ตายตอนสามทุ่ม | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ‘คุณซัน’ เขาได้โทรมาเล่าผ่านรายการ ‘เดอะช็อค เอฟเอ็ม’ โดยตัวคุณซันนั้นนับถือศาสนาคริสต์ เขามีอาชีพเป็นนายแบบที่ต้องเดินทางไปกลับต่างประเทศอยู่บ่อยๆ บ้านที่คุณซันอยู่นั้นเป็นบ้านเดี่ยว เขาอาศัยอยู่ตัวคนเดียวเพราะครอบครัวอยู่ต่างประเทศกันหมด

คุณซันสนิทกับสองพี่น้องข้างบ้านที่ชื่อ ‘กิ๊ฟ’ กับ ‘ก้อย’ สนิทจนนับถือเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน โดยบ้านเดี่ยวแต่ละหลังก็จะมีลักษณะเหมือนกัน ห้องของก้อยที่อยู่ชั้นบนก็จะตรงกับห้องคุณซันพอดี คือถ้าหากว่าเปิดหน้าต่างห้องมาก็จะเจอกัน คุณซันกับก้อยก็มักจะพูดคุยกันผ่านทางหน้าต่างนี้เป็นประจำ เวลาก้อยมีปัญหาอะไรก็จะมาปรึกษาคุณซันอยู่เสมอ

วันนั้นคุณซันต้องเดินทางไปถ่ายแบบที่ต่างประเทศสองสัปดาห์ พอขึ้นเครื่องไปคุณซันได้ส่งข้อความไปหาแฟนที่อยู่ต่างประเทศ บอกว่าเขารู้สึกใจคอไม่ดียังไงก็ไม่รู้ บ้านของคุณซันนั้นจะไม่มีคนอยู่ แต่จะจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวัน แม่บ้านเข้างานตั้งแต่แปดโมงเช้า เลิกงานตอนห้าโมงเย็น

พอกลับจากต่างประเทศมาถึงเมืองไทยก็ยังรู้สึกใจหวิวๆ อยู่ เวลานั้นเกือบสามทุ่ม พอกลับมาถึงบ้านก็มีข้อความจากก้อยส่งมาว่า

‘กว่าจะกลับมาได้นะ นานเหลือเกิน รอตั้งนาน หนูมีปัญหากลุ้มใจ’

พอคุณซันเก็บของเสร็จก็ขึ้นไปบนห้องเพื่อจะคุยกับก้อย เขาก็เห็นห้องของก้อยเปิดไฟอยู่ เป็นไฟจากพัดลมเพดานที่จะมีแสงสีส้มนวลๆ เห็นก้อยเดินออกมา ทั้งสองก็ทักทายกันตามปกติ ถามสารทุกข์สุขดิบเหมือนอย่างเคย คุณซันก็เปิดประเด็น ถามก้อยว่า

“เป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรไม่สบายใจต้องบอกพี่นะ”

“หนูก็อยากบอกนะ แต่พี่ไม่อยู่” ก้อยว่า

“นี่ไงพี่กลับมาแล้ว มีอะไรก็บอก”

“ยังอะ ยังไม่บอกหรอก ไว้ค่อยบอกวันหลัง”

สักพักแฟนคุณซันก็โทรเข้ามา เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์ พอหันกลับไปมองที่หน้าต่างก็เห็นก้อยปิดม่านไปแล้ว แต่ยังเปิดไฟอยู่ และภาพที่เห็นก็เป็นเงาของก้อยเดินไปมาอยู่ในห้อง คุณซันก็คุยกับแฟนอยู่แต่สายตาก็เห็นก้อยเดินขึ้นไปบนเตียงและยืนอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน

คุณซันก็แปลกใจว่าก้อยไปยืนทำอะไรบนเตียง ทำไมไม่ยอมนอน เขาก็เลยส่งข้อความไปแกล้งแซวว่า ‘ยืนทำอะไร ไม่นอน ยืนไปก็ไม่สวยหรอก’ แต่ก็ไม่มีข้อความตอบกลับมา สักพักไฟในห้องก้อยก็ดับพรึ่บลง แต่คุณซันก็ไม่เห็นว่าก้อยจะเดินไปปิดไฟหรืออะไรเลย เหมือนจู่ๆ ไฟมันดับไปเองยังไงยังงั้น

แฟนคุณซันถามว่าได้ให้ผ้าพันคอน้องก้อยไปหรือยัง เพราะก้อยเป็นคนที่ชอบผ้าพันคอมากๆ ปกติเวลาคุณซันไปเที่ยวหรือไปถ่ายงานก็มักจะซื้อผ้าพันคอมาฝากตลอด

หลังจากวางสายแฟนแล้ว คุณซันก็ผล็อยหลับไปด้วยเหนื่อยจากการเดินทาง แล้วคุณซันก็มาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงก้อยเรียก เขาถามว่ามีอะไร ก้อยก็บอกว่าไม่มีอะไร แค่ปลุกเฉยๆ พอมองผ่านแสงสลัวเข้าไปก็เห็นก้อยนั่งอยู่ คุณซันก็ถามว่า

“อ้าวก้อย พ่อกับแม่ยังไม่กลับมาอีกเหรอ”

“ยังเลย” ก้อยว่า

“ไปไหนกันล่ะ”

“ไปงานศพ”

“อ้าวเหรอ แล้วกิ๊ฟล่ะ”

“ไปกันหมดเลย”

