่ๆ พี่แอนก็โผล่หน้าพรวดมาเหมือนกัน แต่โผล่มาแค่ครึ่งหน้า เห็นแค่หน้าผากถึงจมูก แล้วทางนั้นก็ไม่ได้เปิดไฟหลังห้องซะด้วย พี่แอนพยักหน้าเบาๆ เข้าใจว่าเธอชวนให้เราไปทำสีผมต่อให้เสร็จ แต่เราเพิ่งกลับมาถึงห้อง ยังเพลียอยู่ก็เลยส่ายหน้าปฏิเสธไปก่อน เราก็ถามไปว่า

“พี่ไปไหนมา เพิ่งกลับมาเหมือนกันเหรอ”

แล้วพี่แอนก็ตอบกลับมาว่า “มันขังพี่ไว้ในนี้” น้ำเสียงของเธอสะอื้น

“ช่วยพี่ด้วย..”

เราตกใจมาก รีบเดินกึ่งวิ่งไปที่หน้าบ้าน แล้วก็ได้เห็นว่าห้องนั้นถูกล็อกอยู่จริงๆ เราก็เลยตะโกนเรียกวงเหล้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้มาช่วยเปิดห้อง พอได้ยินแบบนั้นวงเหล้าถึงกับเงียบกริบแล้วหันมามองเราเป็นตาเดียว หนึ่งในนั้นกวักมือเรียก พอเราวิ่งไปหาเขาก็กระซิบบอกว่า

“น้อง..ไม่มีใครเขาอยู่กันแล้วนะ เจ้าแอนมันโดนผัวเอาไขควงแทงคอตายเมื่อสามสี่วันก่อน”

พอเราได้ยินแบบนั้นก็ตกใจมาก นึกถึงภาพที่เห็นเมื่อกี้ก็ทำเอาขนลุกซู่ มือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูก เราเล่าให้พวกเขาฟังว่าเห็นอะไร คนในวงเหล้ากระซิบบอกมาว่า พอพี่แอนตายไปแล้วเฮี้ยนมาก ดึกดื่นเที่ยงคืนคนในห้องแถวจะได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนดังแว่วมาตามลม หลายคนเชื่อว่าพี่แอนยังอยู่ในห้องนั้น

คนข้างห้องที่อยู่ติดกันอีกฝั่งยิ่งโดนหนัก ผู้ชายคนนั้นออกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางดึก เห็นพี่แอนยืนอยู่บนอ่างล้างจานหลังห้อง ตัวสูงหัวชนเพดานจนคอพับ คนห้องแถวกลัวกันมากเลยพากันย้ายหนีไปหมด

พอเรารู้อย่างนั้นก็รีบโทรหาเพื่อนแล้วขอไปนอนด้วยคืนนึง พอรุ่งขึ้นเราก็รีบย้ายของออกในเช้าวันนั้นเลยค่ะ

error: Content is protected !!