“กลัวคอแห้ง” สยองที่หาดแหลมแม่พิมพ์ จ.ระยอง

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผมเองครับ ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ สมัยที่เรียนจบ ปวช. ที่แปดริ้ว แล้วกลับมาทำงานที่เดียวกับพ่อผม

หลังจากผมเข้าไปทำงานได้ประมาณสองเดือน ก็ไปรู้จักกับเพื่อนที่เข้าทำงานพร้อมกัน ทำงานไลน์ใกล้กันชื่อว่า “เต้” เขาเป็นคนสนุกสนานเฮฮา ชอบสังสรรค์ช่วงสุดสัปดาห์เป็นประจำ

มีอยู่วันหนึ่ง เต้มาชวนผมไปเที่ยวหาดแหลมแม่พิมพ์ที่ระยอง ผมยังไม่เคยไปเลยถามว่าจะไปยังไง ไปกันกี่คน มันบอกเอารถกระบะไปสองคัน มีมันกับแฟน เพื่อนผู้ชายสองคน และผู้หญิงอีกสามคน แต่ว่าจะมีหลานชายลงมาจากบ้านนอกจะไปด้วยนะ ไปเย็นวันเสาร์ เปิดท้ายกินเหล้าบ่ายๆ วันอาทิตย์ค่อยกลับ ผมเลยตกลงไปด้วยเพราะชอบเที่ยวทะเลอยู่แล้ว

เลิกงานวันเสาร์บ่ายสามโมงครึ่ง ผมเอาชุดไปเปลี่ยน ขึ้นรถเต้ไปแล้วไปหาเพื่อนอีกกลุ่ม ก็ได้ไปรู้จักหลานชายเต้ชื่อว่า “ต้อง” อายุสิบสี่ปี กำลังวัยรุ่นเลย พวกเราพากันขับรถมาตามเส้นทางเรื่อยๆ มาถึงแถวระยองพากันลัดเข้ามาถนนเส้นหนึ่ง ซึ่งมีแต่ป่ามันสำปะหลังกับป่าสับปะรดดู น่ากลัวเลยทีเดียว แล้วพอดีเต้กับผมปวดปัสสาวะ เลยบีบแตรเป็นสัญญาณบอกเพื่อนคันหลังให้จอดก่อน

รถค่อยๆ จอดริมถนน มีต้นหูกวางใหญ่ขนาดสามคนโอบต้นนึงอยู่พอดี ผมกับเต้เลยเดินจะไปอ้อมหลังต้นไม้นั่น เข้าไปก็ต้องตกใจ เพราะหลังต้นหูกวางมีกระทงใบตองวางอยู่สามสี่อัน มีขนมสาลี่ แอปเปิ้ลหั่นเป็นชิ้น แก้วน้ำพลาสติกที่ไม่มีน้ำ ใกล้กันมีศาลเพียงตาไม้น้อยๆ มีแก้วน้ำเล็กๆ วางอยู่

ผมหันไปสบตากับเต้แล้วยกมือไหว้พร้อมกัน แล้วเดินเลยเข้าไปในป่าสักหน่อย ทำธุระเสร็จออกมาก็เลยไหว้อีกที จังหวะเดินกลับไปที่รถ เจ้าต้องเดินสวนมาพอดี มันบอกพึ่งจะปวดพี่รอผมก่อนนะ พยักหน้าให้ มันเดินอ้อมหลังต้นไม้ไปประมาณสองนาทีแล้วเดินออกมา

ท้องฟ้าเริ่มจะค่ำลง แดดอัสดงดูแล้วสวยงาม ผมเลยบอกเต้ว่าจะมานั่งกระบะหลัง เจ้าต้องก็ขอมานั่งด้วย รถสตาร์ทเครื่องกำลังจะออกตัว ผมมีความรู้สึกว่ารถมันยวบแล้วเด้งขึ้น คือเหมือนมีคนขึ้นกระบะท้ายรถนี่ล่ะครับ ใจคอไม่ดีเลย ได้ยินเสียงลิงน้อยอีกละ คิดในใจว่าจ๊าบแน่กูทริปนี้

รถมาถึงหาดแหลมแม่พิมพ์ทุ่มครึ่ง จอดรถเคียงกัน เปิดไฟหน้ารถ แล้วเปิดท้ายเอาเครื่องดื่ม เอาสาดมาปู ผมอยู่ฝ่ายทำกับแกล้ม จะมีปิ้งหอยแครง ปลาเผา กุ้งย่าง ปูทะเลที่เตรียมมา บรรยากาศดีมาก เสียงคลื่นซัดสาดมองเห็นไกลสุดขอบฟ้า พวกเราเอากีตาร์มานั่งเล่นร้องเพลงกัน

