ป้าแหม่ม – เรื่องเล่าสยองขวัญ

“หนูนก” เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกของวิญญาณป้าแหม่ม

ป้าแหม่มเป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่หนูเองค่ะ อายุไม่มากเท่าไหร่ ราว 44-45 ปีเท่านั้น ไม่ได้แต่งงานทั้งๆ ที่เป็นคนสวย…สวยกว่าแม่ของหนูอีกนะคะ และเก่งมากด้วย ทำงานบริษัทได้เงินเดือนสูง ขับรถเก่ง อยู่บ้านเดียวกับหนู

ป้าแหม่มเป็นคนที่ใครๆ ในบ้าน ทั้งหลานๆ และคนรถ คนสวน คนใช้กลัวเกรงมากที่สุด! หนูทั้งรักทั้งกลัวป้าแหม่ม รักมากกว่ากลัวค่ะ จึงเสียใจมากเมื่อรู้ว่าป้าแหม่มเป็นมะเร็งเต้านม! ตอนแรกๆ มันเป็นก้อนแข็งใต้รักแร้ค่ะ พอหมอบอกว่าเป็นมะเร็งเท่านั้นแหละ คนในบ้านซึมไปเลย

พวกเราแอบร้องไห้เพราะรู้ว่าป้าต้องจากเราไปแน่ๆ ไม่ช้าก็เร็ว แต่แม่บอกหนูว่าคงไม่เป็นไรหรอก สมัยนี้มียาดีๆ หมอก็เก่ง อาจจะเพราะยาดีและหมอเก่งอย่างที่แม่ว่า ป้าแหม่มจึงอยู่มาได้นานกว่า 2 ปี แต่เมื่อต้นปีนี้เอง หลังจากฉลองปีใหม่ได้ไม่กี่วัน ป้าแหม่มก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอาการทรุดอย่างรวดเร็ว มะเร็งที่เรานึกว่าหายกลับไปโผล่ที่ตับและลามไปปอดแล้วค่ะ!

ราวเดือนมีนาคม หนูสอบเสร็จพอดี หนูอยู่ ม.2 นะคะ กำลังจะขึ้น ม.3 ป้าแหม่มนอนซมอยู่บ้านในห้องชั้นล่าง หนูเป็นคนเฝ้าเพราะแม่ต้องทำงาน แม้ว่าห้องจะโปร่ง แต่ก็ไม่วายมีกลิ่นอับๆ กับกลิ่นยา กลิ่นของความเจ็บไข้ได้ป่วย ชวนให้หดหู่อย่างบอกไม่ถูก เวลาที่หนูเฝ้าป้าแหม่ม ป้าจะสอนหนูทุกอย่าง เรื่องดูแลบ้าน รวมทั้งการประหยัดอดออม การทำกับข้าว เพราะป้าห่วงมาก เหมือนจะรู้ว่าอีกไม่นานป้าต้องตายจากบ้านและคนที่ป้ารักไป

ขณะที่บ้านเมืองเรากำลังวุ่นวาย ข้างบ้านทะเลาะกันเรื่องการเมืองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แตกแยกเป็นสองฝ่าย ส่วนบ้านเรากำลังเศร้า ไม่มีกะจิตกะใจจะตื่นเต้นตามกระแส เพราะป้าแหม่มอาการทรุดลงๆ จนแม่ต้องจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแล ตัวป้าแหม่มบ่นว่าอยากไปตายโรงพยาบาล เพราะหลานๆ จะกลัว แต่หนูบอกว่าไม่กลัวหรอกค่ะ และไม่อยากให้ป้าตายด้วย

ในที่สุด วาระสุดท้ายของป้าแหม่มก็มาถึง!

คืนนั้น ป้าหอบ ปากเขียวจนกลายเป็นสีดำ ลิ้นก็ดำ หายใจลำบากมาก หนูร้องไห้เลยค่ะ แม่บอกว่านี่ล่ะที่เขาเรียกว่า “แอร์ ฮังเกอร์” คือพยายามหายใจ ใบหน้าที่หมดสติ ตาลอยไร้แววนั้นเงยขึ้น แล้วก็ทรุดลงจนคางจดอก ดูเหมือนทรมานเหลือเกินค่ะ พยาบาลบอกหนูว่า ป้าแหม่มไม่เจ็บปวดแล้วล่ะ!

