สยองบ้านสวนป้านิด | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ป้านิด ป้าสะใภ้ใจดีที่สุดในโลกของผมเป็นคนเพชรบุรีครับ เมื่อปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมาผมได้ไปเที่ยวที่นั่นตั้งอาทิตย์หนึ่งแน่ะ สนุกดี แถมไปเจอเรื่องขนหัวลุกที่นั่นด้วย

บ้านของป้าเป็นบ้านสวน มีทั้งมะนาว กระท้อน ชมพู่ มะพร้าว.. ลุงผมปลูกไว้เอง แต่ลุงตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นผมยังเล็กมาก ราว 3-4 ขวบเท่านั้น เหมือนพี่จอยกับพี่โจ ลูกของลุงป้าที่แก่กว่าผมแค่ 2-3 ปี

พอลุงตาย ป้านิดก็เลี้ยงลูกๆ ตามลำพัง ซึ่งก็อยู่กันได้สบายมากเพราะป้านิดขยัน แกมีฝีมือด้านตัดเย็บเสื้อผ้าด้วย และมีจักรคู่ชีพอยู่หนึ่งหลัง บรรดาลูกค้าก็เป็นเครือญาติและคนในหมู่บ้าน นอกจากนั้น ยังเก็บผลไม้ต่างๆ ในสวนมาขายริมทางหลวงแทบทุกเสาร์-อาทิตย์

ป้านิดมีญาติชื่อป้าแขกกับลุงสิทธิ์ เป็นเจ้าของสวนตาล และมีรถกระบะขนลูกตาลสดๆ มานั่งปอกนั่งเฉาะกันริมทาง เวลารถนักท่องเที่ยวผ่านไปมาก็จะแวะซื้อ บางรายสนิทสนมเป็นขาประจำกันเลยเชียว สินค้าที่ขายเป็นผลไม้ตามฤดูกาลและน้ำตาลสดที่ผมกับน้องแก้มชอบมากที่สุด

จริงๆ แล้วผมไม่เคยไปบ้านสวนของป้านิดหรอกครับ แต่ปีนี้ป้านิดมาเยี่ยมคุณปู่ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ พี่จอยพี่โจมาค้างบ้านผมตั้งหลายวัน แล้วก็เลยชวนผมไปเที่ยวทางโน้นบ้าง ผมกับน้องแก้มนึกสนุก น้องแก้มน่ะติดพี่จอยคนสวยมากๆ เลยด้วย

ผลก็ คือเราได้นั่งรถไฟไปบ้านสวนของป้านิดกัน ขากลับพ่อแม่จะไปรับ..เราจะเที่ยวหัวหินต่ออีกสองคืนแล้วค่อยกลับบ้าน นับเป็นปิดเทอมที่สนุกมากจริงๆ

บ้านป้านิดน่าอยู่ครับ อบอุ่นดี ชั้นล่างเปิดโล่งตลอด มีจักรเย็บผ้า ทีวี และโต๊ะกินข้าว มีครัวอยู่ด้านหลัง ป้านิดทำอาหารอร่อยมาก นอกจากป้านิดกับลูกๆ แล้วยังมีครอบครัวของน้ากุ้งอาศัยอยู่ด้วยที่ห้องชั้นล่างนี่ อยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก น้ากุ้งมีลูกสาวสามขวบน่ารักดี ชื่อน้องเมย์

ผมได้นอนห้องพี่โจซึ่งเป็นห้องนอนเล็ก ส่วนน้องแก้มนอนกับพี่จอยและป้านิดที่ห้องนอนใหญ่ติดกัน บ้านนี้มีแอร์ด้วยครับ แต่ถ้าไม่ร้อนนักจะเปิดพัดลมกัน เปิดแอร์เฉพาะนอนตอนกลางคืน