ผมที่กำลังยืนย่างกุ้งอยู่ มองไปที่ต้นสนใกล้ๆ เห็นเป็นเงาดำเดินไปเดินมาอยู่ แล้วเจ้าต้องก็บอกว่าปวดฉี่อีกแล้ว ไปตรงนั้นก่อนนะ แล้วมันก็เดินตรงไปที่ผมเห็นเงาดำนั่นละครับ ผมเห็นมันยืนงึกๆ งักๆ อยู่ เลยว่าจะเดินไปดู แล้วมันล้มฟุบลงไป

ผมกำลังจะวิ่งไปหา จู่ๆ มันก็ลุกขึ้นเดินสวนกลับมา ตอนที่เดินสวนออกมานั้น หน้ามันมองตรง แต่ลูกตาหันมามองผม แข็งมาก ตาเหลือกแทบจะทะลุเบ้าออกมา เลยถามมันว่าเป็นอะไรไหม มันส่ายหัวประมาณว่าไม่เป็นไรพี่

ผมกำลังจะเดินตามเสียงลิง มันร้องแล้วก็ปวดหัวจนทรุดนั่งลงคุกเข่าเลือดกำเดาไหลออกมา ลุกเดินไปถึงที่เขานั่งดื่มกัน เจ้าต้องเข้าไปหยิบกุ้งที่กำลังย่างอยู่บนเตาร้อนๆ หยิบมาหักครึ่งเคี้ยวกินต่อหน้าคนอื่นเลย ผมเลยทักว่ากินแบบนี้ได้ไงไม่คาวเหรอ? มันหันมาบอกผมว่า

“ไม่! อร่อยดี หิว กูจะกินมันแบบดิบๆ ให้หมดเลย”

เต้เดินมาบอกว่ามันดิบพยาธิเยอะให้พี่เขาทำเสร็จก่อนค่อยกิน ไปนั่งร้องเพลงชงเหล้าให้พี่ก่อนไป ต้องเงยหน้าขึ้นเสียงแข็งบอกกูไม่ไป! เต้โมโหเลยคว้าคอเสื้อเจ้าต้องไว้ ผมรีบเข้ามาห้ามแต่ต้องเอามือมาปัดแขนเต้มาโดนตัวผมกระเด็นไปถูกต้นสนใกล้ๆ พวกสาวๆ เริ่มจะกลัวกันแล้วเพราะบรรยากาศไม่ดี

เวลาตอนนั้นประมาณห้าทุ่ม มีชาวบ้านเหมือนเป็นชาวประมงเดินมากับลูกสาวอายุราวๆ สามขวบ แกเดินมาตรงที่พวกผม หันไปมองดูลูกสาวแกแอบอยู่ข้างหลังตลอดเวลา ผู้หญิงคนนึงเลยไปถามว่ากลัวอะไรไม่มีใครทำอะไรหนูนะ น้องพูดอะไรมาไม่รู้แต่เธอหน้าเสียเลย

น้ำตาลแฟนเต้ไปถามแล้วมาเล่าให้ฟังว่า น้องเห็นว่ามีผู้ชายอยู่ในร่างต้อง ผู้หญิงคนนึงขี่คอ อีกสองคนกอดเอวไว้ น่ากลัวมาก ผมเลยว่าทำไมกูไม่เห็นเลยวะ สงสัยมันต้องมีอะไรผิดปกติแล้ว ชาวประมงคนนั้นบอกว่าผมเห็นพวกคุณมานั่งกันอยู่นานแล้ว มีคนยืนอยู่บนหลังคารถสี่ห้าคนมองมาที่พวกคุณ พอน้องคนนี้ (ต้อง) เดินไปที่ต้นสน คนพวกนั้นกระโดดลงจากรถเดินตามไปเลย

ทีนี้ผมเลยหันกลับไปมองอีกที ก็เห็นเต็มๆ หน้าผู้ชายตาโบ๋มีผู้หญิงขี่คอก้มหน้าลงมามองผม ผู้หญิงผมกระเซิงตาแดงก่ำกอดเอวชี้หน้าผมเชิงบอกว่าอย่ายุ่ง! ผมเดินไปกระซิบกับเต้ มันบอกว่าเจ้าต้องน่าจะไปทำอะไรสักอย่างแน่เลย ทำไมผีตามมาเยอะมาก เลยถามชาวประมงคนนั้นว่ามีวัดไหมแถวนี้ครับ แกบอก มีอยู่แต่มันไกลมากและพระคงจำวัดหมดแล้ว แต่ถัดจากเนินหินตรงนั้นไกลๆ

