บ้านคร่อมหลุม – เรื่องเล่าสยองขวัญ

เหตุการณ์ที่คุณอำนาจเล่ามา ทำให้ผมและเพื่อนทีมงานต้องเดินทางมาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทันที คุณอำนาจบอกมาในจดหมายว่า บ้านที่คุณอำนาจอาศัยอยู่ทุกวันนี้มีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นเป็นประจำ ที่แรกวิทยุสเตอริโอในห้องนอน จู่ๆ ก็เกิดดังขึ้นมาเอง จากนั้นตู้เย็นก็เปิดออก ข้าวของในตู้เย็นซึ่งเป็นอาหารจำพวกเนื้อสด ถูกลากออกมาจากช่องแช่แข็งหรือช่องฟรีซ จากนั้นคนในบ้านก็พากันล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ

สภาพบ้านของคุณอำนาจ จัดว่าสภาพค่อนข้างดีทีเดียว เขาเล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านเช่า เจ้าของบ้านเป็นชาวอังกฤษ

“แต่ภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เจ้าของบ้านจึงประกาศขายบ้านหลังนี้ เพราะเขามีธุรกิจอยู่ที่กรุงเทพฯ ฐานะของเขาจัดว่ามีอันจะกินเลยทีเดียว”

“เขาตั้งราคาหลังละเท่าไหร่?”

“4 ล้านบาท แต่ไม่มีคนซื้อ”

“ผมคิดว่ามันแพงไปหน่อยนะ สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ใครจะซื้อ”

“ก็มีคนสนใจมาดูเหมือนกัน แต่พอดูแล้วก็หายจ้อยไปเลย เท่าที่ทราบดูเหมือนมีคนมาขอดูบ้าน 5-6 เจ้า แต่ละรายล้วนเป็นเศรษฐีแทบทั้งสิ้น แต่พอเขาเห็นภายในตัวบ้าน เขาก็รีบกลับกันหมด”

“สภาพภายในตัวบ้านมันเป็นอย่างไร คุณอำนาจพอจะทราบหรือเปล่า?”

“ในสายตาผมมันก็ดีนะ น่าอยู่จะตายไป บ้านหลังนี้เพิ่งสร้างได้แค่ 2 ปีเศษเท่านั้น เจ้าของบ้านจะใช้เป็นที่มาตากอากาศ ปีนึงมาอยู่แค่เดือนเศษๆ เท่านั้นเอง”

บ้านที่ไม่มีคนอยู่นานๆ มันจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ด้วยเหตุนี้เจ้าของบ้านจึงได้ประกาศให้เช่าบ้านหลังดังกล่าว ตอนแรกคิดค่าเช่าเดือนละ 2 หมื่นบาท ปรากฏว่ามีคนสนใจมาขอเช่ากันเป็นจำนวนมาก

“แต่ไม่เคยมีใครอยู่เกิน 2 คืนเลยสักรายเดียว พวกเขาไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ ในที่สุดก็เสียงลือจากพวกชาวบ้านว่า บ้านหลังนี้ผีดุ เจ้าของบ้านพยายามหาคนเช่าแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดเขาก็ลดค่าเช่าลงเหลือเดือนละ 3,000 บาท พอทราบข่าวผมก็รีบมาขอเช่าทันทีโดยวางเงินล่วงหน้า 3 เดือน”

คุณอำนาจทำธุรกิจเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ฐานะเท่าที่ผมสังเกตจากภายนอก ค่อนข้างจะเป็นคนมีอันจะกินเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ยังอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ว่า เพราะเหตุใดคุณอำนาจจึงได้มาเป็นแฟนหนังสือแม่นาค

“ผมเป็นคนเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ในชีวิตเคยพบกับสิ่งลี้ลับและวิญญาณมาแล้ว ผมจึงมีความเชื่อว่าในโลกนี้มีผีอย่างอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ผมจึงชอบอ่านหนังสือของคุณ” คุณอำนาจได้บอกถึงเหตุผลให้ผมฟัง

คุณอำนาจได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับพวกญาติพี่น้องอีกหลายคน ซึ่งคุณอำนาจก็ไม่ได้บอกว่ามีด้วยกันกี่คน คืนแรกทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี แต่พอมาถึงคืนที่ 3 เหตุการณ์ที่ทำให้คุณอำนาจต้องขนพองสยองเกล้าก็เกิดขึ้นทันที

“เครื่องเสียงในห้องนอนผมจู่ๆ มันก็ดังขึ้นมาเอง ผมตกใจมาก ขณะนั้นทุกคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องรับแขก”

“คุณอาจจะตั้งเวลาเปิดให้เครื่องเปิดเองหรือเปล่า?” ผมตั้งข้อสงสัย

“เครื่องเสียงของผมตั้งเวลาเปิดไม่ได้ ที่สำคัญผมไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ”

คำพูดของคุณอำนาจทำให้ผมรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาทันที คุณอำนาจรู้ตัวว่าโดนลองดีเข้าให้แล้ว เขาจึงเอานำพระพุทธรูปเข้ามาไว้ในห้องนอน เหตุการณ์แทนที่จะดีขึ้น มันกลับมีความรุนแรงขึ้นไปอีก ตู้เย็นในห้องครัวถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย เนื้อสัตว์ในช่องฟรีซถูกลากมาไว้ข้างนอก

“เช้าวันรุ่งขึ้นหลานผมมีอาการตัวร้อน ไข้ขึ้นสูงมาก เขาเพ้อไม่ได้สติ สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุกก็คือ คำพูดที่ออกมาจากปากเป็นเสียงคนแก่ เสียงนั้นบอกว่าแกจะอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้” คุณอำนาจรู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงตัดสินใจไปถามชาวบ้านแถวนั้น

