สะตวงเซ่นผี

ย้อนไปเมื่อปี 2544 อ้อยเรียนอยู่ ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ (จะขอแทนตัวว่าเรานะคะ) เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 18 ปี ตอนนั้นมีข่าวดังในโรงเรียนว่ามีเด็กแอบหนีเรียนไปเที่ยวแล้วเกิดอุบัติเหตจมน้ำเสียชีวิตที่ออบขาล ซึ่งออบขาลเป็นชื่อเขตอุทยานของ อ.หางดง จะมีลักษณะเป็นเกาะแก่งคล้ายน้ำตก (ไม่เคยไปค่ะฟังจากคำบอกเล่า) วัยรุ่นสมัยก่อนมักจะชอบโดดเรียนไปที่นั่นกัน

วันนั้นจำได้ว่ามีวิชาเรียนลูกเสือเนตรนารี แต่ อาจารย์ไม่มาสอนเพราะเข้าประชุม เราจึงว่างติดกันช่วงบ่ายจนถึงเลิกเรียน มีกลุ่มเพื่อนชาย 4 คนได้ชักชวนเพื่อนในห้องว่าไปเที่ยวออบขาลกันไหม แต่ทุกคนปฏิเสธเพราะกลัวครูจับได้ เราใกล้จบกันแล้วไม่อยากมีคดี พวกผู้ชายจึงไปกัน 4 คน พวกเราก็ไม่ได้สนใจอะไรและไม่คิดจะบอกครูด้วยเพราะกลัวเพื่อนจะเรียนไม่จบกัน

พอตอนเช้ากลุ่มเราจะมาโรงเรียนเช้ามาก ประมาณหกโมงครึ่ง เพราะบ้านเราอยู่ไกล อยู่ชานเมือง จึงต้องมาแต่เช้าเผื่อรถติด แต่วันนี้เพื่อนมาถึงก่อนก็เข้าห้องที่จะเรียนตามตารางปกติ พอเราจะเดินเข้าห้องเรียนเพื่อนก็วิ่งสวนพร้อมกับกรีดร้องออกห้องเรียนมา เราตกใจก็เลยวิ่งตามเพื่อน

พอวิ่งลงจากอาคารเรียนก็ทันเพื่อนเลยดึงมือมาถาม นักเรียนที่อยู่แถวๆ นั้นต่างวิ่งมามุงดู ทั้งเพื่อนทั้งเราและอาจารย์ก็มาดูเช่นกัน พอปลอบกันพักใหญ่เพื่อนก็ตั้งสติได้แต่ร้องไห้ตลอดเวลาว่าเจอผีเพื่อนหลอก อาจารย์ที่มามุงอยู่ก็ทำหน้าเสียแล้วเรียกเรากับเพื่อนไปบนห้องพักครู

เพื่อนเราเล่าว่า เมื่อเช้าเข้ามาในห้องเห็นพื้นห้องเปียกน้ำเป็นรอยเท้า พอเพื่อนเดินเข้าไปเปิดหน้าต่างได้สักสองบาน ก็เห็นเพื่อนคนเมื่อวานที่แอบออกไปเที่ยวนั่งอยู่หลังห้อง แต่ที่แปลกคือยังใส่ชุดลูกเสืออยู่เลย เพื่อนเราเห็นแบบนั้นเลยถามว่า ทำไมยังใส่ชุดลูกเสือไม่กลับบ้านเหรอ ระหว่างถามเพื่อนก็ทยอยเปิดหน้าต่างจนแสงสว่างเข้ามาในห้อง เพื่อนจึงเดินไปใกล้ๆ เพื่อจะคุยด้วย แต่ภาพที่เพื่อนเห็นคือ เพื่อนชายคนนั้นยืนขึ้นตัวเปียกโชก หน้าซีด อ้าปากเหมือนจะพูดแต่มีน้ำไหลออกจากปากตลอดเวลา แล้วหน้าผากเริ่มมีเลืoดไหล พอเพื่อนเราเห็นแบบนั้นก็ตกใจคิดว่าผีหลอกแน่นอน เลยกรี๊ดและวิ่งออกห้องมาสวนกับเราที่กำลังจะเข้าห้อง

