คุณไสยกระดูกผี – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เมื่อไม่นานมานี้​ เรามีโอกาสได้อ่านดวงจากนักพยากรณ์​ท่านหนึ่ง​ ว่าด้วยเรื่อง​ “ราศีไหนกำลังจะโดนคุณไสย​ โดนคนทำของไม่ดีใส่​ เจออะไรค่ำ ๆ มืด ๆ ห้ามทัก”​ พออ่านจบ​ อ้าว​…นี่มันราศีเรานี่นา​ เเต่ตอนนั้นก็คิดว่ามันคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง​ เเต่ลึก ๆ แล้วก็บอกตัวเองว่า ระวังไว้หน่อยก็ดี…

จนเวลาผ่านไปอาทิตย์​กว่า​ วันนั้นเป็นช่วงบ่าย เราสังเกตุ​เห็นเงาคล้ายคนวิ่งไปวิ่งมา​ที่หน้าบ้าน​ ตอนนั้นเราลืมนึกเรื่องที่อ่านดวงไปเสียสนิท​ เราเลยตะโกนถามออกไป “นั่นใครน่ะ…”​ แล้วเงานั้นก็หายไป​ จนตกค่ำเราได้กลิ่นเหม็นเน่าจากหน้าบ้าน​ กลิ่นเเรงมาก แต่แปลกที่คนในบ้านกลับไม่มีใครได้กลิ่นเลย​ กลิ่นแรงจนเวียนหัว จนเราเผลอสบถขึ้นมาว่า

“กลิ่นเ_ี้ยอะไรวะเนี่ย​ อะไรตายวะ!”

พอเราพูดจบ แม่หันมาตีเเขน​ “มันดึกมันดื่นจะพูดทำไม?” เราเลยบอกแม่ว่ามันเหม็น​ จนสุดท้ายเราก็หนีขึ้นไปนอน​

คืนนั้นเวลาประมาณ​ตี 2 เราสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ​ เรียกอยู่นานมาก​ เสียงนั้นเย็นยะเยือก​จนน่าขนลุก​ เเต่เราก็ไม่ขานรับ​ ได้เเต่นอนกอดหมอนข้างข่มใจไว้​ด้วยความกลัว

จนถึงช่วงเช้ามืด​ เราได้ยินเสียงเเม่เอะอะ​โวยวายลั่นบ้าน​ ตะโกนถามคนในบ้าน ปลุกจนตื่นหมดทุกคน ญาติข้าง ๆ บ้านก็ตกใจตื่น กำลังจะวิ่งมาที่บ้าน​ แต่ต้องชะงัก​เพราะตรงหน้าบ้านมีกองผงถ่านสีเทา ๆ ดำ ๆ อยู่หนึ่งกอง​ พร้อมกับเหรียญ​ดำ ๆ ที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าด้ายดิบ

เเม่ถามว่าใครมาทำอะไรพิเรนทร์เเบบนี้​ ทุกคนในบ้านส่ายหน้า​ จนมาถึงเรา​ เราเล่าให้เเม่ฟังว่าเมื่อคืนมีคนมาเรียก​เเต่ไม่ขานรับเพราะกลัวมาก​ จนญาติข้างบ้าน ๆ บอกว่ารีบอาบน้ำเเล้วไปวัดเร็ว ๆ​ เดี๋ยวทางนี้เเกจะเอาเเมวดำมาปล่อยให้มันอยู่ในบ้านให้​

ญาติ​คนนี้เขามีวิชาที่ได้จากปู่มานิดหน่อย​ เเต่ท่านรู้ว่ามันหมายความว่ายังไง​ ถึงสั่งให้เรารีบขนาดนััน​ ปกติเเล้วเราจะพกพระติดตัวไปด้วย​ แต่ด้วยความรีบวันนั้นจึงไม่ได้พกไป​ เมื่อก้าวขาพ้นเขตหน้าประตูบ้าน ​และเดินผ่านกองผงสีดำ ๆ​ นั้น เราความรู้สึก​เจ็บ​จี๊ด​วิ่งจากปลายเท้าขึ้นมาจนก้าวขาไม่ออก ได้เเต่ร้องเรียกแม่ ๆ​ แม่ก็ตะโกนบอกญาติ ๆ ที่เหลือบอกว่า “เเบกมันไปเลย!”

