“มันวิ่งใส่หน้ารถ!” ขับรถผ่านโค้งร้อยศพ จังหวัดชุมพร

ผู้ใช้ Facebook นามว่า Sivakorn Boat Krupanid กับเรื่องราวที่กลายเป็นกระแสและถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนได้ถูกนำไปออกอากาศในรายการ The Shock ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 บอกเล่าเรื่องราวสุดสะพรึงบนถนนเส้นหนึ่งในจังหวัดชุมพร

เรื่องราวทั้งหมดมีอยู่ว่า..

เรื่องนี้เริ่มขึ้นตอนที่ผมเดินทางไปล่องแพ เดินป่า ที่จังหวัดชุมพร เราเริ่มออกจากป่าตอนประมาณสี่โมงเพื่อที่จะนั่งรถกลับไปที่ ระนอง ผู้ใหญ่ที่มารับพวกเราบอกว่า รถน้องที่จอดอยู่ที่อำเภอเกิดยางรั่ว ผมก็เอ้างานหยาบแล้ว เพราะผมกะไว้ว่าถึงอำเภอเอารถแล้วจะย้อนกลับไปชุมพรต่อ เพราะจองโฮมสเตย์ไว้แล้ว

เวลาตอนนั้นที่มาถึงอำเภอเพื่อรอช่างมาเปลี่ยนยางให้น่าจะประมาณหนึ่งถึงสองทุ่ม ผมไม่แน่ใจ และฝนตกตลอดเวลา พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเราก็แยกย้ายกันกลับกรุงเทพ ส่วนผม เฟิน บี และพี่ไอซ์ เราไปโฮมสเตย์ที่ชุมพรกันต่อ

ผมเปิด Google Maps เพื่อที่จะให้มันนำทางเราไป เวลาที่มันบอกเราคือประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ เราก็ขับไปเรื่อยๆ ไม่รีบ เพราะทั้งเหนื่อยและเพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์แรกก็ได้เริ่มขึ้น ระหว่างที่ทุกคนในรถกำลังคุยกัน ผมก็เห็นไกลๆ แล้วว่ามีคนยืนอยู่ข้างทาง พอผมขับเข้าไปใกล้ ‘เอ้าเฮ้ยยย!’ พี่แกกระโดดเข้าไปในป่าเฉยเลย

ตอนนั้นผมถามทุกคนว่า ‘เห็นกันไหมเนี่ย’ ทุกคนก็ถามว่าอะไร ผมเลยบอก ‘ไม่มีใครมองทางเลยเหรอ คนกระโดดเข้าไปในป่าเฉยเลย’ ทุกคนก็บอกว่า ‘คงไม่มีอะไรหรอก คนแหละ’ ผมก็พยายามไม่คิดอะไร ต้องบอกก่อนนะครับว่า ผมเป็นคนไม่กลัวผี แต่เชื่อว่ามีและไม่ลบหลู่

พอขับไปเรื่อยๆ Google Maps เริ่มที่จะแนะนำเส้นทางใหม่มาให้ คือแบบโคตรไว ถ้าเราขับตรงไปมันบอกว่าอีกหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาที แต่ถ้าเรากลับรถไปตามที่ Google Maps แนะนำ แค่สี่สิบนาทีเท่านั้น ผมเลยหันไปถามทุกคนว่าเอาไงดี ทุกคนตอบมาเสียงเดียว ‘ได้หมด’ อะได้หมดก็ได้หมด ในใจคิดไว้อยู่แล้วว่า มันต้องมีขึ้นเขาแน่ๆ

เริ่มขับไปตามที่มันแนะนำ ระหว่างทางบอกได้คำเดียว มืดสนิท บ้านคนนี้แทบจะไม่มี มันเป็นทางขึ้นเขา โค้งซ้ายขวาแบบถี่ๆ เอาง่ายๆ ว่าสูงจนผมเจอหมอกบนถนน เจ้ากรรม! อยู่ดีๆ เพลงที่เปิดเป็นแผ่นซีดี อยู่ๆ ก็ดับเหมือนกับหนังผีเลย แล้วไอ้ Google Maps ก็ไม่ขยับ เพราะสูงจนสัญญานขาด

ตอนนั้นในรถทุกคนชักรู้สึกแปลกๆ เราไม่ได้นึกถึงผีหรืออะไร แค่รู้สึกว่า ‘เฮ้ยยย! ทางมันใช่เหรอวะ มันไปได้จริงเหรอ’ จนอดทนขับมาเจอด่านทหาร เขาก็เรียกตรวจตามปกติของเขา ก่อนออกจากด่าน ผมถามพี่ทหารว่า ‘พี่ เส้นนี้มันไปอำเภอนี้ได้ไหม แล้วทางมีขึ้นเขาอีกไหม’ พี่ทหารบอก ‘ไปได้ครับ ทางปกติแล้ว’

ผมรู้สึกโล่งใจว่าไม่ต้องขึ้นเขาแล้ว แต่ในความโล่งใจนี้ มันก็มีเหตุการณ์ที่รอเราอยู่ข้างหน้า!

