แม่มา…อีกแล้ว – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

ดิฉันเป็นครูประจำชั้นประถมปีที่ 6 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ นี่เองค่ะ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับลูกศิษย์คนหนึ่ง ดิฉันก็จำเป็นต้องเชิญผู้ปกครองมาพบ ที่จริงดิฉันคุ้นเคยกับคุณแม่ท่านนี้เป็นอย่างดี จึงเสียใจและเสียขวัญเป็นอย่างมาก เมื่อมีเรื่องไม่คาดฝันอุบัติขึ้น

นั่นคือ การเชิญของดิฉันเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เธอถึงแก่ความตๅย!

เด็กนักเรียนห้องที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่ มีทั้งหมด 45 คน พวกแกเป็นกลุ่มเด็กเรียนอ่อน แต่พวกแกน่ารักนะคะ หลายคนขี้เล่นและมีอารมณ์ขันค่ะ บอกตรงๆ ว่าดิฉันรักเด็กกลุ่มนี้มากกว่ากลุ่มที่เรียนเก่งเป็นเลิศ เพราะเด็กพวกนั้นน่ะถึงจะสอนง่าย มีระเบียบ เก่งไปซะทุกอย่าง ทว่าส่วนมากจะเครียดๆ ดูแววตาแกสิคะ ไม่แจ่มใสตามวัยซน แต่จะมีแววมาดมั่นเกินตัว!

น่าสงสารค่ะ ชีวิตวัยเยาว์ของแกถูกพรากไปหมด เพราะต้องแข่งเรียนให้ดีเด่นกว่าคนอื่นๆ จะได้สอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่ดีๆ ได้ วัยสิบขวบอย่างแกต้องมีแต่เรียนเท่านั้น เรียนกันอย่างหัวปักหัวปำ พ่อแม่ที่ห่วงอนาคตของลูกก็พาไปเรียนพิเศษทุกคน

เรียนมันทุกเย็น เสาร์อาทิตย์ยังต้องเรียนทั้งวันอีก…เฮ้อ!

ส่วนเด็กห้องดิฉันน่ะ บางคนก็ตามสบายจนเกินไป ไม่เห็นความสำคัญของการเรียน แบบนี้ดิฉันก็ไม่ชอบเพราะอ่อนใจน่าดู มิหนำซ้ำยังโดนผู้ปกครองตำหนิติเตียนว่าครูไม่รู้จักสั่งสอนให้ลูกเขาได้ดี…โลกนี้ไม่มีอะไรสมดุลเสียเลย

เด็กๆ ที่ดิฉันรักและสงสารคือประเภทที่นิสัยดี ตั้งใจเรียน ขยันทำการบ้านมาส่ง แต่จนแล้วจนรอดก็เรียนไม่เก่งกับเขาสักที ระดับสติปัญญาสู้ใครเขาไม่ได้ แต่นิสัยดีกว่าคนอื่นๆ หลายต่อหลายคน

น้องเอก-ลูกศิษย์คนโปรดของดิฉันก็จัดอยู่ในประเภทนี้

เอกอายุ 11 ขวบ ผอมดำ ตัวเล็ก ตาโต ค่อนข้างขี้อาย ไม่ดื้อไม่ซน ใช้ให้ไปทำอะไรๆ ก็ไป ใบหน้าจะยิ้มอยู่เสมอ ดิฉันเห็นแกมาตั้งแต่แม่แกเอามาสมัครเรียน ป.1 แน่ะ และได้พูดคุยจนสนิทสนมกับคุณวิภา แม่ของเอก คุณวิภาเองก็เป็นแบบเดียวกับลูกชายน่ะแหละค่ะ! เรียบร้อย ยิ้มง่าย อารมณ์ดี มีน้ำใจ แต่เธอจะดูเหนื่อยและมีแววเศร้าๆ อยู่ตลอดเวลา

คุยไปคุยมาถึงได้รับรู้ปัญหาส่วนตัว ทำให้ดิฉันยิ่งรักและเอ็นดูลูกของเธอมากขึ้น

เอกเป็นลูกชายคนเดียวที่คุณวิภารักปานแก้วตาดวงใจ เธอแต่งงานกับผู้ชายขี้เมาหยำเป เธอเล่าว่าตอนแรกเขาก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก สามีคุณวิภาเป็นวิศวกร ทำงานราชการ แต่ต่อมาถูกให้ออกจากงานเพราะไปพัวพันกับเรื่องทุจริต ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ทำตัวเรื่อยเปื่อย ไม่ทำงานทำการ เอาแต่ดื่มเหล้ๅ

น่าสงสารนะคะ จากคนที่ไม่เคยแตะสุรๅยาเมา พอถูกออกจากงานเพราะความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ติดร่างแหไปกับเพื่อนๆ เสียชื่อ เสียเกียรติ ก็เริ่มกรอกเหล้ๅเข้าปาก…นัยว่าประชดชีวิต!