ระยะทางจากบ้านไปถึงวัด​ มันไม่ไกลนะคะ แต่วินาทีนั้นมันรู้สึกไกลมาก ความเจ็บปวด​ ปวดเเสบปวดร้อน​ มันทรมาน​มาก ๆ​ พอถึงหน้ากุฏิ​เจ้าอาวาส ​หลวงพ่อท่านก็ออกมาพอดี​ ท่านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า

“มากันเเล้วเหรอ​ ไปทำกรวยกับหมากคำใบพลูมา​ ส่วนโยมญาติพยุงคนป่วยไปตรงลานกว้างข้างโอ่งน้ำมนต์นะ…”

เวลานั้นไม่มีเวลาสงสัยอะไรเพราะรู้สึกเจ็บปวดอย่างเดียว พอถึงตรงลานหลวงพ่อก็สาดน้ำมาโครมใหญ่​ เราก็สลบไป​ พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็เห็นเเม่ร้องไห้ เห็นญาติ ๆ ร้องไห้​ แล้วหลวงพ่อก็ถามใช่โยมไหม​ เราก็ถามว่า “ทำไมหนูหายปวดเเล้ว​ล่ะ​ เกิดอะไรขึ้น” เท่านั้นเเหละ เเม่โผมากอดคนเเรก​ เเล้วพูดว่า​

“ทำไมไม่บอกว่าเขาเเช่งมึงไว้​…ทำไมไม่พูด!”

เราไม่ทันได้ถามอะไรต่อ หลวงพ่อท่านก็บอกว่า “พากันกลับบ้านซะนะ แล้วจำไว้ว่าใครเเช่งให้นิ่งเฉยเก็บความร้อนไว้ในใจ​ อย่าเเสดงออกมา เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่เรากำลังตอบโต้อยู่เขาเป็นคนยังไง”​

พอกลับมาถึงบ้านเเม่ก็เล่าให้ฟังว่า​ ตอนที่เราสลบไปจู่ ๆ ก็มีลมวูบใหญ่พัดมา พร้อมเสียงแว่วที่ดังขึ้นมาจนน่าขนลุก

“กูมาเอาคืน…”​

หลวงพ่อเลยทำเทียนลงบนขันน้ำมนต์ ปรากฏ​เป็นรูปใบหน้าผู้ชายลักษณะคล้ายเเฟนเก่าเรา​ หลวงพ่อเลยถามเเม่ว่าไปทำอะไรเขาไว้​ เขาถึงมาทำของใส่แบบนี้​ น้าสาวเราที่พอจะรู้เรื่องเลยเล่าให้ฟังว่า​ เรากับเเฟนเก่าทะเลาะ​กันเรื่องผู้หญิง​ เราเลยขอเลิก สุดท้ายแฟนเก่าเราได้เเช่งชักและขู่อาฆาตไว้ตอนเลิกกันว่า

“สักวันหนึ่งกูจะเอามึงคืน! ต่อให้มึงกลายเป็นวิญญาณ​กูก็จะเอาคืน​ ขอให้มึงร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุข!”

พอแม่รู้แบบนั้น เเม่เลยโทรไปหาแฟนเก่าเรา​ เเต่สิ่งที่แม่รับรู้มาคือ เขาโคม่าอยู่ห้อง ICU เพราะอุบัติเหตุ​เมื่อวันก่อน​ หลวงพ่อจึงบอกแม่ว่าสิ่งที่เขาทำมันคือแรงกรรมของเขาที่ผูกไว้กับตัวเรา​ เเล้วการที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขาเห็นเรามีความสุข แต่ตัวเขาไม่เคยมีความสุขเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา​

หลังจากจบเรื่อง ด้วยความสงสัยเราเลยถามญาติผู้ชายคนที่บอกให้เรารีบไปวัด​ เราถามว่าไอ้กองสีเทา ๆ ดำ ๆ กับเหรียญ​นั่นมันคืออะไร แล้วไหนจะเศษผ้าด้ายดิบนั่นอีก​ ญาติคนนั้นบอกกับเราว่า ที่เห็นนั่นคือ เถ้ากระดูกของคนตาย ที่เพิ่งเผาไป เหมือนกับว่าไปเอาออกมาจากเมรุ​ ส่วนเหรียญนั่นคือ เงิน​ปากผี ที่น่าจะไปคุ้ยมาจากใต้เมรุเหมือนกัน​ ส่วนเศษผ้านั่นคือ ผ้าด้ายดิบที่เขาใช้ห่อศพ

คนทำเหมือนเขาต้องการให้เราอยู่ไม่เป็นสุขให้เราทรมานเหมือนอย่างที่เขาเป็น​ ส่วนเเมวดำนั้น​ ปู่เคยสอนญาติไว้ว่า เวลาอะไรไม่ดีเข้ามาในบ้านให้หาหมาหรือเเมวสีดำสนิทที่ไม่มีสีใดเเซม มาไว้ที่บ้าน​ มันจะปกป้องเราจากสิ่งไม่ดีเหล่านี้

นับตั้งเเต่วันนั้นมาเราเลยเลี้ยงเเมวดำไว้ที่บ้าน​ แล้วก็ไม่ได้ข่าวจากแฟนเก่าอีกเลย

ขอขอบคุณเรื่องเล่าจากคุณ ปลายฝุ่น ทางอินบ็อกซ์แฟนเพจ คลังสยอง ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!