พี่ชายกลับบ้าน – เรื่องเล่าสยองขวัญ

ดิฉันมีกันอยู่สองคนพี่น้อง ดิฉันมีพี่ชายหนึ่งคน แต่พี่ชายของดิฉันเป็นคนตาบอด เรื่องที่เกิดขึ้นนี้แม้จะเป็นเรื่องที่ผ่านมาถึง 5 ปีแล้วก็ตาม แต่เมื่อดิฉันคิดถึงเรื่องนี้ก็อดเสียใจไม่ได้ เพราะเราอยู่กันมาสี่คน พ่อ แม่ ลูก ตั้งหลายปี พี่ชายก็มาเสียชีวิตกะทันหันด้วยอุบัติเหตุรถชน

ถึงพี่ชายของดิฉันจะตาบอด ก็สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้อย่างดี ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยากให้ทำ เขาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับใครเลย พ่อแม่และดิฉันจึงรักพี่ชายคนนี้มาก และเสียใจมากเช่นกันที่เสียพี่ชายคนนี้ไป

ในคืนแรกที่พี่ชายเสียชีวิต ก็มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น คือก่อนที่พระจะขึ้นสวดพระอภิธรรม ไฟฟ้าเกิดดับอย่างกะทันหันทั้งศาลา ยกเว้นไฟที่แต่งโลงศพของพี่ชาย แต่พอพ่อไปเคาะโลงบอก ไฟก็ติดขึ้นมาเอง ผู้คนที่มาฟังสวดต่างก็แปลกใจไปตามๆ กัน แต่แทบจะไม่มีใครเกิดความหวาดกลัว เพราะพี่ชายของดิฉันเป็นคนดีที่ทุกคนรักและเอ็นดูทั้งตำบล คืนต่อมาก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกเลยจนถึงวันเผาศพ งานก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

ในตอนเย็นวันที่เผาศพ หลังกลับจากวัดแล้วก็พากันเก็บของกลับบ้าน แม่ของดิฉันซึ่งร้องไห้มาตลอดงานศพของพี่ชายสามวันสามคืน ก็แอบไปนั่งร้องไห้อยู่หลังบ้านคนเดียว

ดิฉันกำลังนำของขึ้นไปเก็บบนบ้าน มองลงมา ก็เห็นแม่นั่งอยู่ที่ม้านั่งยาวใต้ต้นมะม่วง ภายใต้ความสลัวของเวลาพลบค่ำ ซึ่งเป็นม้านั่งยาวที่พ่อและพี่ชายของดิฉันชอบไปเอนหลัง หลังจากกินอาหารเย็นแล้ว ดิฉันเห็นแม่กำลังนั่งอยู่ที่มุมด้านหนึ่งของม้านั่ง และนั่น…อีกด้านหนึ่งของม้านั่ง…ดิฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งสวมเสื้อแขนยาวสีขาว นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง ภาพของผู้ชายคนนั้นดูคุ้นตาดิฉันมากทีเดียว

พอเก็บของเสร็จ ดิฉันก็ลงจากบ้านไปหาแม่เพื่อที่จะปลอบใจ และพาแม่ขึ้นบ้าน และก็ไปดูว่าแม่นั่งคุยกับใครอยู่ พอดิฉันเดินลงมาข้างล่าง ดิฉันก็เห็นแม่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวเท่านั้น

“แม่…เมื่อกี๊นี้ แม่นั่งคุยกับใครน่ะ” ดิฉันถามแม่เมื่อเดินมาถึง แม่ของดิฉันเช็ดน้ำตา แล้วหันซ้ายหันขวาไปมองหา แล้วตอบดิฉันว่า “เปล่านี่ แม่นั่งอยู่คนเดียว ไม่เห็นมีใครเลย” ดิฉันขนหัวลุกทันที

“ถ้างั้นขึ้นบ้านเถอะแม่ พ่อรอกินข้าวอยู่” ดิฉันรีบตัดบทแล้วพาแม่ขึ้นบ้าน

ขณะที่กินข้าวอยู่นั้น ดิฉันก็ไม่ได้เล่าให้พ่อกับแม่ฟังว่าดิฉันเห็นอะไร หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ พี่ชายของดิฉันเขาเป็นมือกีตาร์ในวงดนตรีที่รับงานแสดงทั่วไป เช่น งานบวช งานแต่งงาน พี่ชายของดิฉันจึงกลับบ้านประมาณตีสองตีสามเสมอๆ พอเพื่อนๆ มาส่งเขาที่หน้าบ้าน เขาก็จะเดินขึ้นบันไดมาเอง แล้วก็เอามือลูบฝาบ้านเดินเข้าห้องตัวเองไป ซึ่งก็มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นในคืนหนึ่งหลังจากที่เผาพี่ชายได้ 2 คืน

ในคืนที่สามนั่นเอง เวลาประมาณตีสองเห็นจะได้ ดิฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันไดบ้าน ตอนแรกคิดว่าพ่อลงไปเข้าห้องน้ำข้างล่างเสียอีก แต่ก็แว่วเสียงพ่อกรนมาจากมุ้งที่อยู่ด้านนอก เพราะพ่อชอบนอนกางมุ้งอยู่ที่หน้าประตูห้องของดิฉัน ส่วนดิฉันและแม่รวมทั้งยาย พากันนอนในห้องทั้งหมด

…สักประเดี๋ยว เสียงเดินก็หยุดที่หน้าบันไดขั้นสุดท้าย แล้วก็มีเสียงลูบฝาบ้านมาทางห้องนอนของพี่ชายดิฉัน เหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ และกลับมาจากการเล่นดนตรี ซึ่งเขาจะคลำฝาบ้านนำทางจนถึงห้องของเขา ดิฉันนอนฟังเสียงนั้นด้วยหัวใจที่เต้นถี่ เหงื่อแตกท่วมตัว ไม่กล้าส่งเสียงร้อง ดิฉันเลยนอนตาค้างอยู่อย่างนั้นทั้งคืน จนรุ่งเช้าพอแม่ตื่นขึ้นมา เตรียมของใส่บาตรกับยาย ดิฉันเลยเล่าเรื่องเมื่อคืนนี้ให้ฟัง

เมื่อพี่ชายตายครบ 7 วัน แม่ก็ทำปิ่นโตไปถวายสังฆทานที่วัด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พี่ชายของดิฉันก็ไม่ได้มารบกวน หรือแสดงตนให้เห็นอีกเลย นี่แหละค่ะ ประสบการณ์เรื่องผีในชีวิตจริงของดิฉัน

“พิมพรรณ” ต.วังพร้าว อ.เกาะกา จ.ลำปาง

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!