รองเท้าแดง – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องเล่าเรื่องนี้ คุณกรพบเจอเมื่อสมัยเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดลพบุรี ด้วยความที่คุณกรอาศัยอยู่กับคุณปู่คุณย่าและพ่อแม่ก็เข้าไปทำงานอยู่ในกรุงเทพ และในช่วงนั้น คุณกรจะสนิทกับคุณครูท่านหนึ่งชื่อว่า ครูรส ซึ่งครูรสจะคอยสอนหนังสือกรทุกๆ วัน จนคุณกรเรียกคุณครูท่านนี้ว่า “แม่” และด้วยความที่สนิทกันมาก แม่รสจึงได้กล่าวกับคุณกรว่า ให้เรียนหนังสืออยู่ที่นี่นะ ไม่ต้องไปไหน แต่ในตอนนั้นด้วยความที่เป็นเด็ก ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

จนกระทั่งเรียนจบ ม.3 เค้าก็ไม่ได้เรียนต่อ หอบเสื้อผ้าไปทำงานในกรุงเทพ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีโทรศัพท์โทรมาบอกกรว่า คุณย่า เสียชีวิตแล้ว ตัวของกรจึงต้องรีบกลับมางานศwคุณย่าที่ลพบุรีในทันที วันแรกของงานศw เค้าก็ยุ่งมากๆ เพราะแขกมางานกันเยอะ ก็ช่วยเสิร์ฟน้ำ ทำนู่นทำนี่ไป

ระหว่างที่เค้ายุ่งๆ อยู่นั้น สายตาของเค้าเหลือบไปเห็นแม่รส ยืนอยู่ด้านนอกรั้วบ้าน ก็เลยตะโกนถามไปว่า “แม่รสทำไมไม่เข้ามาในบ้านล่ะครับ” แม่รสก็ตอบกลับมาว่า “เข้าไม่ได้…เค้าไม่ให้เข้า” ตัวกรเองก็ตอบกลับไปทันทีว่า “เข้าได้สิ นี่บ้านกรนะ ทำไมจะเข้าไม่ได้” พอแม่รสเข้ามา กรก็พาแม่รสเข้าไปกราบศwคุณย่า และพาลงไปนั่งฟังพระสวดที่ด้านล่าง

วันนั้นก็ผ่านไป วันที่สองและสาม แม่รสก็มางานศwตามปกติจนกระทั่งวันเผา กรต้องบวชหน้าไฟ แต่วันนั้นแม่รสไม่ได้มางานเผา และหลังเสร็จงานเผา กรก็ตั้งใจว่า จะไปร่ำลาแม่รสที่บ้านก่อนกลับกรุงเทพ

กรไปถึงบ้านแม่รส แต่บรรยากาศมันเงียบมาก มองไปในบ้านก็ดูเหมือนไม่มีใคร มองไปที่รั้วบ้านก็เห็นประตูรั้วล็อคอยู่ แต่ว่าสายตาของกรมองไปเห็นรองเท้าคู่เก่งของแม่รสวางอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเค้าจำได้ดีเลยว่า นี่คือรองเท้าที่แม่รสใส่ไปทำงานประจำ ซึ่งเป็นรองเท้าสีแดงสีสันสะดุดตา ก็เลยเข้าใจว่าแม่รสน่าจะอยู่ในบ้านแน่นอน เค้าจึงตะโกนเรียกอีกครั้ง แต่ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาทั้งสิ้น

เค้าเลยตัดสินใจที่จะกลับ แต่ระหว่างที่เค้าหันหลังจะเดินกลับไปนั้น เค้าก็ได้ยินเสียงแม่รสตะโกนเรียกให้เค้าไปในบ้าน ซึ่งเค้าดีใจมากๆ แต่ได้ตอบกลับไปว่า “เข้าไม่ได้ครับ กุญแจรั้วมันถูกล็อคอยู่” แม่รสก็ตอบกลับไปว่า “ไม่ได้ล็อคเข้ามาได้เลย” และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งกรก็เข้าใจว่า แม่รสคงจะเดินมาเปิดตอนที่เค้าไม่เห็นเป็นแน่

หลังจากที่กรเข้าในบ้านก็พูดคุยกับแม่รสถึงเรื่องราวต่างๆ และแม่รสก็ยังคงพูดเหมือนเดิม เหมือนเมื่อครั้งที่เค้ายังเรียนหนังสือว่า “กลับมาเรียนนะ เดี๋ยวแม่สอนหนังสือให้” กรก็ตอบกลับไปว่า “คงไม่แล้วล่ะครับแม่ ตอนนี้ทำงานแล้ว คงกลับไปเรียนไม่ได้แล้ว”

หลังจากคุยกันไปได้สักระยะ กรก็จะขอตัวลากลับกรุงเทพ แต่แม่รสบอกไปว่า “อย่าเพิ่งกลับ แม่ต้มน้ำมะตูมไว้ให้ เดี๋ยวเอามาให้กิน” ระหว่างที่แม่รสเดินไปที่ตู้เย็น กรก็พูดกับแม่รสว่า “แม่รส รองเท้าแดงของแม่ยังอยู่อีกหรือ เห็นแม่ใส่มันมาหลายปีแล้ว ยังไม่พังอีกหรือ”

และสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าก็ทำให้กรต้องสะดุ้งตกใจ เพราะสิ่งที่เค้าเห็นก็คือ แม่รสหันหัวมาตอบ หัวของแม่รสนั้นหันกลับมาด้านหลัง โดยที่ลำตัวยังคงอยู่ด้านหน้าตู้เย็นเหมือนเดิม

“มันไม่พังหรอก แม่ชอบ…” 

