“ผีสั่งแกร็บ” ออร์เดอร์หลอนกลางดึก

ตอนนั้นเป็นช่วงซัมเมอร์ปีสอง ผมสมัครงานเป็นพนักงานส่งอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง คืนหนึ่งเจ้าของร้านได้รับออเดอร์มาจากลูกค้ารายหนึ่ง ปลายทางระบุว่าต้องการข้าวสวยกับไก่ทอดหนึ่งกล่องกับน้ำอัดลมหนึ่งขวด มันจึงเป็นงานของผมที่จะต้องนำอาหารไปส่งยังที่หมายบน GPS

เมื่อออเดอร์และบิลพร้อม ผมก็ตั้งปลายทางบน GPS ทันทีและขี่บิ๊กไบค์ของผมออกไป มันเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรทางตะวันตก ผมก็ขี่ไปตามทางเรื่อย ๆ จนเริ่มสังเกตว่าวิวรอบ ๆ ตัวผมเริ่มเปลี่ยนไป

เริ่มจากตัวเมือง ผมขับห่างออกมาเรื่อย ๆ เข้าสู่เขตชนบท บ้านเรือนมีให้เห็นน้อยเต็มทีและไฟในบ้านทุกหลังถูกปิด รถน้อยลงทุกที ๆ ที่ผมขับลึกเข้าไป อากาศรอบตัวเย็นเฉียบแม้จะเป็นคืนในหน้าร้อนแบบนี้ รอบตัวผมมืดไปหมด มีเพียงแสงไฟจากบิ๊กไบค์ของผมเท่านั้นที่ยังฉายทะลุความมืด

ผมดูที่ GPS ของผม ปลายทางดูจะอยู่ลึกกว่าถนนสายหลักที่ผมสัญจรอยู่นี่ซะอีก ผมเลี้ยวขวาที่หัวมุมเข้าสู่ถนนลูกรัง เส้นทางดูเปลี่ยวมาก ถนนก็ดูลำบาก ผมต้องคอยพยุงบิ๊กไบค์ของผมไม่ให้มันล้มไปตลอดเส้นทาง

เวลาผ่านไปเหมือนนาน ก่อนที่ผมจะเห็นเงาของบ้านหลังหนึ่งอยู่สุดสายตาของผม ผมดู GPS ของผมที่รวนเต็มทีเพื่อเช็คอีกครั้ง ใช่แน่ ๆ บ้านหลังนี้แหละ ผมจึงดับรถไว้ไม่ห่างมาก แต่ก็ไม่ได้ใกล้ตัวบ้านเกินไปจนอาจจะรบกวนใครก็ตามที่อยู่ในนั้น บ้านทั้งหลังปิดไฟมืดไปหมด จะเห็นก็เพียงรูปร่างมืด ๆ ของบ้านเท่านั้น ผมเดินไปที่ตัวบ้านพร้อมอาหารในมือ

“อาหารมาส่ง มีใครอยู่มั้ยครับ…”

ผมตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน แต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับมาจากใครทั้งนั้น

ผมใช้เวลาเดินวนหาประตูบ้านแต่ก็ไม่เจอ ผมจึงโทรหาเจ้าของออร์เดอร์ตามเบอร์ที่เจ้าของร้านให้ผมมา แต่สัญญาณก็มา ๆ หาย ๆ

ในช่วงเวลานั้นผมเริ่มตัดสินใจเด็ดขาด ผมเดินไปที่บิ๊กไบค์ของผมแล้วสตาร์ทรถเพื่อฉายไฟส่องไปที่ตัวบ้าน แล้วผมก็แทบช็อกกับภาพตรงหน้าจนเกือบล้มไปกองกับพื้น บ้านทั้งหลังมีสภาพโคตรแย่ ชานหน้าบ้านที่ควรจะเป็นประตูนั้นพังลงมา ทางปีกขวาของบ้านก็เหมือนกัน สภาพบ้านแบบนี้มันแย่เกินกว่าจะมีใครมาอาศัยอยู่เสียด้วยซ้ำ กระจกทุกบานที่ผมเห็นแตกยับ มีขยะกองอยู่ทุกที่ในบริเวณนั้น

ผมดูอีกครั้งที่ GPS ว่ามันพาผมมาถูกทางไหม แต่สัญญาณเจ้ากรรมก็ติด ๆ ดับ ๆ ผมเริ่มใจไม่ดีกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ยังไงงานก็เป็นงาน ผมต้องทำให้เสร็จ