หลังจากหอบหายใจอยู่ราว 5 นาทีก็ค่อยๆ อ่อนลง…จนหยุดสนิท นางพยาบาลขานเวลาสิ้นใจว่า “ตีหนึ่งสี่สิบนาที” แล้วพวกผู้ใหญ่ก็ปรึกษากันว่าจะจัดการศพอย่างไร? หนูได้ยินว่าจะเอาไปวัดตอนเช้า และรดน้ำศพตอนเย็น เป็นอันว่าคืนนั้นไม่มีใครหลับนอน…พี่พยาบาลเช็ดตัว ทำความสะอาดครั้งสุดท้ายให้ป้าแหม่มที่นอนหนุนหมอน คลุมผ้าห่มไว้แค่อก มีหนูนั่งมองอยู่ข้างเตียง

นี่เป็นการเห็นคนตายเป็นครั้งแรกในชีวิตของหนู แต่หนูไม่รู้สึกกลัวเลยนะคะ แม้แต่ตอนที่พี่พยาบาลออกไปนอกห้อง ทิ้งหนูอยู่ลำพังกับศพป้า…นอกจากกลิ่นอายความหดหู่ของโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังมีกลิ่นอายเศร้าๆ ของความตายอีกด้วย…เงียบและวังเวง หนูมองหน้าป้า ตอนนี้ดูสงบ ซีดขาว ปากหายดำไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้?

ทันใดนั้น เปลือกตาสองข้างของป้าก็ค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ หนูลุกขึ้นจ้องแล้วเรียกพี่พยาบาล บอกว่าป้าเป็นอะไรก็ไม่รู้…หรือจะฟื้น!

พี่พยาบาลมาดูแล้วค่อยๆ กดเปลือกตาลง ห้านาทีต่อมาป้าก็ลืมตาอีก พี่พยาบาลเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาวางทาบพักใหญ่แล้วกดให้ปิด แต่พักเดียวเองค่ะ ป้าแหม่มก็ลืมตาแป๋วเลย คราวนี้แม่ต้องมาจุดธูป บอกว่าไม่ต้องห่วง…ขอให้ไปดีเถิด!

ตอนนี้หนูเริ่มกลัวแล้วซีคะ มันหนาวๆ ยังไงไม่รู้ ความรู้สึกบอกว่าที่นอนอยู่นั่นแค่ร่างของป้า แต่ตัวป้าแหม่มเองน่ะมาเดินวนเวียนอยู่รอบๆ ห้อง บางทีก็ออกไปข้างนอก บางทีก็เข้ามา…หนูรู้สึกจริงๆ แต่ไม่ได้บอกใคร เดี๋ยวเขาจะหาว่าหนูเพ้อเจ้อ

หลังจากงานศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนในบ้านก็ชักกลัวกัน จะไปไหนทีเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นกว่าเดิม ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบบบ้านอื่น จะไม่กลัวได้ไงคะ เราได้ยินเสียงป้าแหม่มยังทำกิจวัตรประจำวันตรงเผงตามเวลา คือตื่นตีห้า ลงบันไดมาชงกาแฟในครัว เดินไปเดินมา อาบน้ำ สตาร์ตรถ…คือได้ยินแต่เสียงนะคะ แค่นี้ก็ขนหัวลุกแล้ว ทุกคืนตอนตีหนึ่งสิบนาที “เจ้าบะหมี่” หมาของเราจะโก่งคอหอนโหยหวน หนูนอนกอดแม่ไม่กล้าลืมตา ภาวนาว่าอย่ามาให้เห็นแล้ว…หนูกลัวค่ะ!

พวกเรารู้สึกว่าป้าแหม่มยังอยู่ในบ้าน จนกระทั่งถึงวันสงกรานต์ หนูฝันว่าคุณตาคุณยายที่ตายไปตั้งแต่หนูเล็กๆ นั้น มาหากับญาติๆ ที่หนูไม่รู้จัก (เพราะเกิดไม่ทัน) และมารับป้าแหม่มไป ในฝัน ป้าแหม่มสวยสดใส ใส่ชุดสีม่วงตัวโปรดและยิ้มให้หนูด้วย…

ตอนเช้าก็เล่าให้แม่ฟัง แม่เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนบอกว่า แม่ก็ฝันตรงกับหนูเลยค่ะ คือคุณตาคุณยายกับญาติๆ ที่ล่วงลับไปแล้ว พากันมารับป้าแหม่ม

หนูเชื่อแล้วซิคะว่าวิญญาณมีจริง ตอนแรกยังคิดว่าตายแล้วจะสูญซะอีกแน่ะ หนูไม่กลัวตายแล้วละ เพราะเชื่อว่าพอถึงวันสุดท้ายบนโลกนี้ของหนู คนที่หนูรักจะมารับหนูบ้าง และหนูก็แน่ใจว่าหนึ่งในนั้นต้องมีป้าแหม่มด้วย ก่อนนอนหนูสวดมนต์แล้วกราบหมอน นึกถึงป้าแหม่ม บอกป้าว่าสักวันหนึ่งเราต้องได้พบกันอีกแน่นอนค่ะ!

ที่มา: คอลัมน์ขนหัวลุก โดย ใบหนาด

error: Content is protected !!