กระดูก – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผมเอง เรื่องเพิ่งจะเกิดขึ้นมาได้เมื่อไม่นานมานี้เอง

ตัวของผมมีอาชีพรับราชการทหาร ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะโยกย้ายที่ประจำการอยู่แทบจะทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี และเหตุการณ์ในครั้งนี้ผมก็ได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์

สถานที่ที่ผมมาประจำการอยู่นั้นเป็นพื้นที่ของทางราชการที่จังหวัดสุรินทร์ดูแลอยู่ พื้นที่โดยรอบนั้นถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน โดยแยกออกเป็นของแต่ละหน่วยงาน แต่ละพื้นที่ก็จะอยู่ไม่ห่างกันมากนัก

ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีที่ว่างให้เรานั้นได้ทำแปลงเกษตรหรือไม่ก็สามารถเลี้ยงสัตว์ได้บ้าง ตรงส่วนที่ผมอยู่นั้นจะมีบ่อน้ำประมาณ 2-3 บ่อ อยู่ชิดติดริมรั้ว ขนาดของบ่อน้ำนั้นก็ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะให้พวกเราสามารถเลี้ยงปลาเพื่อเอาไว้กินภายในชุดของพวกเราเองได้

มีอยู่วันหนึ่งเราตัดสินใจที่จะนำปลาบางส่วนขึ้นมาทำกินก็เลยไปจับปลากัน ในขณะที่กำลังจับปลากันอยู่นั้นก็มีการหยอกล้อกันเล่นตามประสา แล้วอยู่ ๆ ลูกน้องคนหนึ่งของผมก็หยิบวัตถุสีขาว ๆ ขึ้นมาจากริมขอบบ่อ แล้วก็โยนใส่เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อนเห็นก็กระโดดหลบ

ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ก็คิดว่าเป็นก้อนหินธรรมดา แต่ก็ยังแปลกใจในรูปทรงของมัน ผมเลยเดินไปดูใกล้ ๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่พอผมได้เห็นแบบถนัดตาก็ดูรู้ทันทีว่านี่คือ “กระดูก” มันเป็นกระดูกของอะไรสักอย่าง แข็ง ๆ ความยาวประมาณสัก 1 คืบได้ ในตอนนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็นกระดูกสัตว์ที่มาตายแถวนี้ ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่ว่าลูกน้องคนหนึ่งของผมกลับบอกว่า

“เอากลับไปให้ไอ้แดงแทะเล่นดีกว่าครับ”

ซึ่งไอ้แดงที่ว่านี้ ก็คือหมาแถวนั้นที่เราให้ข้าวอยู่เป็นประจำ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

เนื่องจากเวลานั้นเริ่มเย็นมากแล้ว บวกกับแสงที่ค่อย ๆ น้อยลงทุกที เมื่อจับได้ปลาในปริมาณที่มากพอแล้ว พวกเราจึงพากันเดินกลับที่พัก

พอเดินกลับมาถึงที่พัก ไอ้แดงก็วิ่งเข้ามาเล่นกับทุกคนตามปกติ ลูกน้องผมเห็นไอ้แดงก็เลยเอากระดูกที่เก็บมาได้โยนให้มันแทะเล่น แต่แล้วผมก็ต้องงุนงงกับท่าทีของไอ้แดงมัน เพราะเมื่อมันเห็นกระดูกชิ้นนั้นมันก็เห่ากรรโชกเสียงดัง แล้วก็ขู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งดูแล้วมันแปลกมาก ความเป็นจริงไอ้แดงเห็นกระดูกน่าจะอยากกัดหรือแทะเล่นเสียมากกว่า แต่สิ่งที่มันแสดงออกในเวลานี้ชัดเจนมากว่ามันไม่ชอบ แล้วมันก็ยังคงส่งเสียงเห่าดังอยู่เรื่อย ๆ

ตอนแรกผมก็คิดว่าไอ้แดงมันอาจจะระแวง เห็นคนถือกระดูกมามันอาจจะคิดว่ามีคนจะมาทําร้ายหรือว่าจะขว้างใส่มันก็เป็นได้ ผมก็เลยบอกลูกน้องให้วางเอาไว้ข้าง ๆ ห้องน้ำ ซึ่งเป็นที่ที่เราวางจานข้าวเอาไว้ให้ไอแดงอยู่เป็นประจำ แต่ถึงแม้ว่าลูกน้องผมจะเอาไปวางไว้ที่จานแล้ว แต่ไอ้แดงก็ยังคงตามเห่าแล้วก็ขู่อยู่แบบนั้น จนสุดท้ายมันก็วิ่งหนีไปเหมือนกับมีใครไล่มัน ทั้ง ๆ ที่พวกเราก็ยืนกันอยู่เฉย ๆ ทุกคนนั้นต่างก็งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่มีใครสนใจอะไร ต่างก็แยกย้ายกันเข้าครัวเพื่อเตรียมข้าวของทำอาหารค่ำ

โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบอาบน้ำตอนดึก ๆ เพราะว่านั่งทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง จนเพลินอยู่บ่อย ๆ มองดูนาฬิกาตอนนั้นเวลาประมาณ 5 ทุ่มเห็นจะได้ เวลานี้ทุกคนต่างก็เข้านอนห้องใครห้องมันกันหมดแล้ว ผมก็เลยเตรียมตัวจะไปอาบน้ำ

ห้องอาบน้ำนั้นถูกทำไว้แยกกันห่างจากตึกที่พัก เป็นห้องปูน 2 ห้องติดกัน บรรยากาศตอนนั้นเงียบมาก ผมเดินเข้าไปเปิดไฟห้องน้ำแล้วก็ปิดประตูอาบน้ำตามปกติ แต่ในขณะที่กำลังแปรงฟันอยู่นั้น ผมได้ยินเสียงเหมือนกับมีคนเดินอยู่ข้าง ๆ ห้องน้ำ ซึ่งมันเป็นพื้นหญ้าเสียงดัง แซ่ก แซ่ก วนเวียนอยู่แบบนั้น อาจจะมีใครตื่นมาเข้าห้องอาบน้ำข้าง ๆ กันก็ได้ ผมไม่ได้สนใจแล้วก็อาบน้ำต่อ เสียง แซ่ก แซ่ก ดังอยู่แบบนั้นพักใหญ่ ๆ แล้วก็เงียบไป

แต่แล้วจู่ ๆ เสียงที่ว่านั่นก็เปลี่ยนเป็นเสียงเดินที่ดังขึ้น ผมก็เริ่มสงสัย เสียงนั้นเริ่มเคลื่อนผ่านจากหน้าห้องน้ำอีกห้อง เสียงดังมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องที่ผมอาบอยู่ ผมสังเกตเห็นเงาราง ๆ จากใต้ประตูห้องน้ำ ตอนแรกผมก็สงสัยว่าใคร เขาน่าจะรู้ว่าผมใช้ห้องน้ำอยู่ เพราะเสียงอาบน้ำก็ดัง ไฟห้องน้ำก็ถูกเปิดไว้ ผมเลยตะโกนออกไปว่า

“อาบน้ำอยู่ รอก่อน”

แล้วเงาหน้าห้องน้ำก็เดินจากไป เดินไปทางฝั่งห้องน้ำอีกห้องที่อยู่ติดกัน พอผมอาบน้ำเสร็จผมก็เปิดประตูออกมาดู แต่ก็ไม่เห็นใครสักคน ผมเลยเดินกลับเข้าห้อง แต่งตัวเสร็จแล้วก็ล้มตัวลงนอน

ในขณะที่ผมกำลังปิดไฟแล้วเตรียมล้มตัวลงนอนนั้น เสียงลากเท้ากับพื้นหน้าห้องก็ดังขึ้น ครืด… ครืด… ลักษณะเหมือนกับคนกำลังเดินเท้าเปล่าอยู่แล้วก็ลากเท้าไปกับพื้น เสียงนั้นยังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องประมาณ 1-2 นาที ยอมรับเลยว่าตอนนั้นผมเริ่มกลัวแล้ว เนื่องจากมันดึกมากแล้ว อีกอย่างคงไม่มีใครเดินผ่านหน้าห้องของผมแน่นอน เพราะว่าคนอื่น ๆ นอนคนละตึกกับผม ผมซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม นอนสวดมนต์วนไปวนมา จนสักพักเสียงนั้นก็เงียบหายไป

เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็เล่าให้ลูกน้องฟังว่าเมื่อคืนนี้เจออะไรมาบ้าง แล้วก็ถามทุกคนเพื่อความแน่ใจว่าเมื่อคืนไม่มีใครไปเดินอยู่หน้าห้องผมใช่ไหม ทุกคนก็ตอบว่าไม่มี พูดเป็นเสียงเดียวกัน แต่ว่ามีลูกน้องคนหนึ่ง คนที่ไปหาปลากับผมและเป็นคนที่ถือกระดูกกลับมาให้ไอ้แดง เขาบอกว่าเมื่อคืนเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เสียงเหมือนมีคนใช้อะไรสักอย่างขูดกับผนังห้อง พร้อมกับมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาเป็นระยะ ๆ เป็นอยู่อย่างนั้นเกือบทั้งคืน