ผมตั้งสติ สูดลมเฮือกใหญ่เข้าปอดแล้วเดินดูรอบ ๆ บ้าน ไฟรถยังติดอยู่ ไม่มีใคร (หรืออะไร) อยู่เลย มีแต่ขยะ จอมปลวก กับพงหญ้ารก ๆ รายล้อมพื้นที่ตรงนั้น ผมจึงทำการรวบรวมความกล้าเท่าที่ตัวเองจะมีได้ในตอนนั้น แล้วเดินเข้าไปสำรวจด้านในตัวบ้าน เวรกรรม…ภายในบ้านดูแย่กว่าด้านนอกของบ้านซะอีก มีขยะอยู่ทุกที่ เศษผ้า หนังสือเก่า ๆ ของเล่นพัง ๆ บ้านหลังนี้ดูเหมือนเป็นบ่อขยะขนาดย่อม ๆ ดี ๆ นี่เอง

ผมมองดูดี ๆ อีกครั้ง และผมก็เจอกับสิ่งที่ทำให้ผมสติแตกอย่างที่สุด มันมีโลงศพตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งในตัวบ้าน ผมเห็นมือมือหนึ่งพาดขึ้นมาบนปากโลงที่ถูกเผยอเปิดออก ผมเสียสติและกรีดร้องด้วยเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่ลูกคอของผมจะระเบิดออกมาได้ ผมวิ่งเผ่นออกจากตัวบ้านในทันที ผมไม่ต้องการเงิน หรือทิป หรืออะไรอีกแล้ว สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

ผมทิ้งออร์เดอร์ไว้ตรงไหนสักแห่งที่หน้าบ้าน ใครสนล่ะ…ผมรีบคร่อมบิ๊กไบค์ เข้าเกียร์และขี่ปรู๊ดออกมาทันที ผมมองไปที่กระจกข้างและเจอเข้ากับสิ่งที่ทำให้ผมรู้ว่าผมคิดผิดที่ทำแบบนั้น ภายใต้แสงเลือนรางจากไฟท้ายรถ ร่างเงาดำร่างหนึ่งเดินออกมาจากมุม ๆ หนึ่งของบ้าน หยิบอาหารที่ผมทิ้งไว้แล้วหันมามองผม ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงที่แดงจากไฟท้ายรถ

บัดนี้ ความเย็นยะเยือกได้แผ่ซ่านไปทั่วตัวผม ผมขี่รถอย่างเสียสติ ไม่สนทิศสนทาง รถของผมเทซ้ายเทขวาอยู่สองสามรอบ ก่อนที่ผมจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร รถของผมก็ล้ม แล้วสติผมก็ดับวูบไป

เป็นเวลานานเท่าไหร่ผมไม่รู้ ก่อนที่จะตื่นขึ้นอีกครั้ง ผมได้ยินเสียงของเจ้าของร้านเรียกผมอยู่ตรงหน้า ไฟจากรถของเขาสาดส่องไปทั่วบริเวณ เขาถามว่าผมโอเคมั้ย (แน่นอน ใครจะไปโอเคกับเรื่องนี้) และมันเกิดอะไรขึ้น

ผมเล่าให้แกฟังทุกอย่าง แกหัวเราะเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แกไม่โทษผมที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์มาไกลปานนี้ ในเวลาแบบนี้ เพื่อเจอบ้านร้างน่ากลัว ๆ แกบอกว่าผมขาดการติดต่อไปเกือบชั่วโมงได้ แกเลยบึ่งมาตามที่หมายที่ระบุไว้ จนมาเจอผมนอนกะเล่เท่หมดสติอยู่

ผมตกใจสุด ๆ ผมวูบไปราวชั่วโมงเลยเหรอ ไอ้ร่างนั่นตามผมมารึเปล่า นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้นเนี่ย!

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผมก็ปลอดภัยและเจ้าของร้านก็อยู่กับผมแล้ว เราจึงช่วยกันยกเจ้าบิ๊กไบค์ขึ้นท้ายกระบะ ส่วนผมนั่งหน้ารถไปกับเจ้าของร้าน เราเดินทางกลับไปที่ร้านทันที เจ้าของร้านเองก็พยายามถามผมทุก ๆ ห้านาทีสิบนาทีว่าผมโอเคมั้ย ซึ่งผมก็บอกไปว่าผมโอเคแล้วในตอนนั้น

พอมาถึงร้านอย่างปลอดภัย เราก็ช่วยกันเคลียร์ของ ผมต้องใช้เจ้าบิ๊กไบค์นี่หากิน ผมเลยต้องเอาทุกอย่างคืนทางร้าน เพื่อจะได้นำเอาเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้กลับไปด้วย

ผมเช็คกล่องส่งอาหารเหมือนอย่างที่ต้องทำทุกครั้งตอนเลิกงาน แต่ทันทีที่ผมเปิดดูว่ามีอะไรในกล่องไหม กระดูกสันหลังทุกข้อของผมก็เย็นวาบขึ้นมาอีกรอบ มันมีเงินอยู่ในนั้นจำนวนหนึ่ง พร้อมกับกระดาษใบเล็ก ๆ ที่มีข้อความถูกเขียนไว้ว่า…

“ขอบคุณสำหรับบริการดี ๆ”

ที่มา: สมาชิกหมายเลข 6035777

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!