ประกันชีวิต – เรื่องเล่าสยองขวัญ

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้าคนหนึ่งชื่อว่า น้านาง

เท้าความหลังกลับไป คุณลภกับน้านางในตอนเด็กๆ จะไม่ถูกกันเลย คุณลภก็จะไปเล่นกับลูกของน้านาง ที่ชื่อว่า เบียร์ เวลาที่คุณลภไปเล่น น้านางก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยชอบให้คุณลภไปเล่นกับลูกเขา ชอบไล่คุณลภกลับ มีอะไรก็ชอบว่าชอบด่าคุณลภอยู่ตลอด คุณลภก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมน้านางถึงไม่ชอบคุณลภ

พอโตขึ้น คุณลภก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพ แล้วคุณลภก็ได้กลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็เห็นว่าน้านางกลายเป็นคนที่ติดเหล้า แกกินเหล้าทุกวัน เรียกได้ว่ากินเหล้าแทนน้ำเลย ถ้าไม่ได้กินนี่ถึงกับมือสั่น คุณลภก็เห็นแล้วสงสาร

คุณลภนั้นเรียนเกี่ยวกับโหราศาสตร์ เรียนเกี่ยวกับการดูดวง ตอนที่คุณลภกลับบ้านไป น้านางก็มาหาคุณลภและก็ถามว่า

“กลับมาแล้วรึ กลับมาทำอะไร?”

“กลับมาอยู่บ้านครับ” คุณลภว่า

“แล้วไม่ทำงานแล้วเหรอ”

“ยังไม่ทำครับ เดี๋ยวมาหางานใหม่ทำ”

“ดูดวงให้น้าหน่อยได้ไหม”

“น้าจะให้ผมดูดวงทำไม”

“น้าฝันไม่ค่อยดีเลยว่ะ ฝันเห็นน้านีชวนน้าไปอยู่ด้วย แล้วก็ฝันเห็นปู่ชวนน้าไปอยู่ด้วย” (น้านี คือ แฟนน้านางที่ตายไปแล้วจากอุบัติเหตุ)

“ได้ๆ เดี๋ยวผมดูให้”

พอคุณลภดูได้สักพัก ตัวเลขที่มันออกมาที่เกี่ยวกับน้านาง ดูมันว่างเปล่า เหมือนกับว่า อนาคตข้างหน้าของแกไม่มีอะไรเลย เหมือนคนหมดอายุไข พอคุณลภบอกน้าไปตรงๆ ว่าเหมือนคนหมดอายุไข

น้านางก็บอกว่า มีคนข้างบ้านเขาจะซื้อประกันชีวิตให้กับแก ถ้าน้าตายไป คนพวกนี้เขาก็จะได้เงินจากน้าเยอะเลยนะ คนชื่อนี้ได้เท่านี้ คนชื่อนั้นได้เท่านั้น คุณลภก็พูดไปว่า “น้านางทำไมชอบแช่งตัวเองแบบนั้นล่ะ และก็พรุ่งนี้ผมจะไปหาพระ น้านางจะไปด้วยกันไหม ไปอาบน้ำมนต์” น้านางก็บอก “ไม่ไปหรอก…”

ตกเย็น คุณลภก็ได้ข่าวจากหลานว่า น้านาง หล่นจากรถมอเตอร์ไซค์ หัวฟาดถนน คุณลภก็ถามหลานว่า แล้วน้านางหล่นได้ยังไง หลานก็บอกว่า

“ตอนนั้นผมไปร้านค้า ก็ไปเจอแกซื้อเหล้าอยู่ แล้วแกขอขึ้นรถมากับผม”

“แล้วทำไมมึงไปทำเขาหล่นรถล่ะ”

“อ้าว! ก็แกไม่ยอมกอดผม แกกอดแต่ขวดเหล้า”