ผลก็คือ คุณวิภาซึ่งรับราชการเหมือนกัน ต้องตกอยู่ในฐานะหากินตัวเป็นเกลียว รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครอบครัว หนักมากนะคะ! ตอนเย็นหลังเลิกงาน เธอต้องฝากเอกให้คุณยายดูแล แน่ล่ะค่ะ คุณยายก็แก่แล้ว ตามหลานไม่ค่อยทัน เอกจึงเรียนแย่ลงๆ ในที่สุดก็ไม่มีการบ้านมาส่ง

ปลายภาคต้น คะแนนของเอกแย่มาก สอบก็ไม่ได้ แถมไม่มีคะแนนงานที่ครูมอบหมายให้ไปทำ ถ้าเป็นแบบนี้แกจะไปเข้าโรงเรียนมัธยมที่ไหนล่ะคะ ลำบากแย่

พักหลักๆ คุณวิภาไม่ได้มารับลูกที่โรงเรียน แต่บางวันพ่อเอกก็มารับ บางวันก็เป็นคุณยาย ดิฉันเห็นว่าปัญหาของเอกนั้นคนที่ควรรับรู้ที่สุดคือคุณวิภา เพราะพ่อของเอกตาแดงก่ำเป็นนกกะปูด มีกลิ่นแอลกอฮอล์ระเหยมากับลมหายใจตลอดเวลา ส่วนคุณยายก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

ดิฉันโทร.ไปนัดคุณวิภา เธอบอกว่าจะหาเวลามาพบดิฉันวันพุธ ตอนสามโมงครึ่ง ซึ่งโรงเรียนเลิก!

วันนั้นมาถึง ดิฉันคอยอยู่จนห้าโมงก็แล้ว หกโมงก็แล้ว นักเรียนคนอื่นๆ ที่เรียนพิเศษกับดิฉันกลับบ้านไปหมด กระทั่งแน่ใจว่าคุณวิภามาไม่ได้จึงเก็บของกลับบ้าน…พบว่าเอกยังนั่งรอผู้ปกครองมารับเพียงลำพัง…ในแสงตะวันสุดท้าย ดิฉันอยู่เป็นเพื่อนเอกจนเกือบทุ่ม พ่อกับคุณยายถึงได้โผล่เข้ามาพร้อมกับข่าวร้าย

คุณวิภาถูกรถเมล์ทับศีรษะตๅยคาที่ บริเวณหน้าที่ทำงานของเธอ เพราะเธอรีบจะขึ้นรถเมล์ตอนสามโมงกว่าๆ แต่พลาดตกลงมาล้มฟาดกับถนน โดนล้อหลังแล่นทับกะโหลกศีรษะ! รู้ข่าวแล้วใจหายวับ…นี่ถ้าไม่ใช่เพราะดิฉันเธอคงยังมีชีวิตอยู่ จริงไหมค่ะ?

นี่เป็นประสบการณ์ที่เศร้าที่สุด ทำให้ดิฉันรู้สึกผิดจนซึมไปเลย…

ดิฉันไปงานศพเธอจนเผาไปเรียบร้อย และทุกเย็นดิฉันจะมานั่งสอนการบ้านให้เอก รับหน้าที่ขับรถพาเอกไปส่งบ้านทุกวัน

เชื่อไหมคะ ทุกเย็นดิฉันมักจะเห็นคุณวิภามาปรากฏตัว เธอผ่านตรงระเบียงหน้าห้อง บางวันก็นั่งอยู่ที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้หน้าโรงเรียนตอนโพล้เพล้ ทุกวันพุธ ดิฉันมักได้ยินเสียงเธอเรียก…เธอมาหาดิฉันตามนัดเพราะความรักและห่วงลูกชายเหลือเกินแล้ว

เมื่อเล่าให้เพื่อนครูด้วยกันฟัง พวกเขาหาว่าดิฉันคิดมาก กังวลมาก แต่เชื่อเถอะค่ะ ดิฉันเห็นจริงๆ เอกก็เห็น เพราะบางทีแกจะหันมาบอกดิฉันว่า

“แม่มา…อีกแล้ว”

เอกเรียนดีขึ้น ตอนนี้แกอยู่ ม.1 โรงเรียนที่ดีมีชื่อเสียง และดิฉันไม่ได้พบเจอ หรือได้ยินเสียงวิญญาณคุณวิภาอีกเลยค่ะ!

ที่มา: คอลัมน์ขนหัวลุก – ใบหนาด

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!