พออาจารย์ได้ฟังดังนั้นอาจารย์ก็เลยบอกเราว่า เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็น มีผู้ปกครองนักเรียนมาแจ้งครูเวรว่าลูกชายยังไม่กลับบ้าน เป็นจังหวะที่เพื่อนผู้ชายที่หนีเที่ยวได้กลับมาถึงโรงเรียนพอดี และแจ้งว่าเพื่อนชายที่ไปด้วยกันอีกคนจมน้ำตอนนี้ยังไม่เจอตัว แต่แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแล้ว แต่ไม่มีเบอร์ติดต่อของเพื่อนที่จมน้ำ เลยต้องย้อนกลับมาแจ้งอาจารย์ที่โรงเรียน

พอทราบแบบนั้น ผู้ปกครองและครูเวรก็รีบไปที่จุดเกิดเหตุเพื่อที่จะประสานเจ้าหน้าที่เพื่อค้นหา แต่ค้นเท่าไหร่ก็ไม่เจอและประกอบกับเวลานั้นค่ำแล้ว จึงต้องยุติการค้นหา แล้วรุ่งขึ้นค่อยหาต่อ แต่เรื่องนี้อาจารย์ไม่มีการบอกกับนักเรียนเพราะกลัวจะแตกตื่นกัน ตอนนี้เพื่อนที่แอบเที่ยวด้วยกันกับผู้ปกครองคงจะไปรวมตัวกันที่ออบขาลแล้ว เพื่อค้นหาผู้สูญหายต่อ

วันนั้นเพื่อนเราลากลับบ้านเลย เพราะขวัญเสียมาก เรานั่งเรียนไปก็ระแวงไป ไม่กล้าไปไหนคนเดียว ไปไหนต้องมีเพื่อนไปส่งเป็นกลุ่มใหญ่เลย แต่วันนั้นทั้งวันเราก็ไม่ได้ข่าวอะไรอีก จนกระทั่งอีกวันเพื่อนชายที่แอบหนีเที่ยวก็กลับมาเรียนแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พวกเราฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง

เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนได้ไปเที่ยวและเดินเล่นตามแก่งโขดหินและถอดรองเท้าไว้ เพื่อนคนที่จมน้ำหายไปเขาเกิดพลาดเหยียบโขดหินที่เป็นตะไคร่น้ำลื่นๆ แล้วล้มหัวฟาดกับโขดหินล้มลงตกน้ำไป ซึ่งลักษณะน้ำนั้นจะเชี่ยวและเป็นน้ำวน

พอทุกคนเห็นดังนั้นก็พยายามจะช่วยแต่น้ำมันเชี่ยวเลยต้องรีบขึ้นจากน้ำและไปแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยาน หากันจนสี่โมงก็ยังไม่เจอ (เพื่อนตกน้ำประมาณบ่ายสองโมง) เจ้าหน้าที่เลยให้เพื่อนไปตามผู้ปกครองมา และเจ้าหน้าที่ก็ไปแจ้งความที่โรงพัก พอมาถึงก็ค้นหากันต่อจนใกล้ทุ่มจึงยุติการค้นหา

พอตอนเช้าของอีกวันก็หาตั้งแต่เช้าก็ไม่เจอ จนช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มถอดใจคิดว่าเพื่อนน่าจะลอยไปกับกระแสน้ำ พ่อแม่เพื่อนก็ร้องไห้ตลอดเวลา

จนกระทั่งช่วงบ่ายสามโมง ได้มีชาวบ้านคนหนึ่งเป็นผู้ชายแก่ เดินเข้ามาถามหาแม่เด็กแล้วคุยกับแม่เด็กว่า จะให้ช่วยหาไหม ถ้าจะให้ช่วยแม่เด็กต้องนำสะตวงมา 2 ชุดและธูปอีก 1 กำมือ จะทำได้ไหม จะหาให้ทันไหม แม่เด็กรีบตอบว่าได้ (คนเหนือจะถือมาก ว่าถ้ามีคนมาถามช่วยแบบนี้ให้รีบตอบว่าได้ ห้ามตอบว่าไม่ได้หรือไม่ทัน ไม่อย่างงั้นจะไม่เจอศw) แต่ตาคนนั้นบอกว่าต้องหาให้ได้ก่อนห้าโมงเย็นนะ แล้วที่สำคัญต้องเอาหมอนของเด็กที่เด็กนอนทุกวันมาด้วย สิ่งนี้ห้ามลืมเด็ดขาด