พอคุณลภถามถึงอาการ หลานก็บอกว่าแกหัวบวมๆ แต่ไม่แตก แกอยู่ที่บ้าน ไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ ก็เลยต้องเอารถ อพปร.ไปส่งที่โรงพยาบาล ทีนี้คนที่ซื้อประกันชีวิตให้น้านางก็มาด้วย และก็บอกว่า “พี่นาง แกอย่าเพิ่งตายนะ ให้มันครบกำหนดซะหน่อย ถ้าครบแล้วแกจะตายก็ไม่มีใครว่าแกหรอก ให้ฉันได้เงินก่อน!” คุณลภได้ยินแบบนั้นก็อารมณ์ขึ้น คนๆ นี้หวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตนแทนที่จะดูแลกัน

พอหมอเอ็กซเรย์ หมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร แค่กระทบกระเทือน หัวปูดเฉยๆ แล้วก็พาน้านางกลับมาบ้าน แต่น้านางก็ยังกระดุกกระดิกอะไรไม่ค่อยได้ แล้วน้าก็เรียกคุณลภเข้าไปหาแล้วบอกว่า “ลภเอ้ย เรื่องที่ผ่านมา ที่น้าชอบว่าชอบด่า น้าขอโทษนะ” คุณลภก็บอกว่า “ไม่เป็นไรหรอกน้า ไม่เป็นไร ผมไม่ถือสาไม่ว่าหรอก บางทีผมอาจจะดื้อก็ได้” น้านางก็บอกย้ำอีกว่า “ขอโทษนะ”

แล้วน้าก็เรียกตาของคุณลภมา แล้วก็พูดว่า “พ่อใหญ่ ฝากลูก ฝากไอเบียร์ ฝากอีแก้ว ด้วยนะ” ตาก็บอกว่า “ไม่เป็นไรหรอกนางเอ้ย เดี๋ยวก็หาย” แล้วคุณลภก็บอกว่า “เดี๋ยวข้าวปลา เดี๋ยวผมหามาให้กินเอง” แต่คนอื่นที่เขามาดูนี่ไม่มีใครที่จะช่วยเลย แต่ก่อนก็มีแต่จะให้น้านางไปทำงานบ้าน แล้วก็เอาเหล้ามาล่อ ให้กั๊กนึง ทำงานทั้งวัน แทนที่จะให้เงินให้ข้าว คุณลภก็รู้สึกว่า คนพวกนี้ไม่น่าคบเลย

ตกเย็น คุณลภก็ทำกับข้าวมาให้น้านาง ป้อนข้าวน้านาง ระหว่างที่กินข้าว น้านางก็พูดขึ้นมาว่า

“ลภ…น้านีชวนน้าไปอยู่ด้วย”

หลังจากนั้น ตอน 1 ทุ่ม คุณลภก็กลับมาอีกครั้งเพื่อที่จะเช็ดตัวให้น้านาง แต่ว่าตอนนั้นตาของน้านางก็เริ่มเหลือง เริ่มเพ้อไปเรื่อยและเหงื่อที่ออกจากตัวน้านางเป็นเหมือนเมือกๆ ยางๆ พอคุณลภจับดู ก็เหมือนเมือกของปลา คุณลภก็เช็ดๆ ให้แก แล้วก็ถามว่า “น้านาง อยากกินไรอีกไหม” แต่น้านางมองคุณลภด้วยตาขวางๆ คุณลภก็ถามว่าน้านางเป็นไร น้านางตอบว่า “ไม่เป็นไร กูอยากนอน!” คุณลภก็บอกว่า “ถ้าอยากนอน นอนนะ เดี๋ยวผมเอายาให้กิน” น้านางก็บอกว่า “กูไม่กินหรอก เดี๋ยวกูก็หายแล้ว!” จากแรกๆ ที่พูดน้าๆ ไปๆ มาๆ ก็พูดกูมึง มันเริ่มแปลกแล้ว แล้วคุณลภก็กลับบ้านไป