ระหว่างทางเป็นแบบที่พี่ทหารบอกเลย โค้งเล็กโค้งน้อย แต่ผมสะดุดตาอยู่โค้งหนึ่งที่มีแต่ศาลเจ้า ศาลพระภูมิทิ้งตลอดข้างทาง แต่ก็ไม่คิดอะไร พอไฟหน้ารถสาดไปที่หัวโค้ง ผมเห็นผู้ชายหน้าเหลี่ยมๆ ตัวดำๆ ผมยาว ยืนแลบลิ้นอยู่ตรงสุดทางโค้งฝั่งซ้ายมือของรถ ผมรีบเอื้อมมือไปปิดตาเฟิน เพราะกลัวว่าเฟินเห็นแล้วมันจะกลัว ผมพยายามตั้งสติ ในใจคิดแล้วว่า ใช่แน่นอน!

ตอนนั้นทุกคนในรถตื่นเพราะผมบอกว่าช่วยดูให้หน่อยว่าถนนเส้นนี้ชื่อถนนอะไร คนอื่นก็งงว่าผมให้หาไปทำไม ตอนนั้นผมไม่อยากพูดอะไร เพราะไม่อยากให้ทุกคนกลัว

ระหว่างทางทุกคนที่กำลังช่วยกันดูว่าถนนนี้คือที่ไหน ชื่ออะไร ตอนนั้นเองผมก็เห็นสี่แยกไฟแดงอยู่ไกลๆ ก่อนที่จะถึงไฟแดง ไฟทางเริ่มสว่าง และเหตุการณ์ต่อไปนี้ผมบอกได้เลยว่า ถ้าใครไม่มีสติ มันสามารถเกิดอุบัติเหตุได้เลย เพราะขับอยู่ดีๆ มีผู้ชายวิ่งเข้ามาใส่หน้ารถผมเลย ผมตกใจหักหลบและจอดรถทันที ชายคนนั้นผิวคล้ำ ตัวสูง ใส่เสื้อสีขาวมีแถบสีแดง นุ่งกางเกงยีน

ในใจตอนนั้นคือโมโหมาก ถ้ามึงเป็นคนแล้วมาทำแบบนี้ มึงโดนกูแน่ แต่พอจอดรถแล้วเปิดกระจกไปมอง ทุกอย่างกลับว่างเปล่า มีเพียงความมืด และที่สำคัญครั้งนี้ผมไม่ได้เห็นคนเดียว เฟินก็เห็นเหมือนกัน แต่พี่ไอซ์กับบีไม่เห็นเพราะว่ากำลังหาชื่อถนนกันอยู่

ผมรู้สึกโมโหมากๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้กลัว แต่รู้สึกว่าถ้ามึงมาแบบนี้ มึงตั้งใจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ มึงไม่ได้มาดี ผมต้องมีสติเพื่อขับรถให้ปลอดภัย ทุกคนในรถตอนนั้นคือเงียบ ไม่มีการพูดคุยอะไรกันอีก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากๆ ใน Google Maps บอกอีกสิบนาทีถึง แต่เหมือนนานเป็นชั่วโมง ทุกอย่างมันดูอึมครึม

จนขับไปถึงโฮมสเตย์ ผมเลยเล่าเรื่องนี้ให้ป้าเจ้าของบ้านฟัง ป้าถึงกับขนลุก แกบอกว่าถนนเส้นนี้ดึกๆ ไม่มีใครขับกันแล้ว เขาเจอกันเยอะมาก มีคนเกิดอุบัติเหตุเพราะเจอคนตัดหน้ารถแบบนี้เลย ผมก็ถามไปว่าป้าเคยเห็นที่เขาทิ้งศาลเยอะๆ ไหม ป้าบอกเคยเห็น แล้วแกก็กลัวมาก คนแถวนี้เขารู้กันว่าตรงนั้นมันมีผี ส่วนมากคนที่มาตายก็เป็นคนนอกพื้นที่ทั้งนั้น

ทุกคนที่ได้ฟังถึงกับขนลุก พี่ไอซ์กับผมเลยพูดกันเล่นๆ ว่า ‘ถ้ามึงมาแบบนี้ ถ้าอยากได้บุญให้หวยกูสิ เดี๋ยวกูทำบุญให้’ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ผมถูกหวยเลขทะเบียนรถของผม วันต่อมาก็เลยไปทำบุญตามที่ได้สัญญาไว้ ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้ว่า เราควรมีสติในทุกๆ การเดินทางนะครับ เรื่องทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ครับ

ป.ล. ภาพประกอบทั้งหมดถูกทำขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพตามไปพร้อมๆ กันว่า ในค่ำคืนนั้นผมได้พบเจอกับอะไร..

error: Content is protected !!