จากนั้นพ่อกับแม่เด็กก็รีบออกไป พวกเพื่อนชายก็ลุ้นเพราะบ้านไกลจากที่เกิดเหตุมากและต้องเตรียมหาของตามที่ตาบอกอีก เวลานั้นเพื่อนบอกมันบีบหัวใจมาก

แต่ก่อนห้าโมงเล็กน้อย พ่อกับแม่เพื่อนที่จมน้ำหายไปก็มาทันก่อนเวลา ตาจึงทำพิธีเอาสะตวงมาจบเหนือหัวแล้วบริกรรมคาถาซักพัก อันหนึ่งตาเอาวางไว้ที่โขดหิน อีกอันตาเอาลอยไปกับกระแสน้ำพร้อมกับหมอน พอเอาลงน้ำ ตาก็บอกให้เจ้าหน้าที่วิ่งตามหมอนกับสะตวงไป พอหมอนกับสะตวงลอยไปตรงกลางน้ำสักสามกิโลเมตร หมอนกับสะตวงก็วนอยู่กลางน้ำไม่ลอยไปไหน ตาเลยบอกให้เจ้าหน้าที่ลงงมตรงนั้นได้เลย แต่กระแสน้ำในเวลานั้นเชี่ยวและวนมาก เจ้าหน้าที่เลยบอกว่ายังลงไปตอนนี้ไม่ได้ ต้องรอนักประดาน้ำก่อน ตาเลยบริกรรมคาถาอีกรอบ ตอนนี้ดูเหมือนว่าน้ำจะนิ่งและไม่วนแล้ว แต่หมอนกับสะตวงยังลอยวนเป็นวงกลมอยู่ที่เดิม

พอเห็นแบบนั้น เจ้าหน้าที่ก็ลงงมกัน จนสักพักก็เจอศwเพื่อนในลักษณะยืนตัวตรงแล้วลอยวนอยู่ที่เดิม พอเอาขึ้นมาจากน้ำที่ข้อเท้ามีรอยช้ำเป็นรอยนิ้วมือชัดเจน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คงจะโดนพรายน้ำฉุดไว้หรือคนที่เสียชีวิตก่อนหน้านี้มาเอาไปเป็นตัวตๅยตัวแทน

ตั้งแต่วันนั้นมา ทางโรงเรียนจึงได้ประกาศยกเลิกการใช้ห้องเรียนห้องนั้นไปสักพักและเอาไว้เก็บอุปกรณ์ชำรุดแทน เพราะไม่มีนักเรียนกล้าเข้าไปเรียนห้องนั้นเลย แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าจะเปิดใช้หรือยังนะคะ ส่วนคุณตาที่มาช่วย พวกชาวบ้านบอกว่าแกเป็นพ่อหนาน แกเคยบวชเรียนมาและมีวิชาอาคม แกสันโดษไม่เคยเข้าเมืองเลย เพราะแกกลัวจะได้เดินข้ามสะพานหรือตึกที่มีหลายชั้น แกบอกอาคมจะเสื่อม แกร่ำเรียนวิชาอาคมและสืบทอดเชื้อสายมาจากชาวไทยใหญ่ค่ะ เวลาชาวบ้านเดือนร้อนก็จะไปขอร้องแกให้ช่วย แต่แกจะช่วยทำให้เป็นรายๆ ไปนะคะ ซึ่งชาวบ้านบอกว่าพ่อกับแม่เด็กโชคดีที่ตาแกเดินมาหา อาสาจะช่วย ไม่งั้นคงไม่พบศwแน่นอนเพราะจุดนั้นเจ้าหน้าที่และนักประดาน้ำปูพรมค้นหา เป็นระยะทางกว่าหกกิโลเมตรตั้งแต่เย็นวันเกิดเหตุแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเจอเลยค่ะ เรื่องราวทั้งหมดก็มีประมาณนี้ค่ะ

เรื่องเล่าจากคุณ นางฟ้า ซาตๅน ทางอินบ็อกซ์แฟนเพจ คลังสยอง ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!