แต่พอถึงบ้าน คุณลภก็โทรหาลูกชายของน้านางที่ชื่อเบียร์ ที่ไปทำงานอยู่ที่พิจิตร คุณลภก็บอกเบียร์ว่า “เบียร์ แม่มึงอ่ะหล่นจากรถ หัวกระแทก มึงกลับมาได้ไหม” เบียร์ก็บอกว่า “เฮ้ย! ฝากดูแม่กูหน่อย กูติดงานว่ะ” คืองานของเบียร์คือขับรถแบคโฮอยู่ในป่า ติดต่อยากเพราะไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วกว่าเขาจะมารับก็อีกวันสองวัน เบียร์จึงออกมาไม่ได้ แล้วเบียร์ก็บอกอีกว่า “ยังไงก็ฝากดูแลแม่กูหน่อย ถ้ากูออกไปได้ กูจะรีบไปเลย” คุณลภก็บอก “ได้ๆ ไม่เป็นไร”

พอ 3 ทุ่ม คุณลภก็จะเอาข้าวไปให้น้านาง แล้วก็จะไปดูแกด้วย พอคุณลภไปถึง คุณลภก็เดินไปเงียบๆ มองน้านางว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า คุณลภก็เห็นน้านางลุกขึ้นนั่งและเลียแขนตัวเอง แล้วก็ดูดเมือกที่แขนตัวเอง คุณลภก็คิดว่าทำไมแกทำแบบนั้นวะ คุณลภก็เลยเรียก

“น้านาง น้าทำอะไรน่ะ!”

พอน้านางได้ยินคุณลภเรียกก็ลงไปนอนแล้วก็ตอบว่า “เปล่า…กูร้อน!” คุณลภก็บอกว่า “ถ้าร้อนเดี๋ยวผมเปิดพัดลมให้” แล้วก็เดินไปเอาพัดลมมาเปิด พอเปิดเสร็จ คุณลภก็ถามน้านางอีกครั้งว่า “น้านางลุกขึ้นมาทำอะไร ผมถามจริงๆ” น้านางก็บอกว่าเปล่า

วันถัดมา คุณลภก็มาดูแลน้านางปกติ แต่อาการแปลกๆ จะเริ่มมีตอน 4 โมงเย็น พอประมาณ 5-6 โมงเย็น คุณลภก็ถือข้าวต้มจะเอาไปให้แก คุณลภก็เห็นเหมือนผู้หญิงแก่ๆ กึ่งคลานกึ่งวิ่ง แล้วก็กระโดดไปที่หน้าประตูบ้านของน้านาง แล้วก็วิ่งเข้าไปข้างใน คุณลภก็เลยเดินตามเข้าไป ก็เห็นผู้หญิงคนแก่คนหนึ่ง ใส่ผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้า ยืนมองน้านางที่นอนอยู่บนเตียง แต่พอคุณลภใกล้จะถึง คนแก่คนนั้นก็รีบเดินไปทางห้องครัวเลย คุณลภคิดว่า ‘ใครมันเข้ามาดูน้านางวะ แต่ก็ยังดี ที่มีคนเข้ามาดู’

แล้วคุณลภก็เดินเข้าไปหาน้านาง ชวนน้านางกินข้าว แต่น้าก็ยังนอนอยู่ คุณลภก็เลยเดินเข้าไปดูที่ห้องครัว เพื่อที่จะดูว่าที่เห็นเมื่อกี้เป็นใคร แต่พอเดินเข้าไปดู ก็ไม่เจอใคร ทั้งๆ ที่ประตูหลังบ้านนั้นถูกล็อคอยู่ ถ้าคนจะออกไปได้ ยังไงก็ต้องไขกุญแจออกไป หรือว่าอยู่ในห้องน้ำ แต่ก็ไม่มีเหมือนเดิม

ตอนนั้นคุณลภก็เริ่มใจไม่ดี แล้วก็เดินกลับมาหาน้านาง เรียกน้านางกินข้าว แล้วหางตาคุณลภก็เห็นว่า เหมือนมีคนแก่ชะโงกแอบมองอยู่ตรงประตู พอคุณลภหันไป มันก็หลบ คุณลภก็ใจคอไม่ค่อยดี กลับบ้านไป ก็เล่าเรื่องให้ตาฟังว่าผมเห็นเป็นแบบนี้ๆ ตาก็บอก ลองเอาพระไปให้มันใส่สิ แต่ถึงเอาพระไปใส่ให้ ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม อาการเหมือนเดิม

