“วัดนี้มีแต่ผีเปรต!” โครงกระดูกผีที่อรัญประเทศ

ป๊อบเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ ทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ว่าตัวของป๊อบได้มีโอกาสทำบุญโดยการเก็บศพไร้ญาติในสถานที่ต่าง ๆ มากมายหลายแห่ง

แล้วก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ป๊อบได้มีโอกาสไปที่อรัญประเทศแถวโรงเกลือ ที่นั่นจะมีอาชีพอยู่อาชีพหนึ่งซึ่งก็คือ อาชีพเช่าที่ขุด โดยเจ้าของที่นั้นจะให้เช่าที่ขนาด 1×1 เมตร คิดเป็นเงิน 500 บาท ซึ่งพื้นที่ให้เช่านั้นมีเป็นสิบไร่ พอขุดลงไปในพื้นดินแล้ว โดยส่วนใหญ่นั้นก็มักจะเจอกับพวกลูกปัดโบราณ กำไลทองสัมฤทธิ์โบราณ ส่วนใหญ่ก็มาจากศพของทหารที่เคยเข้ามารุกรานประเทศไทยในอดีต ซึ่งของแต่ละชิ้นก็มีอายุหลายร้อยปี

หลังจากที่เช่าที่และขุดของโบราณเหล่านั้นขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องเก็บกระดูกของผู้ตายเหล่านั้นขึ้นมาด้วย ซึ่งคนที่พาป๊อบไปที่นั่น เขาก็ไปเก็บกระดูกเพื่อนำไปให้พระในละแวกนั้นสวดทุกวันเป็นเวลากว่า 3 เดือนมาแล้ว โดยมีโครงกระดูกที่ถูกขุดขึ้นมามากมายตั้งเรียงรายกันอยู่ ของโบราณนั้นก็มีมากไม่แพ้กัน

ป๊อบก็ได้ไปช่วยเก็บชิ้นส่วนกระดูกเหล่านั้น วันนั้นป๊อบได้มา 8 กระสอบก็เลยนำกระดูกทั้งหมดใส่ไว้ท้ายรถกระบะของเพื่อน เพื่อที่จะนำไปสวดพระอภิธรรมที่วัด แต่ระหว่างทางกลับวัดเกิดฝนตกหนัก ป๊อบและเพื่อน ๆ ก็เลยลงความเห็นกันว่า น่าจะนำกระดูกเหล่านั้นไปใส่ไว้ในรถเก๋งของป๊อบดีกว่า ส่วนคนที่เหลือก็ให้ไปนั่งที่หลังกระบะทั้งหมด

ในรถของป๊อบนั้นก็มีน้องคนนึงที่นั่งเป็นเพื่อน โดยที่เบาะหลังนั้นมีชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ที่หนักหลายร้อยกิโลกรัมวางอยู่ วางที่เบาะหลังไม่พอจนต้องนำบางส่วนเอาไปไว้ที่ท้ายรถอีกด้วย

พอทางคณะเก็บของทั้งหมดเรียบร้อยก็เริ่มออกเดินทางไปยังวัดเพื่อจะทำพิธีสวด ป๊อบนำเพื่อนออกไปก่อนโดยการใช้ GPS นำทางไป โดยได้ปักหมุดเอาไว้ที่วัดที่เคยเดินทางไปถึงก่อนหน้านี้ ป๊อบได้ขับรถตามทางมาเรื่อย ๆ จนพ้นตลาดโรงเกลือออกมา ป็อบก็เริ่มขับรถตามเส้นทางของ GPS ที่แสดงอยู่บนหน้าจอ

ขับรถออกมาประมาณสัก 20 นาทีกว่า ๆ ป๊อบก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมมันไกลจัง ทางมันไกลกว่าตอนขามาเยอะมาก แต่ก็ยังคงมุ่งหน้าขับตาม GPS ต่อไป และในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้น ความมืดก็เริ่มปกคลุม แล้วก็ไม่มีใครโทรศัพท์หาป๊อบเลย ป๊อบจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ส่วน GPS นั้นก็หยุดทำงานไปแล้ว ก็เลยตัดสินใจมองหาคนแถวนั้นเพื่อจะถามทาง แต่ก็ไม่มีวี่แว่วของผู้คนเลย

ป๊อบจึงขับรถต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็ได้พบเข้ากับด่านตรวจ ป๊อบสังเกตเห็นว่ามีพี่ทหารอยู่กลุ่มหนึ่งจึงตัดสินใจจอดรถลงไปถามทาง แต่ว่าพี่ทหารกลุ่มนั้นก็บอกว่าไม่รู้จักวัดที่ป็อบกำลังจะมุ่งหน้าไป และอีกอย่างหนึ่งถ้าเกิดขับตรงออกไปอีกหน่อย รถของป๊อบก็จะข้ามชายแดนไปแล้ว