แกชี้ไปมองเห็นหินอยู่ไกล มีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ตรงชายหาดนะแต่ตอนนี้ท่านคงไปเดินจงกรมอยู่ ยังไงก็พาไปหาท่านก็ได้เผื่อแก้ไขอะไรได้ พูดจบแค่นั้นเจ้าต้องก็พูดออกมาว่า

“มันลบหลู่กู! กูจะเอามันไปอยู่ด้วย!”

ต้องออกวิ่งจะลงไปในทะเลเต้กระโดดกอดเอวไว้ แต่ไม่น่าเชื่อเด็กตัวเล็กๆ มันลากตัวเต้จะลงไปในทะเล ผมและผู้ชายอีกสองคนกรูกันลงไปช่วยจับเจ้าต้อง ท่ามกลางเสียงร้องของสาวๆ มันสะบัด สลัดพวกผมกระเด็นหมดรวมทั้งเต้ด้วย กำลังจะเดินลงทะเลได้ยินเสียงสวดมนต์ภาษาบาลี จำได้ขึ้นใจเลยว่าเป็นบทธรรมดาชื่อว่า “ไตรสรณคมน์” ร่างของเจ้าต้องหยุดเหมือนถูกตรึงไว้ เสียงร้องโอดโอยทรมานทั้งหญิงชายออกมาจากปากมัน

พลันมีหลวงพ่อรูปหนึ่งเดินมาที่พวกผม ทีนี่ต่างวิ่งมากราบไหว้ท่านกันหมด ท่านจึงถามว่าทำไมมาแฝงร่างเด็กหนุ่มคนนี้ มีอะไรกัน มีเสียงผู้ชายแก่ๆ พูดขึ้นมาว่า พวกผมคือดวงวิญญาณตายโหงประสบอุบัติเหตุตายคาที่ ตรงที่มันจอดฉี่กันนั่นล่ะ เด็กหนุ่มคนนี้มันลบหลู่พวกผม!

ผมเลยถามว่ามันไปทำอะไร เจ้าต้องชี้หน้าผมกับเต้บอกว่า มันไปฉี่ใส่แก้วพลาสติกที่อยู่ตรงกระทงที่เขาเอาของมาวางเซ่นไว้ ไม่พอยังเอาใส่แก้วที่ตรงศาลเพียงตาอีก แล้วรู้ไหมน้องมึงมันพูดว่าอะไร? ผมส่ายหน้า

เขาบอกว่า มันบอกว่ากินสาลี่มันจะติดคอไม่มีน้ำได้ไงวะ! เดี๋ยวเอาน้ำให้กินจะได้ไม่คอแห้งไง!

พวกผมได้แต่มองหน้ากัน เจ้าต้องมันทำขนาดนั้นเชียวเหรอ หลวงพ่อท่านเลยว่าแล้วจะให้ทำอย่างไรซื้อของไปเซ่นใหม่มั้ย เขาบอกไม่เอาจะเอาบุญใหญ่อย่างเดียว บวชเณรงั้นหรือ เขาพยักหน้าให้แล้วบอกว่า ให้โอกาสหลังจากวันนี้สิบห้าวัน พรุ่งนี้ต้องเอาดอกไม้ธูปเทียนไปถวายแล้วไปบวชเณรให้หนึ่งเดือนไม่อย่างนั้นจะเอาเจ้าต้องไปอยู่ด้วย

พูดจบต้องก็หงายหลังลงไปในทะเล เต้วิ่งลงไปอุ้มขึ้นมาไว้บนเสื่อ พอต้องฟื้นขึ้นมาตอนตีห้า ก็ได้ความว่าไปทำแบบนั้นจริงๆ เลยโดนพวกผมอบรมสั่งสอนกันเสียยกใหญ่ พอกลับไปตรงนั้นก็เอาดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ขอขมา มีไก่ย่างปลาทูขนมไปด้วย พอกลับไปบ้านมันก็ไปบวชเณรตามที่หลวงพ่อท่านบิณฑบาตวิญญาณผีตายโหงไว้หนึ่งเดือนจริงๆ

เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยดีครับ เรื่องนี้บอกได้คำเดียวว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับ…

ขอขอบคุณที่มา: คุณหาญ ใจสิงห์

error: Content is protected !!