จนลูกของน้านางที่ชื่อเบียร์กลับมา คุณลภก็บอกกับเบียร์ว่า เบียร์ แม่มึงเป็นอาการแบบนี้นะๆ พอเบียร์รู้แบบนั้น เบียร์และแฟนก็ไม่กล้าที่จะนอนกับแม่ที่บ้าน ต้องมานอนที่บ้านคุณลภ แฟนของเบียร์ก็บอกว่า “พี่หนูนอนไม่ได้หรอก หนูกลัว” อาการของน้านางตอนนั้นคือ ลุกขึ้นนั่งได้ แต่เดินไม่ได้ ถ้าจะเดินต้องใช้ไม้เท้า คุณลภก็บอกเบียร์ว่า “เบียร์ นี่แม่มึง มึงไม่คิดจะอยู่ดูเลยเหรอ?” เบียร์ก็บอกว่า “ดูน่ะดู แต่ว่าเมียกูมันกลัว” ก่อนที่เบียร์จะไปนอนบ้านคุณลภ เบียร์ก็บอกกับแม่ว่า “แม่…ถ้ามีอะไรเดี๋ยวผมมาดูนะ”

แต่สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็คือ ตอนเวลาเที่ยงคืน น้านางเดินตัวปลิวโดยที่ไม่ใช้ไม้เท้า มาที่บ้านคุณลภ ผมกระเซอะกระเซิงมาเลย แล้วน้านางก็พูดกับเบียร์ว่า “เบียร์ ไปนอนกับแม่เถอะ พาลูกพาหลานไปนอนกับแม่เถอะ” ใจจริงเบียร์ก็อยากจะไป แต่ลูกสะใภ้ไม่กล้าไป เพราะว่าตอนกลางวัน น้านางมองตาขวางๆ มองแปลกๆ คุณลภก็บอกว่า “ถ้ามึงจะไปนอน เดี๋ยวกูไปนอนเป็นเพื่อนก็ได้” เบียร์ก็บอกแม่ไปว่า “เดี๋ยวผมไป” คุณลภก็บอกกับน้านางเหมือนกันว่าเดี๋ยวผมไป แล้วคุณลภก็เดินไปส่งน้านาง ให้น้านอน แต่สุดท้ายเบียร์ก็ไม่ได้ไปนอนกับแม่อยู่ดี

วันถัดมา วันนี้น้านางอาการหนักมาก เพ้อทั้งวันเลย ตาเหลือง อาการเหมือนคนอยากกินเหล้า แต่ไม่ได้กิน คุณลภก็บอกเบียร์ว่า “เบียร์ มึงไปซื้อเหล้าให้แม่มึงกินซักหน่อยไป” น้านางก็พูดเพ้อว่า “เดี๋ยวพ่อมึงก็มารับกูแล้ว ปู่มึงก็มาหากูเนี่ย!” ซึ่งคนที่น้านางพูดถึงนั้นคือคนที่ตายไปหมดแล้ว คุณลภก็เลยบอกกับเบียร์ว่า “กูว่าพาแม่มึงไปหาพระเถอะว่ะ” ตอนแรก น้านางก็ไม่ยอมไป ต้องอุ้มขึ้นรถไป ระหว่างทางพอผ่านตรงไหนที่เกิดอุบัติเหตุ ตรงไหนที่มีคนตาย น้านางจะชี้ แล้วก็พูดว่า “เนี่ย…มีผู้หญิงยืนอุ้มลูกอยู่เนี่ย แต่หัวนี้เละเลย!”

