“เที่ยวบินขนศพ!!” เหตุเกิดบนเครื่อง 747

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้เล่าโดยตรง แต่ว่าเป็นเรื่องที่รุ่นพี่ถ่ายทอดให้ฟัง เนื่องจากว่าผู้เล่าก็ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่งเช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา วันนั้นมีเที่ยวบินที่เดินทางออกจากประเทศไทยมุ่งหน้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติขึ้นกับชายหนุ่มชาวไทยคนหนึ่ง เขากำลังจะเดินทางกลับไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากต้องกลับไปเรียนหนังสือต่อ เที่ยวบินในวันนั้นเต็มแทบจะทุกที่นั่ง

ขอให้นึกภาพตามว่า ชายหนุ่มได้ที่นั่งติดริมทางเดินฝั่งด้านซ้าย โดยที่แถวนั้นจะมีที่นั่งสามตัว ตัวแรกจะอยู่ติดกับหน้าต่างของเครื่องบิน ถัดมาเป็นตัวกลาง และอีกตัวติดกับทางเดินซึ่งเป็นที่นั่งของชายหนุ่มคนดังกล่าว

หลังจากเครื่องบินพุ่งทะยานออกจากรันเวย์ของกรุงเทพฯ ชายคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินเพราะว่าเท่าที่มองดูแล้ว ผู้โดยสารเต็มแทบจะทุกที่นั่ง แต่ว่าแถวที่เขานั่งอยู่นั้นมีเขาแค่คนเดียว เขาก็เลยรู้สึกสะดวกหน่อยที่ไม่ต้องมีใครมานั่งเบียดอยู่ข้าง ๆ

หลังจากเครื่องทำการบินไปได้ประมาณสักห้าชั่วโมง ก็ต้องมีการลงจอดที่สนามบินของประเทศหนึ่งเพื่อทำการเติมน้ำมันและเป็นการจอดพักเครื่องไปในตัว ผู้โดยสารทั้งลำก็ลงจากเครื่องไปพักผ่อนตามอัธยาศัยในสนามบิน เวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมง ก็ถึงกำหนดเวลาที่ผู้โดยสารทั้งหมดจะต้องกลับขึ้นเครื่องอีกครั้ง

ชายหนุ่มกลับขึ้นมาบนเครื่องรอบนี้ก็ต้องรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เนื่องจากการแวะพักที่สนามบินครั้งนี้ มีผู้โดยสารอีกท่านหนึ่งขึ้นมานั่งอยู่ข้าง ๆ เขา ผู้โดยสารคนดังกล่าวนั้นเป็นชายชรา เป็นชายชาวต่างชาติ อายุน่าจะเกินหกสิบปีแล้ว

เนื่องจากชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ติดกับริมทางเดิน พอพนักงานต้อนรับเดินนำชายชรามาที่นั่งแถวเดียวกับเขา เขาก็เลยลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อเปิดทางให้ ชายชราเลือกที่จะนั่งเก้าอี้ตัวที่ติดหน้าต่าง ซึ่งระหว่างกลางก็ยังคงมีที่นั่งว่างอยู่อีกหนึ่งที่

หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อย เครื่องก็มุ่งหน้าออกจากสนามบินมุ่งตรงสู่สหรัฐอเมริกา ชายหนุ่มก็นำหูฟังมาสวมเพื่อเปิดเพลงฟัง ในระหว่างนั้นเขาสังเกตได้ว่าชายสูงอายุคนนั้นหน้าตาเศร้าหมอง บางครั้งก็เหมือนมีการขยับปากพูดคนเดียว ซึ่งชายหนุ่มนั้นจับใจความไม่ได้ เนื่องจากตัวเขาเองก็กำลังสวมหูฟังอยู่

จนกระทั่งถึงเวลาเสิร์ฟอาหาร เวลาท้องถิ่นในขณะนั้นใกล้จะค่ำแล้ว ฟ้าด้านนอกนั้นเริ่มมืด พนักงานต้อนรับบนเครื่องก็เริ่มทยอยเดินเสิร์ฟอาหารไล่มาทีละแถว จนกระทั่งถึงแถวที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ เขาก็ปรับเก้าอี้ขึ้นมานั่งในท่าเตรียมพร้อมที่จะทานอาหาร แล้วก็เริ่มปลดถาดอาหารที่ติดอยู่กับเก้าอี้ด้านหน้าออกมา

แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกใจอะไรบางอย่างนั่นก็คือ ชายสูงอายุคนนั้นเริ่มปลดถาดอาหารออกมาจากเก้าอี้ด้านหน้าเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขาปลดถาดออกมาสองตัว นั่นก็คือด้านหน้าของตัวเขาเองกับด้านหน้าของเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่

พอพนักงานมาเสิร์ฟอาหาร ชายหนุ่มก็ต้องงงมากกว่าเดิม เนื่องจากว่ามีการเสิร์ฟอาหารทั้งสามที่ ทั้ง ๆ ที่ตัวกลางไม่มีใครนั่งอยู่ แต่เขาก็ไม่คิดอะไรมาก ชายสูงวัยคนดังกล่าวอาจจะขออาหารเพิ่มเป็นสองที่ก็ได้

ชายหนุ่มทานอาหารเสร็จก่อนชายสูงอายุ เขาเลยล้มตัวลงปรับเก้าอี้ไปสู่ท่านอน เนื่องจากบินมาหลายชั่วโมงแล้วก็เลยเริ่มรู้สึกง่วง

ชายหนุ่มหลับไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งเนื่องจากปวดท้องอยากจะเข้าห้องน้ำ พอลืมตาตื่นขึ้นมา เครื่องบินทั้งลำก็ตกอยู่ในความมืด เนื่องจากว่ามีการดับไฟให้ผู้โดยสารทั้งลำได้พักผ่อน

แสงสว่างเท่าที่มีก็มีอยู่แค่ตรงทางเดินซึ่งเป็นไฟเส้นเล็ก ๆ ยาว ๆ สว่างตลอดทางเดินไปสู่ห้องน้ำและประตูออกฉุกเฉิน ขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นจากที่นั่งนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตรงกลางทางเดิน เขาเห็นเป็นเงาตะคุ่ม ๆ ของใครบางคน เงานั้นเหมือนกำลังชะโงกหัวและชูมือขึ้นลง ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงแค่สามถึงสี่เมตรเท่านั้น

ชายหนุ่มก็ตกใจ เขาเลยเพ่งดูดี ๆ อีกครั้ง คราวนี้กลับไม่เห็นอะไรเลย เขาปลอบใจตัวเองว่าอาจจะตาฝาดไป หันไปมองทางด้านซ้ายมือของตัวเอง ชายสูงอายุก็ยังคงนอนหลับอยู่ข้าง ๆ มองไปรอบตัวผู้โดยสารคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็นอนหลับกันหมด มีแค่บางคนเท่านั้นที่เปิดไฟอ่านหนังสือ

ชายหนุ่มก็เลยลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำ พอไปถึงห้องน้ำเขาก็ล้างหน้าล้างตาเพื่อให้หายง่วง แล้วก็นั่งลงบนชักโครกเพื่อจะทำธุระส่วนตัว

ขอให้นึกภาพลักษณะห้องน้ำบนเครื่องบิน คือประตูห้องน้ำนั้นจะไม่ใช่ประตูที่ใช้ดันเข้าออก แต่จะเป็นประตูบานพับที่ใช้ผลักไปทางซ้ายขวา ซ้ายมือก็คืออ่างล้างหน้า ถัดไปนิดเดียวก็คือโถชักโครก มีที่ว่างให้ขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังนั่งทำธุระส่วนตัวอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีหญิงชราคนหนึ่งโผล่เข้ามา ลักษณะคือเธอเป็นชาวต่างชาติ ผมสีบลอนด์ ใบหน้านั้นมีแต่รอยเหี่ยวย่น สวมชุดยาวสีน้ำเงินเข้ม ร่างนั้นเดินทะลุประตูห้องน้ำตรงเข้ามา โดยหญิงชราคนนั้นเหมือนกับว่าจะไม่เห็นชายหนุ่มเลย

หญิงชราหลังจากเดินทะลุประตูห้องน้ำเข้ามาแล้ว เขาก็หันหน้ามองกระจก ในมือเขามีกระเป๋าเครื่องสำอางเล็ก ๆ ติดมาด้วย แล้วเขาก็เริ่มแต่งหน้า โดยที่ถัดไปไม่ถึงครึ่งเมตร ชายหนุ่มก็ยังคงนั่งบนโถชักโครกอยู่

ชายหนุ่มช็อกกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า คราวนี้เขามั่นใจแล้วว่าเขาไม่ได้ฝันไป เขาไม่กล้ามองร่างนั้นนานจึงก้มลงต่ำมองที่พื้น แต่การกระทำแบบนี้นั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มช็อกหนักเข้าไปอีก!