แล้วเรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อพี่ทหารกลุ่มนั้นสังเกตได้ว่ารถของป๊อบนั้นบรรทุกกระดูกมนุษย์มาเต็มคันรถ ทหารกลุ่มนั้นจึงควบคุมตัวของป๊อบเอาไว้ แล้วถามว่าไปขุดของต้องห้ามมาหรือเปล่า ป๊อบจึงต้องอธิบายให้ฟัง โดยบอกว่าได้นำกระดูกทั้งหมดมาจากหลุมที่ชาวบ้านขุดหาของโบราณ และจะนำกระดูกเหล่านี้ไปที่วัดเพื่อสวดอุทิศส่วนกุศล ทหารเหล่านั้นจึงบอกว่าถ้าเกิดยืนยันได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะต้องพาไปที่วัดด้วยจะได้แน่ใจ ว่าจะนำกระดูกนั้นไปทำพิธีจริง ๆ

จากนั้นทหาร 3 คนก็ขึ้นรถแล้วขับนำหน้ารถของป๊อบไป โดยต้องขับย้อนกลับทางเดิมเพราะทางข้างหน้าขับไปต่อไม่ได้ เพราะมันกำลังจะข้ามเขตแดนแล้ว

ทหารขับรถนำหน้าและจอดถามชาวบ้านระหว่างทางเพื่อถามทางไปวัด ในระหว่างที่ป๊อบกำลังขับรถตามทหารอยู่นั้น จู่ ๆ พี่ทหารก็จอดรถ เดินลงมาบอกว่าให้ป๊อบนั้นขับรถของตัวเองนําหน้ารถทหารไป และก็พูดอีกว่าเขาขับรถไม่ได้ ถ้าเกิดมองเห็นภาพจากกระจกหลังแบบนี้ ป๊อบก็เลยขับรถของตัวเองนำหน้ารถทหารไปแบบงง ๆ

แต่ว่าระหว่างที่ขับรถหาถามทางชาวบ้านอยู่นั้น ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น เป็นเสียงลักษณะคล้ายกับมีใครเอาไมค์ไปจ่อหน้าลำโพงให้มันมีเสียง วี๊ดดดดดดด เสียงนั้นดังมากจนแทบจะกลบเสียงของรถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่

พอเจอชาวบ้าน ทหารที่ขับรถตามมาก็ลงไปถามทาง จนสุดท้ายก็สามารถนำป๊อบและซากโครงกระดูกเหล่านั้นไปถึงที่วัดได้สำเร็จ

วัดนั้นเป็นวัดป่า ทางเข้าต้องเข้าไปอีก 2 กิโลเมตรซึ่งเป็นถนนทางดินขรุขระ รถของป๊อบเป็นรถที่โหลดต่ำ แถมยังต้องบวกกับน้ำหนักกระดูกที่บรรทุกมาเต็มคันรถ การขับจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเสียงหวีดที่ว่านั่นก็ยังคงดังอยู่ไม่ขาด ซ้ำยังดังและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเข้าใกล้เขตวัด

เมื่อทั้งหมดมาถึงที่วัด พี่ทหารคนหนึ่งก็เดินลงมาคุยกับป๊อบว่า “รีบนำกระดูกเหล่านั้นไปทำพิธีเถอะ พี่ไม่สงสัยแล้วเรื่องกระดูกน่ะ” และก่อนที่ป๊อบจะได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น พี่ทหารก็เล่าให้ฟังว่า ระหว่างทางที่ขับมา ไม่ว่าจะขับนำหรือว่าขับตามรถของป๊อบ ทหารทั้ง 3 คนก็จะเห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างลักษณะเหมือนผีเปรต เดินบ้าง วิ่งบ้าง ตามรถของป๊อบมาตลอดทาง

พอถึงวัดพระท่านที่รอสวดอยู่ก็รีบให้ป๊อบนั้นเข้าไปในโบสถ์ เสียงหวีดร้องนั้นก็ยังคงดังโหยหวนอยู่อย่างไม่ขาด และพระรูปนั้นท่านก็ได้บอกว่า

“ตั้งแต่พวกโยมนำซากกระดูกเหล่านั้นมาเก็บที่นี่ วัดนี้ก็มีแต่เปรต!”

พระท่านยังบอกอีกว่า เนื่องจากเศษกระดูกเหล่านั้นเป็นซากศพของทหารโบราณต่างถิ่นซึ่งเข้ามากระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นขโมย ช่วงชิง ฆ่าล้างผลาญชาวบ้าน พอตายไปจึงมาเกิดเป็นเปรต รอรับส่วนบุญส่วนกุศล ยิ่งนานวันเปรตเหล่านี้ก็ยิ่งมากขึ้นทุกที

และการที่ป๊อบขับรถหลงทางจนเกือบจะพ้นเขตชายแดนนั้นก็เพราะว่า วิญญาณที่มากับรถของป๊อบนั้นอยากจะกลับไปสู่แผ่นดินเกิดของตัวเอง จึงดลใจให้ป๊อบขับรถหลงทางนั่นเอง และเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้

ถอดความจากเดอะช็อคสตอรี่ เรื่อง ส่งเรากลับที โดย คุณป๊อบ

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!