วันแรกที่ไปถึง พอเอาเสื้อผ้าขึ้นไปเก็บ ผมมองออกนอกหน้าต่างไปที่บ้านข้างๆ ได้อย่างชัดเจน เป็นบ้านไม้สองชั้นไม่ได้ทาสี มีต้นไม้ร่มครึ้ม มะม่วงต้นใหญ่อยู่ถัดไปไม่ไกล ตอนแรกผมไม่เห็นอะไรผิดปกติหรอกครับ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ดีๆ ก็เห็นเด็กผู้ชายนั่งห้อยขาอยู่ที่กิ่งใหญ่ของมะม่วงต้นนั้น

แดดตอน เที่ยงๆ สว่างจ้า แต่ในต้นมะม่วงดูมืดครึ้ม ท่าทางจะไม่ร้อนนัก เด็กคนนั้นนั่งอยู่อย่างน่าเสียวไส้ กิ่งมะม่วงนั่นสูงเอาการ..คือสูงกว่าหน้าต่างชั้นสองที่ผมยืนมองอยู่ซะอีก เด็กคนนี้อายุราวสิบขวบ ผมเกรียน ใส่เสื้อกล้ามสีขาวมอๆ นุ่งกางเกงนักเรียนสีกากี เขานั่งห้อยขาอย่างสบาย มือสองข้างถือมะม่วงกัดกินอย่างอร่อย

เฮ้อ! กินเข้าไปได้ยังไงทั้งเปลือก นั่งไม่นั่งเปล่า แกว่งขาซะด้วย เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก ท่าทางจะทั้งซนทั้งแก่นน่าดู!

ทันใดนั้น เขาหันมามองผม ฮู้! นัยน์ตาเขาแดงก่ำเห็นชัด..แดงเป็นเลือดเลย! สงสัยไม่สบายหรือไม่ก็เป็นตาแดง แต่แปลกนะ เขาทำให้ผมขนลุกซ่าไปทั้งตัว ขนหัวก็ลุกด้วยเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เขายิ้มให้ ผมก็เลยยิ้มตอบ

เสียงป้านิดเรียกผมลงไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นที่เป็นรถเข็นผ่านมาหน้าบ้าน..พวกเราสั่งก๋วยเตี๋ยวกินกัน ผมอดไม่ได้ที่จะเหลียวไปมองมะม่วงต้นเดิม..เด็กคนนั้นก็มองเราอยู่ ป้านิดถามว่า ผมมองอะไร ผมก็ตอบตรงๆ ว่าเด็กบ้านนั้นไง! เก่งจัง นั่งกินมะม่วงอย่างสบาย..น่าจะเรียกลงมากินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน

พอผมพูดอย่างนั้นน้ากุ้งก็ทำช้อนตกจากมือ อ้าปากค้าง คนขายก๋วยเตี๋ยวสะดุ้งโหยง ร้องเฮ้ย! ไม่ใช่สะดุ้งน้ากุ้งนะครับ เขาสะดุ้งที่ผมพูด แล้วเหลียวไปมองอย่างหวาดกลัวเอาจริงๆ จังๆ

..เด็กที่ผมเห็นไม่ใช่คนที่ยังมีชีวิตอยู่หรอกครับ! ตายละ..ผมทำให้คนที่นี่ขวัญผวากันไปหมดเลย..เด็กข้างบ้านน่ะตายมาสามเดือนแล้ว ตกต้นมะม่วงลงมาตายคาที่! คนขายก๋วยเตี๋ยวบอกว่าคนที่ผ่านไปมาเห็นอยู่เป็นประจำ แสดงว่าวิญญาณของเด็กยังไม่ไปไหน

พี่โจปิดหน้าต่างที่เปิดออกไปข้างบ้าน ไม่ยอมเปิด ไม่ยอมให้ผมพูดถึง ผมยอมรับว่าสยองตลอดเวลาที่อยู่บ้านป้านิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืน..แต่อย่างน้อยผมก็มีเรื่องผีไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังตอนเปิดเทอมละครับ!

ที่มา: คอลัมน์ ขนหัวลุก โดย ใบหนาด

error: Content is protected !!