พอมาถึงวัดหลวงพ่อก็พูดว่า “เอามาทำไมเนี่ยโยม คนมันถึงเวลาแล้ว หมดเวรหมดกรรมแล้ว ถึงเวลาเขาแล้ว ถึงอาบน้ำมนต์ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกโยม ทำใจเถอะ…”

พอเอากลับบ้าน อาการของน้านางก็เป็นหนัก นอนหันไปคุยกับใครก็ไม่รู้ เหมือนพูดคนเดียว แยกเขี้ยว ยิงฟัน ทำตาเหลือก ปากพูดขมุบขมิบ และเสียงน้านางที่คุณลภได้ยินประมาณว่า กูยังไม่ไป กูยังไม่อยากไป มึงไม่ต้องมา คุณลภก็บอกกับเบียร์ว่า “ท่าจะไม่ดีแล้วล่ะ กูว่าเอากลับไปโรงพยาบาลเถอะ” เบียร์ก็บอกว่า “ลองดูอาการอีกสักวันไม่ได้เหรอ” คุณลภก็บอกว่า “อย่าดูเลย แม่มึงไม่ไหวแล้ว!” พอมีใครไปพยุงให้นั่ง น้านางก็จะหันหน้ามาหาแล้วก็ทำตาเหลือกๆ ปากขมุบขมิบ เหมือนแยกเขี้ยว ยิงฟันใส่ คุณลภก็พูดกับน้านางว่า “น้านางเป็นไรใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาล”

แต่กว่าเบียร์จะตัดสินใจได้ ก็ตอน 5 ทุ่มแล้ว และช่วงเย็นที่ผ่านมา น้านางก็เพ้อถึงคนที่ตายไปแล้วอยู่ตลอด เห็นใครต่อใครไม่รู้ อุ้มลูกมา ไอคนเนี้ยเดินมาหา มาเดินรอบเตียง ชวนไปอยู่ด้วย คุณลภก็อยู่ใกล้ๆ ก็ขนลุก

พอ 5 ทุ่ม จะอุ้มน้านางขึ้นรถไปโรงพยาบาลแต่น้านางไม่ยอมขึ้น พอชวนคนข้างบ้านให้ไปช่วยอุ้ม แต่ก็ไม่มีใครคิดจะไปช่วยเลย มีแค่คุณลภ เบียร์ ลูกสะใภ้ และตา ที่ไปช่วย คนอื่นๆ เหมือนเห็นแก่ตัว ไม่ยอมช่วย ทำแค่มายืนมอง แล้วก็พูดว่า “อย่าเพิ่งตายนะอีนาง ให้ฉันได้เงินก่อนแล้วแกค่อยตาย” พอคุณลภได้ยินแบบนั้นก็อารมณ์เสีย อยากจะกระโดดถีบซะเดี๋ยวนั้นเลย

ทีนี้จะอุ้มไปนั่งในรถก็ไม่ได้ เพราะกลิ่นตัวน้านางแรงมาก เอาเข้าไปก็ไม่ยอม จนต้องถอยหลังรถแล้วเปิดกระบะท้าย เอาผ้าไปปูแล้วอุ้มขึ้น แต่ 2 คนยกน้านางไม่ไหว เบียร์ก็เอามือสอดใต้รักแร้ คุณลภก็ยกขา แต่ก็ยกไม่ขึ้นคล้ายกับว่ามีคนไปเหยียบอยู่ช่วงกลางตัว เลยทำให้ยกไม่ขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็อุ้มน้านางขึ้นรถไปได้อย่างทุลักทุเล

แล้วคุณลภก็บอกให้เบียร์ขับรถพาไปโรงพยาบาล แต่น้านางก็พูดว่า กูไม่ไปๆ ไม่ไปๆ พูดไม่ไปอย่างเดียว ร้องโวยวาย กัดเขี้ยวกัดฟันพูด ตอนที่ขับรถไปโรงพยาบาล คุณลภกับลูกสะใภ้ก็อยู่หลังกระบะ คอยดูน้านาง คุณลภก็บอกกับน้านางว่า “ใจเย็นๆ นะ ทำใจดีๆ นะน้านางนะ เดี๋ยวไปถึงโรงบาลเดี๋ยวก็หาย” แต่น้านางก็เอาแต่พูดว่า “กูไม่ไป! ยังไงกูก็ไม่ไป!”