“ผมคิดว่ามันจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้ปลูกคร่อมหลุมศพ เคยมีคนมาบอกฝรั่งเจ้าของบ้านแต่เขาไม่เชื่อ พวกชาวบ้านจึงไม่อยากจะยุ่ง” คุณอำนาจบอกผมว่าเขากำลังจะย้ายไปจากบ้านหลังนี้ แต่ก่อนที่เขาจะย้ายออกไป เขาไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ

“คุณช่วยถ่ายภาพผมและบ้านหลังนี้ได้มั้ย ผมไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเจอเหตุการณ์เหมือนอย่างที่ผมเจอ”

ผมเข้าใจในความหวังดีของคุณอำนาจ แต่ผมก็จนใจที่ไม่อาจจะทำตามความต้องการของคุณอำนาจ เพราะสิ่งตามมาแน่นอนคือการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณอำนาจ แสดงให้เห็นว่า การปลูกสิ่งก่อสร้างใดๆ ก็ตาม ถ้าไปปลูกบนหลุมศพ สิ่งที่ตามมามันจะต้องเป็นเรื่องราวใหญ่โตอย่างแน่นอน

เมื่อไม่นานมานี้หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจบนโรงพัก “สภอ.หัวหิน” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกอำนาจลึกลับเล่นนานเล่นงาน ทำให้นายตำรวจมือดีต้องจบชีวิตไปหลายศพ เหตุการณ์นี้ผมได้ไปสอบถาม ผู้สูงอายุซึ่งเป็นคนเฒ่าคนแก่ได้ความว่า โรงพักแห่งนี้ปลูกอยู่บนป่าช้าเก่าซึ่งมีเจ้าที่แรงมาก

หนึ่งในผู้ที่เสียชีวิตคือตำรวจนายหนึ่ง ตำแหน่งพนักงานสอบสวน (สบ.1) สภ.อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาจาก สน.ทางด่วน กรุงเทพฯ ได้ไม่นาน เขาได้ลื่นหกล้มขณะถือโคมไฟ ทำให้โคมไฟตกลงไปในบ่อพักน้ำ ถูกไฟดูดเสียชีวิตภายในบ้านพัก ซึ่งก่อนหน้าเพียงไม่กี่เดือน ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่ง แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันจู่ๆ เกิดมีอาการทางประสาทกำเริบ จนพวกญาติๆ ต้องนำตัวไปรักษา ท่ามกลางความเชื่อและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไปว่า เกิดจากอำนาจอาถรรพณ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในโรงพักแห่งนี้

สำหรับ สภ.อ.หัวหิน ก่อสร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2475 บนที่ดินของราชพัสดุ มีเนื้อที่ทั้งหมด 1 ไร่เศษ แรกเริ่มได้รับการยกฐานะเป็นจากที่พักสายตรวจ ต.หัวหิน เป็นกิ่ง อ.หัวหิน ขึ้นตรงกับ อ.ปราณบุรี ในเวลาต่อมาได้ถูกยกฐานะเป็นอำเภอ

สภาพเดิมของโรงพักแห่งนี้ ตัวอาคารโรงพักเป็นแบบชั้นเดียว ชั้นล่างโปร่ง และเมื่อปี พ.ศ. 2505 ได้ถูกตบแต่งเป็นโรงพักแบบ 2 ชั้น โดยกั้นชั้นล่างเป็นห้องพนักงานสอบสวน ในปี 2545 บก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับงบประมาณค่าก่อสร้างตัวอาคารใหม่

ผมได้เดินทางไปสอบถามความจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นเรื่องของความบังเอิญมากกว่า

“ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องผีสางหรอกครับ คนเราก็เป็นแบบนี้เอง เวลาเจอเรื่องอะไรเข้าหน่อย ก็โยงเป็นเรื่องผีทันที ผมอยู่ที่นี่มานานพอสมควร ขอยืนยันว่าไม่เคยถูกผีหลอก” คุณชัยอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างได้ให้ข้อมูลกับทีมงานฯ

“ผมเชื่อว่าโรงพักของ สภอ.หัวหินเจ้าที่แรงเอาเรื่อง แต่ก่อนผมวิ่งรถตอนกลางคืน มีอยู่คืนหนึ่งผมขี่รถผ่านโรงพัก ผมเห็นผู้ชายแก่ๆ คนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน ผมก็เลยขี่รถเข้าไปหา คิดว่าเป็นผู้โดยสาร ผมถามว่าลุงจะไปไหน ลุงแก่ส่ายหน้าแล้วพูดว่าบ้านกูอยู่ที่นี่ มึงจะให้กูไปไหน พูดจบลุงก็เดินหายเข้าไปในศาลพระภูมิ ซึ่งเป็นพระภูมิเจ้าที่ของโรงพัก แต่เจ้าที่ให้หวยแม่นมาก แต่ต้องเป็นหวยรัฐบาลเท่านั้นนะครับ”

ภายในเดือน (ก.ย.) สภอ.หัวหินจะถูกรื้อทิ้ง เพื่อที่จะสร้างโรงพักหลังใหม่ เรื่องราวความเชื่อของใครบางคนเกี่ยวกับเรื่อง วิญญาณ ภูตผีปีศาจ ก็คงจะค่อยๆ ลบเลือนไปพร้อมๆ กับซากปรักหักพังจากการรื้อโรงพักหลังดังกล่าว ซึ่งมีอายุยืนนานนับร้อยปี!!!

ที่มา: นิตยาสารแม่นาค

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!