อย่างที่บอกว่าห้องน้ำนั้นแคบแค่นิดเดียว พอชายหนุ่มก้มลงมองที่พื้นก็แทบช็อก เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าร่างของหญิงชราขาไม่ติดพื้น ชายหนุ่มหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะหนีออกไปเพราะร่างของหญิงชรานั้นยืนบังประตูอยู่!

เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ชายหนุ่มตัดสินใจลืมตาขึ้น แต่เขาก็ไม่เห็นอะไรแล้ว เขารีบลุกขึ้นแต่งตัวแล้วกระโจนออกจากห้องน้ำทันที ข้างนอกในเวลานี้ทางเดินยังคงมืดอยู่ เขารีบเดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง พอเดินกำลังจะถึงที่นั่งอยู่แล้วอีกแค่ไม่กี่ก้าว แล้วเขาก็พบว่า เก้าอี้ตัวกลางที่เคยว่างอยู่ แต่ในขณะนี้มีคนนั่งแล้ว และคนที่นั่งอยู่ก็คือหญิงชราคนนั้น! คนที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อกี้นี้!!

ชายหนุ่มตกใจสุดขีด รีบวิ่งไปหาพนักงานต้อนรับแล้วก็เอะอะโวยวาย เล่าเรื่องราวทุกอย่างที่เจอมาให้เขาฟัง จนพนักงานต้อนรับอาวุโสต้องเดินมาคุยเอง พอชายหนุ่มเริ่มได้สติ พนักงานต้อนรับก็เลยพาเดินกลับไปที่นั่ง ซึ่งในเวลานี้มีเพียงแค่ชายชราที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเพียงคนเดียวเท่านั้น

ชายหนุ่มที่กำลังขวัญเสียไม่กล้าเดินกลับไปนั่งที่ พนักงานต้อนรับอาวุโสก็เดินเข้าไปปลุกชายชราคนนั้น พูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง แล้วชายชราคนนั้นก็เริ่มร้องไห้ออกมา…

ในเวลาขณะนั้นเหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงที่หมายแล้ว แต่ว่าชายหนุ่มก็ยังยืนยันที่จะขอเปลี่ยนที่นั่ง ไม่ขอกลับไปนั่งที่เดิมเป็นอันขาด พนักงานต้อนรับอาวุโสก็เลยเปลี่ยนที่นั่งให้เขาไปนั่งอีกที่หนึ่งแทน

พอเครื่องถึงที่หมาย พนักงานต้อนรับท่านอื่นก็บอกให้ชายหนุ่มรอสักครู่ แล้วพนักงานต้อนรับระดับอาวุโสและกัปตันก็เดินเข้ามาเล่าเรื่องราวทั้งหมด และกล่าวคำขอโทษกับชายหนุ่ม

เรื่องทั้งหมดก็มีอยู่ว่า ในตอนที่เครื่องแวะพักที่สนามบินนั้น ได้มีการจองตั๋วที่นั่งสองที่มาก่อนหน้านั้นแล้ว เพื่อจะมุ่งหน้าเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เป็นชายชราท่านหนึ่งกับภรรยาของเขา แต่เนื่องจากว่าภรรยาของเขาเป็นโรคหัวใจเสียชีวิตกะทันหัน และสามีต้องการที่จะนำศพเธอกลับบ้าน ทั้งคู่จึงได้อาศัยเครื่องบินลำนี้มาด้วยกัน เพียงแต่ว่าชายชรานั้นนั่งอยู่ใกล้กับชายหนุ่ม ส่วนภรรยานั้นเป็นศพโหลดมาใต้เครื่องบิน และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!