ผ่านไปถึงครึ่งทาง ตรงนั้นจะมีศาลเจ้าที่คนแถวนั้นจะรู้จักกันดี แล้วน้านางก็พูดขึ้นมาว่า “กูไม่ไป กูไม่อยากผ่านตรงนั้น มึงอย่าพากูผ่านตรงนั้น” แล้วพอรถผ่าน ก็เหมือนมีเสียงลมสวนตัวน้านางออกมา แล้วก็มีกลิ่นเหม็นตามออกมาด้วย แล้วหลังจากนั้นน้านางก็นิ่งไป

พอมาถึงโรงพยาบาล หมอก็บอกว่า “โอ้โห ต้องทำใจนะ เพราะตับนี่หายไปแล้วนะ ลำไส้นี่เน่าไปหมดแล้ว แต่ทำไมถึงยังอยู่ได้?!” น้านางก็ยังคงเพ้อเหมือนคุยกับใครอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วก็พาน้านางไปอยู่ที่ห้องรวม ทีนี้น้านางก็อาเจียนออกมา คนที่อยู่ในห้องรวมก็อยากจะออกมาหมด เพราะว่ามันเหม็นมาก คนอื่นก็ถามว่า “ทำไมมันเหม็นแบบเนี่ย ไปเป็นอะไรเนี่ย” ตอนนั้นคุณลภก็คิดว่ายังไงน้านางก็ต้องตายแน่ๆ ทำใจไว้ก่อนได้เลย

พอเช้ามา น้านางก็เสียชีวิต แล้วพอตายปุ๊บ หมอก็บอกว่า น้ำเหลืองนี่ดันออกมาทั้งทางหู ทั้งทางจมูก เอาสำลีมาอุดทุกรู แต่น้ำเหลืองก็ดันออกมาหมด เพราะข้างในมันเน่ามาตั้งนานแล้ว ไม่น่าจะมีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ได้

หลังจากนั้นก็นำร่างน้านางไปจัดงานศพที่วัด พอถึงวันเผา ก่อนจะเผาก็จะต้องมีการยกโลงวนรอบเมรุ เมื่อเวียนจนครบแล้วก็วางโลงลง ชั่วพริบตานึง คุณลภก็เห็นน้านางหันมาหา แล้วก็ยิ้มและยักคิ้วให้ทีนึง คุณลภก็ร้อง เฮ้ย! คนก็ตกใจแล้วถามว่ามึงเป็นอะไร คุณลภก็บอกเห็นน้านางยักคิ้วแล้วก็ยิ้มให้

หลังจากที่เผาเสร็จเรียบร้อย ตกกลางคืน คุณลภก็ฝัน ฝันว่าน้านางมาขอโทษ ตอนเด็กๆ ที่น้าชอบด่าชอบอะไรเอ็ง อย่าถือสาน้านะ อโหสิให้น้านะ และน้าก็ไม่เคยคิดเลยว่า น้าจะต้องมาตายกับเอ็ง มาอยู่กับเอ็ง ให้เอ็งดูแล จนกระทั่งน้าตาย คนอื่นที่น้าคิดว่าเขาดีกับน้า แต่เขาไม่เคยดีกับน้าเลย ส่วนคนแก่ที่คุณลภเห็นนั้น คุณลภก็รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งคนแก่คนนั้นเป็นคนในหมู่บ้าน ซึ่งคนในหมู่บ้านคาดว่าน่าจะเป็นปอบ มาสิงร่างของน้านาง เพราะว่า น้านางนั้นน่าจะเสียไปตั้งนานแล้ว และทุกวันนี้ คนแก่ที่คาดว่าเป็นปอบคนนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ เรื่องราวทั้งหมดก็มีประมาณนี้

ขอขอบคุณที่มา: The Shock 13 เรื่องสยองจากจดหมายไฟฟ้า

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!