เผลอไปทัก | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ย้อนกลับไปสามสิบกว่าปีก่อน สมัยนั้นแม่ผมทำงานอยู่ในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งในโคราช เนื่องจากตัวโรงงานอยู่ห่างจากบ้านพักของแม่อยู่แค่ราวๆ แปดสิบเมตร แม่ผมก็เลยจะทำโอทีทุกวัน ถ้าเวลาปกติจะเข้างานตอนแปดโมงเช้า เลิกงานก็ห้าโมงเย็น ถ้าทำโอทีก็จะเลิกสองทุ่ม

ในทุกๆ วันตอนเลิกงาน แม่ผมก็จะเดินจากโรงงานกลับมาที่บ้าน โดยเลือกที่จะเดินลัดสวนป่าของโรงงาน บริเวณสวนป่าก็จะมีต้นมะพร้าว ต้นปาล์ม สวนไม้ดอกไม้ประดับ ทำนองนี้ แสงสว่างก็พอสลัวๆ เพราะมีไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องมาจากทางป้อมยามหน้าโรงงาน

มีอยู่คืนหนึ่งแม่ผมก็เลิกงานและเดินกลับบ้านในเส้นทางประจำ ระหว่างที่เดินผ่านสวนป่าแห่งนี้ สายตาแม่ชำเลืองเห็นอะไรดำๆ เกาะอยู่ที่ต้นมะพร้าว พอแม่หันหน้าไปดู ไอ้เงาดำๆ นั้นมันก็หล่นตุ๊บลงไปในพุ่มต้นเทียนทอง

แม่ผมแกเป็นคนไม่กลัวผีเลย คือไม่กลัวจริงๆ ขนาดเห็นจะจะก็ยังไม่กลัว แกเลยเดินเข้าไปชะโงกหัวดูตรงพุ่มต้นเทียนทอง แกก็เอามือแหวกๆ ดูก็ไม่พบอะไรในนั้น แม่ก็เลยหันหลังเดินกลับบ้าน พอแม่เดินผ่านป้อมยาม ลุงยามก็ถามแม่ผม

“เมื่อกี้แกไปดูอะไร”

“เห็นเงาอะไรไม่รู้ตกลงไปในพุ่ม ฉันเลยเดินไปดู” แม่ผมบอก

“แกนี่ท่าจะบ้า กลางค่ำกลางคืนได้เห็นได้ยินอะไรเขาไม่ให้ทัก” ลุงยามว่า

แม่ผมก็ยิ้มเจื่อนๆ แล้วเดินกลับบ้าน พอถึงบ้านแม่บอกว่ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไข้ ปวดหนักบริเวณช่วงคอกับหัวไหล่ พ่อผมก็เลยเอายาหม่องมานวดคอให้แม่ แล้วถามว่าไปทำอะไรมา แม่ก็บอกไม่ได้ทำอะไรนะ ทำงานปกติ แล้วแม่ก็เล่าเรื่องเงาที่ตกจากต้นไม้ให้พ่อฟัง

พ่อก็สันนิษฐานว่า “เฮ้ย ผีขี่คอมาหรือเปล่า” ตัวพ่อผมแกเป็นคนที่กลัวผีมากๆ แกก็เลยรีบวิ่งไปที่ห้องพระ ไปหยิบกล่องเครื่องรางของขลังออกมา แกก็หยิบเอา ‘มีดหมอหลวงพ่อเดิม’ ออกมา พ่อผมก็จับมีดขึ้นพนมมือ บริกรรมคาถาบูชามีดหมอ

ตอนนี้แม่ผมอยู่ในท่านั่งหันหลังให้พ่อ เหยียดเท้าไปทางประตูหน้าบ้าน พ่อก็เอามีดหมอถอดออกจากฝัก จี้ไปที่ต้นคอแม่ แม่ผมร้อง “โอ๊ย!” ดังมาก แม่บอกว่าความรู้สึกมันเป็นก้อนกลมๆ เหมือนลูกหนูวิ่งอยู่ใต้ผิวหนัง วิ่งลงจากคอไปอยู่ที่บริเวณขา แม่รีบบอกพ่อว่า

“พี่! มันวิ่งมาอยู่ตรงขาแล้ว”

พ่อผมก็กลัวมาก แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ‘มีดหมอกูก็เจ๋งเหมือนกันนี่หว่า’ เหมือนกำลังได้ใจ พ่อก็เลยเอามีดหมอจี้ไล่ก้อนกลมๆ จากขาไล่ไปปลายเท้า แม่บอกว่าพอมันหลุดออกจากตัวแก มันเป็นก้อนดำๆ ขนาดเท่าลูกแก้วที่เด็กน้อยดีดเล่นกัน มันพุ่งออกจากปลายเท้าแม่ ไปโดนกระจกหน้าต่างเสียงดัง ปุ๊! จนกระจกหน้าต่างเป็นรูเท่าเหรียญสิบ

ตอนนี้พ่อผมได้ใจสุดๆ คิดว่ามีดหมอกูโคตรเจ๋งเลย ไล่ผีได้ด้วย แกเลยหันมาบอกกับแม่ว่า “เดี๋ยวพี่จะไปปราบมันเอง รออยู่ในบ้านนะ” พ่อเลยวิ่งตามออกไปเปิดประตูหน้าบ้าน สักพักมีเสียงดัง ตุ๊บ! พร้อมกับเสียงร้อง “โอ๊ยยย!” ของพ่อผม

แม่เลยรีบวิ่งออกไปดูข้างนอก ก็เห็นพ่อนอนอยู่ที่พื้น พอพยุงพ่อกลับเข้ามาในบ้านได้ก็เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อผมแกบอกว่า ตอนแกตามผีออกไป กำลังจะวิ่งออกไปดูว่าผีมันอยู่ตรงไหน จะได้เอามีดหมอฟันใส่มัน แกก็เห็นเงาดำๆ กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์

แกตกใจมากเลยกระโดดถีบผี แต่มันเหมือนกระโดดถีบใส่อากาศ แกเลยร่วงก้นกระแทกพื้นนอนอยู่ตรงนั้น ยังดีที่เงาดำนั้นมันหนีออกจากพื้นที่บ้านไปแล้ว ไม่งั้นแกคงช็อกตายแน่ๆ

หลังจากวันนั้นพอมีโอกาสได้หยุดงาน พ่อกับแม่ผมก็เลยพากันไปหาพระอาจารย์ที่ท่านเคารพ ไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้พระอาจารย์ฟัง ท่านก็บอกว่าไอ้เงาดำๆ นั้นเขาเรียกว่า ‘ลมเพลมพัด’ พวกเล่นของมันชอบปล่อยมาตามลมในคืนวันพระวันโกน จังหวะแม่ผมไปเจอแล้วไปทักมันด้วย มันเลยเข้าตัวแม่ผม

พระอาจารย์ท่านยังพูดติดตลกอีกว่า “ดีนะที่มีดหมอเป็นของแท้ ถ้าเป็นของปลอมโดนผีหลอกจนเป็นบ้าไปแล้ว”

เรื่องทั้งหมดก็มีประมาณนี้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องโจ๊กประจำบ้านผม แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ กับพ่อแม่ผมครับ

ขอขอบคุณที่มา: ธีร์ญนัฐ ดัดเหล็กด้วยพลังจิต

error: Content is protected !!