คุณซันเองก็แปลกใจว่าทำไมก้อยถึงอยู่บ้านคนเดียว ทำไมไม่ไปงานศพด้วย แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่านั้น คุณซันก็เลยบอกกับก้อยว่า

“เออนี่..พี่ซื้อผ้าพันคอมาฝาก เดี๋ยวพี่เอาลงไปให้”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยให้ก็ได้”

หลังจากนั้นก้อยก็เดินหายเข้าไปในห้องแล้วเธอก็หยิบผ้าพันคอมาสองผืน ถามคุณซันว่าจำผ้าพันคอนี้ได้ไหม คุณซันก็บอกจำได้ ก้อยบอกว่ามันเป็นผืนแรกที่พี่ให้ก้อย ส่วนอีกผืนเป็นผืนที่ก้อยชอบมากที่สุด คุณซันก็แซวว่าพี่ซื้อให้ก้อยก็บอกว่าชอบหมดแหละ

วันถัดมาคุณซันยุ่งทั้งวัน กว่าจะกลับมาบ้านก็เกือบสามทุ่ม เขาเห็นว่าห้องก้อยปิดหน้าต่างปิดม่าน แต่เปิดไฟที่ติดกับพัดลมอยู่ เขาเห็นเป็นเงาของก้อยอยู่ในห้อง และภาพที่เห็นก็เป็นเหมือนเมื่อคืนก่อน คือก้อยขึ้นไปยืนอยู่บนเตียง สักพักไฟในห้องก็ดับไป

คุณซันเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากกวน เลยโทรศัพท์คุยกับแฟน ก็คุยถึงเรื่องเมื่อวานที่บ่นกับแฟนว่ารู้สึกไม่ค่อยดี วันนี้ก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ นอนไม่ค่อยหลับ สักพักเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดัง เป็นแม่บ้านที่ลืมของไว้เลยแวะกลับมาเอา ก่อนจะกลับไปแม่บ้านพูดขึ้นว่า

“คุณซันรู้หรือเปล่า ลูกสาวบ้านนั้นเขาเสียแล้วนะ”

คุณซันตกใจมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นกิ๊ฟ แต่เปล่าเลย แม่บ้านบอกว่าคนที่เสียชีวิตคือก้อยนั่นเอง

คุณซันได้ยินก็ไม่เชื่อ เขาก็แย้งว่าจะเป็นไปได้ยังไง ก็เพิ่งคุยกับก้อยเมื่อวาน เมื่อกี้ก็ยังเห็นอยู่ในห้อง คุณซันเลยรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องแล้วตะโกนเรียกก้อย แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ คุณซันเลยรีบวิ่งไปที่หน้าบ้านของก้อย ไปยืนตะโกนเรียกพ่อกับแม่ของก้อย

สุดท้ายคุณซันก็ได้รู้ความจริงว่า ก้อยเสียชีวิตแล้ว เธอผูกคอตายในห้องนอนของตัวเอง

คุณซันแทบไม่อยากจะเชื่อเลย แม่ของก้อยบอกว่า เธอใช้ผ้าพันคอที่คุณซันซื้อให้ผืนแรกกับอีกผืนที่เธอบอกว่าชอบ คล้องเป็นห่วงที่พัดลมเพดานและจบชีวิตของตัวเอง

ในวันที่คุณซันกลับมาถึงวันแรกที่ก้อยส่งข้อความมาหานั้น ก้อยเสียไปแล้วห้าวัน เธอคงรอที่จะปรึกษาคุณซัน แต่ไม่ทัน สุดท้ายก็คิดสั้นฆ่าตัวตายไปเสียก่อน

ในวันฌาปนกิจ คุณซันก็ไปร่วมงานด้วย ก่อนที่จะเผาก็จะมีการเปิดโลงให้ดูหน้าคนตายเป็นครั้งสุดท้าย คุณซันก็นำผ้าพันคอผืนใหม่ที่ตั้งใจซื้อมาฝากใส่ลงไปในโลง แล้วพูดว่า

“มันคงเป็นผืนสุดท้ายที่พี่จะให้ก้อยแล้วนะ”

คุณซันไม่ได้กลัวกับสิ่งที่เห็น แต่เป็นความสงสารมากกว่า เพราะหลังจากนั้นเวลาประมาณสามทุ่ม ก้อยก็จะวนมาผูกคอตัวเองในห้องทุกวัน และคงต้องทำไปจนกว่าจะหมดอายุขัยจริง การที่ต้องมาฆ่าตัวตายซ้ำๆ อย่างนี้ คุณซันรู้มาจากเพื่อนที่เป็นคนพุทธว่า มันไม่มีวิธีแก้ไข เพราะเป็นกรรมหนัก

สุดท้ายแล้วคุณซันก็ทนดูภาพนั้นทุกคืนไม่ไหว บวกกับยังทำใจไม่ได้ เขาเลยออกไปอยู่คอนโด และไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ

ป.ล. ระหว่างที่เล่าเรื่องอยู่นั้น คุณซันมีน้ำเสียงที่สั่นเครืออยู่ตลอดเวลา และสาเหตุที่ก้อยฆ่าตัวตายนั้นน่าจะมาจากก้อยมีแฟน แล้วไปมีอะไรกับแฟนเสร็จแฟนบอกเลิก เธอคงช้ำใจเลยคิดสั้นในที่สุด

error: Content is protected !!