ในตอนนั้นกรคิดว่าตัวเค้าตาฝาด จนต้องขยี้ตาตัวเอง และภาพที่เห็นก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม โดยแม่รสนั้นยืนอยู่และหันหน้าเข้าหาตู้เย็น

หลังจากร่ำลาแม่รสเสร็จ ตัวกรก็กลับบ้าน พอไปถึงบ้าน ญาติๆ ก็ถามว่าไปไหนมา ตัวกรก็บอกว่า “ไปหาแม่รสมา” คำตอบของกรทำให้ทุกคนตกใจ ญาติได้บอกกรไปว่า “แม่รสตๅยไปแล้วนะ แกจะไปหาเค้าได้ยังไง!” กรก็ตอบกลับไปทันทีว่า “จะตๅยได้ยังไง เค้ายังมาเปิดประตูให้อยู่เลย ยังนั่งคุยกันอยู่เลย” ทุกคนก็เลยบอกว่า

“ถ้าอย่างนั้น แกโดนเข้าแล้วล่ะ!”

หลังจากร่ำลาญาติพี่น้อง กรก็ขอตัวและเดินทางกลับกรุงเทพ โดยทิ้งคำบอกเล่าของญาติให้เป็นปริศนาคาใจไว้อย่างนั้น

พอมาถึงกรุงเทพ กรก็เดินกลับไปที่ห้องพัก แต่ทว่าเพื่อนที่พักอยู่ด้วยกันไม่อยู่ ก็เลยทำให้กรต้องอยู่คนเดียวในวันนั้น และในคืนนั้นเอง ระหว่างที่เค้ากำลังจะหลับ เค้าได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนคนใส่รองเท้าส้นสูงเดินไปเดินมาอยู่ตรงบริเวณหน้าห้อง แต่คุณกรก็ไม่ได้คิดอะไร และเสียงฝีเท้านั้นก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าห้อง ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอยู่หลายครั้ง

“ปัง! ปัง! ปัง!”

กรก็คิดว่าเพื่อนคงกลับมาแล้ว ก็เลยรีบไปเปิดประตูห้อง แต่พอเปิดออกไป กลับพบแต่ความว่างเปล่า กรคิดว่าคงมีคนมาแกล้งแน่ๆ กรหันหลังกำลังจะกลับไปนอน แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ปัง! ปัง! ปัง!”

คราวนี้เค้าตั้งใจว่าจะจับคนที่มาแกล้งให้ได้ จึงรีบเปิดประตูแล้วชะโงกหน้าออกไปดู แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม คือว่างเปล่า ไร้ซึ่งคนที่อยู่หน้าห้อง แต่กลับพบว่า มีรองเท้าส้นสูงสีแดง วางกองอยู่ตรงหน้าห้องแทน

กรตกใจมาก เค้าเอาเท้าเตะรองเท้าคู่นั้นออกไปให้พ้นๆ แต่ทุกอย่างมันไม่ได้จบแต่เพียงเท่านั้น ระหว่างที่เค้าเดินกลับมาและกำลังจะล้มตัวลงนอน กลับกลายเป็นว่า รองเท้าคู่เดิมที่เค้าเพิ่งเตะทิ้งไปตะกี๊ กลับมากองอยู่ตรงปลายเตียงนอนของเค้า ตอนนั้นเค้าตกใจมาก รีบกระโดดขึ้นไปนอนคลุมโปงบนเตียง พร้อมกับสวดมนต์ไปมา “นะโมตัสสะ! นะโมตัสสะ!” อย่างคนไม่ได้สติ

พอเริ่มตั้งสติได้ เค้าค่อยๆ เปิดผ้าห่มออกและลืมตาดู สิ่งที่เห็นอยู่ตรงปลายเท้าเค้านั่นก็คือ ร่างของหญิงสาวในชุดสีกากีแบบคุณครู ใส่รองเท้าสีแดง กรตกใจสุดขีด พยายามจะลุกหนี แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ และทันใดนั้นเอง ร่างนั้นก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหากร พอใกล้จะถึงตัว ร่างนั้นก็กระโดดฟรึ่บ! มานั่งคุกเข่าต่อหน้ากร ระยะห่างไม่ถึงคืบ ร่างนั้นคือแม่รสอย่างไม่ต้องสงสัย พร้อมด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกว่า

“เธอกลับมาเรียนเถอะ…อยู่กับฉัน…เดี๋ยวฉันจะสอนเธอเอง”

พอจบคำพูดประโยคนั้น ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับเสียงร้องของกรที่ดังลั่นห้อง เพื่อนของกรที่กลับมาพอดีก็ตกใจ จึงตะโกนถามกลับไปว่า “กร เมิงเป็นอะไร!” กรก็ได้แต่ตอบกลับไปว่า

“กูโดนผีหลอก! กูโดนผีหลอก!”

พอเริ่มตั้งสติได้ กรจึงเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง

เช้าวันรุ่งขึ้น กรได้โทรกลับไปบอกคุณปู่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณปู่ก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวปู่จัดการให้เอง ให้กรไปทำบุญให้แม่รส ต่อมาภายหลังคุณปู่ก็ได้โทรกลับมาบอกว่า “กร ไม่ต้องห่วงแล้วนะ แม่รสอยู่นี่แล้ว ไม่ไปไหนแล้ว” โดยสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่แม่รสกับคุณปู่ให้ความเคารพนับถือกันมาก เมื่อคุณปู่ไปจุดธูปขอร้อง ทำให้วิญญาณเชื่อฟังและไม่ตามไปหลอกหลอนกรอีก

หลังจากวันนั้นมา คุณกรก็ไม่พบเจอดวงวิญญาณของแม่รสอีกเลย…

ขอขอบคุณที่มา: หนังสือผี โดย เดอะช็อค | นั่งติดผี เรื่อง รองเท้าแดง

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!