รูปถ่ายคน(กำลัง)ตาย | เรื่องเล่าสยองขวัญ

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว สมัยนั้นเรายังทำงานอยู่ในบริษัทน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งหนึ่งที่สระบุรี ประจำอยู่ส่วนขนส่ง ตอนนั้นเราได้ทำงานกับหัวหน้าคนแรก แกชื่อว่า พี่ตู่ เราทำงานร่วมกันมาประมาณสามปี แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องสยองขวัญเกิดขึ้น..

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ช่วงบ่ายของวันนั้น พี่ตู่เอารูปสยองมาให้เราดู ในรูปเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณกลางคน เธอถูกรถเก๋งอัดก๊อปปี้เพราะเกิดอุบัติเหตุรถชนประสานงา ร่างท่อนบนตั้งแต่ช่วงลำตัวทะลุกระจกออกมาพาดกับประตูในลักษณะแหงนหน้า เลือดไหลออกทางปากและจมูก โดยรถพ่วงได้พุ่งชนรถเก๋งของเธอตรงแยกไฟแดงทางไปเสาไห้ ทางเลี่ยงเมืองสระบุรี

พี่ตู่ได้ถ่ายภาพนี้ไว้หลังจากเกิดอุบัติเหตุสดๆ ร้อนๆ หน่วยกู้ภัยยังมาไม่ถึงด้วยซ้ำ แกตื่นเต้นและเล่าให้เราฟังอย่างสนุกปากว่า

“พี่ถ่ายเก่งไหม เนี่ยตอนพี่ถ่าย เขายังไม่ตายเลยนะ”

เราก็บอกหัวหน้าว่าพี่ไปถ่ายเขาทำไม เขาน่าสงสารออก ทำไมไม่ช่วยเขา พี่ตู่ก็ตอบว่าถึงช่วยก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้จะช่วยยังไง สภาพนี้ถึงยังไงก็ไม่รอดอยู่ดี ตอนนั้นเราสงสารผู้หญิงคนนี้มาก คิดว่าถึงยังไงเขาก็คงอยากให้ช่วย แต่พี่ตู่กลับไม่ดูดำดูดี ซ้ำยังไปถ่ายรูปเขาอีก แล้วแกก็อารมณ์ดี เอารูปนั้นไปเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นประมาณสามสัปดาห์ เรารู้สึกว่าพี่ตู่หน้าหมองคล้ำลงมาก เราก็เลยถามพี่ตู่ว่า “พี่ไม่สบายหรือเปล่า” พี่เขาก็ตอบว่า “ไม่รู้สิ รู้สึกมันเพลียๆ” เราก็รับฟังแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่าพี่เขาคงไม่สบายจริงๆ เดี๋ยวก็คงหาย

หลังจากนั้นต่อมาอีกสามวัน ช่วงสายของวันนั้นพี่ตู่ต้องออกไปเคลียร์คดีรถเกิดอุบัติเหตุที่อุตรดิตถ์ วันนั้นพี่ตู่พาคนขับรถที่เป็นเพื่อนสนิทไปด้วย ขากลับพี่เขาก็นอนในรถแล้วให้เพื่อนเขาเป็นคนขับกลับ

และคืนนั้นเอง เรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะได้เกิดอุบัติเหตุรถพี่ตู่ชนกับต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างทาง พี่ตู่คอหัก เสียชีวิตคาที่ แต่เพื่อนเขากลับไม่เป็นอะไรเลย ตอนเช้าเรามารู้ข่าวก็ตกใจมาก

หลังจากงานศพพี่ตู่ผ่านไปสามวัน เพื่อนเขามาเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเขาก็ขับรถมาตามปกตินะ ไม่ได้เมา แต่อยู่ดีๆ มีผู้หญิงวิ่งตัดหน้ารถก็เลยหักหลบ ทำให้รถพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทาง เราเลยถามเขาว่าผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดอะไร เชื่อไหมคะว่าลักษณะที่พี่เขาบอกมา มันเหมือนกับผู้หญิงในรูปที่พี่ตู่เอามาให้เราดูไม่มีผิด เราฟังแล้วก็ขนลุก

ผู้หญิงคนนั้นคงอาฆาตเลยตามมาเอาชีวิตพี่ตู่ คนที่ปล่อยให้เธอตายอย่างไม่สนใจใยดี เราคิดว่าถ้าพี่ตู่ยื่นมือเข้าไปช่วยหรือพยายามทำอะไรสักอย่าง เธอคงไม่ต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ อย่างน้อยๆ โทรเรียกรถกู้ภัยก็ยังดี แต่นี่ไม่เลย

หลังจากงานเผาศพพี่ตู่ผ่านไป อีกประมาณสองวันเราก็มาทำงานตามปกติ จนเที่ยงก็ออกไปทานอาหารกลางวัน แล้วก็กลับเข้ามาในห้องทำงาน บังเอิญว่าวันนั้นง่วงมากก็เลยเผลองีบหลับ พอหลับไปได้สักพัก เราได้กลิ่นเหม็นเน่า คือมันเหม็นเหมือนมีอะไรตาย เราก็สะดุ้งตื่นแล้วก็เดินหาที่มาของกลิ่นนั้นแต่ก็หาไม่เจอ สักพักกลิ่นนั้นก็หายไป เราก็เลยหลับต่อไปจนบ่ายโมง

พอตอนบ่ายโมงก็ตื่นขึ้นมาแล้วก็ไปถามพี่ที่เป็นพนักงานขับรถว่าได้กลิ่นอะไรไหม เขาก็บอกว่าไม่ได้กลิ่นเหม็นอะไรเลย แต่มีพี่คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “พี่ตู่มาหาหรือเปล่า” เราก็ตกใจ และคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่ตู่เขาคงมาลาเรา คงอยากบอกเราว่า เขาไม่น่าอุตริไปทำอะไรแบบนั้นเลย ไม่งั้นพี่ตู่คงไม่ต้องมาตายก่อนอายุขัยแบบนี้

ช่วงนั้นยามหลายคนเล่าให้ฟังว่า เห็นพี่ตู่เดินรอบคลังน้ำมันตอนกลางคืน และรถกระบะประจำตำแหน่งที่พี่ตู่เคยใช้ ไฟก็ชอบเปิดปิดเองตอนกลางดึก ช่วงนั้นน้ายามกลัวกันมาก

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แม้จะผ่านมานานมากแล้ว แต่พอนึกถึงทีไรก็ยังขนลุกไม่หาย ทุกคนอย่าได้ทำอย่างนั้นเลยนะคะ เพราะผลที่ตามมามันสยองมาก

ป.ล. ตั้งแต่พี่ตู่เสียชีวิต รูปผู้หญิงคนนั้นที่พี่ตู่เก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก็หายไปเลย เราพยายามค้นหาภาพนั้นเพื่อที่จะเอาไปทำบุญให้เขา แต่หายังไงก็หาไม่เจอ..

error: Content is protected !!