เวลานี้ตัวผมเองนั้นก็เริ่มที่จะสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้ง ๆ ที่พวกเราก็อยู่ที่นี่มา 2-3 เดือนก็ไม่เคยเจออะไร เราเลยตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะไปวัดทำบุญ เผื่อว่าอะไร ๆ มันจะดีขึ้น

ในขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น ปัง! ผมถึงกับสะดุ้ง พวกเราต่างก็มองไปทางต้นว่าเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น ลมพัดสักนิดก็ไม่มี แล้วประตูมันปิดแรงขนาดนั้นได้ยังไง ในเวลานั้นทุกคนต่างก็เริ่มใจไม่ดี หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ลูกน้องคนหนึ่งที่ไปหาปลาด้วยกันก็บอกขึ้นมาว่า

“จะใช่กระดูกที่เจอนั่นหรือเปล่า เพราะมันดูแปลก ๆ ตั้งแต่ไอ้แดงเห่าแล้ว”

ผมเลยเดินไปดู ก็เห็นกระดูกชิ้นนั้นยังคงวางอยู่ข้างห้องน้ำตามเดิม ผมเลยบอกย้ำกับลูกน้องว่า ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่ พรุ่งนี้เราจะต้องไปทำบุญที่วัดกัน

คืนนั้นผมรีบอาบน้ำตั้งแต่หัววัน เพราะว่ายังคงผวาอยู่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมก็ปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอน

นอนไปได้สักพัก ในขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ ผมก็ต้องรู้สึกตัวตื่นเพราะเหมือนมีเสียงคนพูดอยู่ใกล้ ๆ หู แต่ฟังไม่ได้ศัพท์ว่าเป็นภาษาอะไร แต่ฟังดูแล้วยังไงก็ไม่ใช่ภาษาไทยแน่นอน ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ

และผมก็ต้องตกใจสุดขีด เพราะข้างเตียงผมขณะนี้มีใครคนหนึ่งกำลังจ้องมองผมอยู่ เป็นร่างของชายแก่ ลักษณะผอม ๆ ใส่เสื้อเก่า ๆ สีเทา ๆ กับกางเกงขาสั้น นั่งยอง ๆ กอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาช้า ๆ ใบหน้าที่ซูบผอมแสยะยิ้มแล้วมองมาที่ผม วินาทีนั้นผมช็อค ทำอะไรไม่ถูก แม้แต่จะหลับตาก็ยังทำไม่ได้ จากนั้นก็เริ่มมีเสียงหัวเราะในลำคอ หึ หึ หึ แล้วร่างนั้นก็ค่อย ๆ เลือนลางหายไป

พอได้สติผมก็รีบวิ่งลุกขึ้นไปเปิดไฟ พยายามข่มตายังไงก็ไม่หลับ จนเวลาประมาณตีห้าครึ่ง พอเริ่มจะมีแสงสว่างให้เห็น ผมรีบออกจากห้องมาล้างหน้าล้างตาแล้วก็วิ่งไปเคาะประตูปลุกลูกน้องชวนกันไปวัดในทันที พอถึงห้องของลูกน้องคนที่นำกระดูกชิ้นนั้นกลับมา ใบหน้าของเขาโทรมมาก เขาบอกกับผมว่า

“เมื่อคืนผมไม่ได้นอนเลยครับ โดนเล่นทั้งคืนเลย!”

พวกเรารีบล้างหน้าล้างตา จัดแจ้งของเพื่อจะไปวัด แต่ผมก็ไม่ลืมที่จะนำกระดูกชิ้นนั้นไปด้วย ผมรู้แล้วว่าเป็นกระดูกของใคร เราจัดการห่อกระดูกนั้นด้วยผ้าขาวแล้วนำใส่พาน จุดธูปขอขมาในสิ่งที่ได้กระทำล่วงเกินไปโดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นก็รีบนำกระดูกชิ้นนั้นไปทำพิธีทางศาสนา แต่พอผมแจ้งความจำนงกับทางสัปเหร่อ เขาก็ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นมาว่า

“พวกท่านไม่รู้กันเหรอ แต่ก่อนแถวนั้นเป็นพื้นที่ป่าช้าเก่าทั้งหมดเลยนะ ผู้เฒ่าผู้แก่เขาบอกว่าก่อนที่จะสร้างเป็นสถานที่ราชการ แถวนั้นมันก็เป็นป่ามาก่อน ใครตายเขาก็เอาไปฝังไว้แถวนั้น เจอกระดูกก็อย่าได้ไปจับเป็นอันขาด ของคนตายทั้งนั้นแหละคุณ!”

และนี่ก็คือเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมได้ประสบพบเจอมา เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

ถอดความจาก เดอะช็อคสตอรี่ เรื่อง กระดูก

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!