โทรศัพท์ตก – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นประสบการณ์ตรงของผม แต่เป็นเรื่องที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนที่รู้จัก ที่เขาเล่าให้ฟังต่อมาอีกทอดหนึ่ง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ได้รับการเล่าสู่กันฟังจนเป็นที่กล่าวขานกันพอสมควร ใครหลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวนี้มาบ้างแล้ว แต่ผมอยากจะขอเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องมีอยู่ว่า…

ในคืนหนึ่งขณะที่ผมกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่ก็บังเอิญได้พบกับโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งตกอยู่บนทางเท้า ผมเลยตัดสินใจหยุดเดินและหยิบมันขึ้นมาดู โดยตั้งใจว่าจะหาทางนำไปคืนเจ้าของให้ได้

ลักษณะของโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เป็นสีชมพู มีที่ห้อยโทรศัพท์มือถือน่ารัก ๆ แบบเด็กผู้หญิง พร้อมด้วยรูปถ่ายสติ๊กเกอร์ของสาวมัธยมสองคนที่ยืนอยู่คู่กัน แปะเอาไว้ด้านหลังของตัวเครื่อง นั่นก็พอทำให้ผมรู้คร่าว ๆ แล้วว่าเจ้าของเครื่องน่าจะเป็นหนึ่งในสองคนนี้ เด็กสาวอาจจะทำโทรศัพท์เครื่องนี้ตกโดยที่ไม่รู้ตัว

ในระหว่างที่ผมถือโทรศัพท์เครื่องนั้นอยู่ในมือ พลางคิดว่าจะนำโทรศัพท์ส่งคืนเจ้าของอย่างไรนั้น เสียงของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมจึงรีบกดรับสาย

“ฮัลโหล..สวัสดีค่ะ บังเอิญหนูทำมือถือตกเอาไว้”

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น และในขณะนั้นก็มีเสียงผู้หญิงอีกคนหนึ่งพูดอยู่ใกล้ ๆ กัน ซึ่งผมเดาเอาว่าน่าจะเป็นเด็กผู้หญิงสองคนที่อยู่ในรูปสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่กับเครื่อง เธอทั้งสองคนคงกำลังพยายามโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของตัวเอง และก็หวังว่าจะมีใครสักคนที่เดินผ่านมาแล้วกดรับ และนำโทรศัพท์ไปส่งคืนให้กับพวกเธอ

“อ๋อครับ คุณเป็นเจ้าของใช่ไหมครับ” ผมจึงพูดตอบกลับไป

“ใช่ค่ะ ยังไงรบกวนนำโทรศัพท์มาคืนให้หน่อยได้ไหมคะ”

“แล้วสะดวกให้ผมเอาไปคืนที่ไหน หรือยังไงดีครับ”

“บังเอิญว่าตอนนี้พวกเราไม่สะดวกที่จะเดินไปหาน่ะค่ะ รบกวนพี่ช่วยเดินเอาโทรศัพท์มาให้ได้ไหมคะ” เสียงของเด็กผู้หญิงก็ตอบกลับมา

“ได้ครับ แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอครับ”

“พี่รู้จักร้านสะดวกซื้อที่อยู่ติดกับถนนเส้นหลักไหม” เสียงของปลายสายก็ตอบกลับมาเพื่อระบุสถานที่

“อ๋อ..ถนนเส้นหลักที่อยู่ใกล้ ๆ นี้ใช่ไหมครับ พวกคุณจะรออยู่แถวนั้นใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวหนูจะรออยู่แถวนี้ แต่ว่ายังไงช่วยรีบ ๆ มาหน่อยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ ”

ผมถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในมือ และก็พยายามมองหาทางที่จะไปที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนั้น ในการสนทนาและฟังจากน้ำเสียงของเธอ ท่าทางเธอดูร้อนรนเหมือนกับว่ากำลังมีปัญหาและต้องการมือถือคืนโดยเร็ว ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด ซึ่งในระหว่างนั้นผมก็ยังไม่ได้วางสายโทรศัพท์แต่อย่างใด เสียงจากปลายสายก็ดังลอดออกมาเป็นระยะ ๆ

“ช่วยรีบ ๆ มาหน่อยได้ไหมคะ ขอร้องล่ะค่ะ มาไว ๆ กว่านี้ได้ไหมคะ”

พอได้ยินแบบนั้น ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กสาวทั้งสองถึงต้องการโทรศัพท์เครื่องนี้คืนเร็วขนาดนั้น หรือบางทีเธออาจจะร้อนใจ กลัวผมจะปิดเครื่องหนีไปล่ะมั้ง

ผมเร่งฝีเท้าเดินมาจนถึงถนนเส้นหลัก และก็เห็นร้านสะดวกซื้ออยู่ฝั่งตรงข้ามถนน แต่อยู่ไกลออกไปนิดหน่อย ผมกำลังจะข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง แต่ด้วยความเร่งรีบและตานั้นก็ไม่ได้จับจ้องตรงทางเดิน มัวแต่มองฝั่งตรงกันข้าม จนผมสะดุดทางเท้าล้มลงไปกองกับพื้น

โทรศัพท์มือถือสีชมพูที่ผมกำอยู่นั้นก็กระเด็นหลุดออกจากมือ และในขณะนั้นเอง เสียงล้อรถบดกับพื้นถนน ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ผมนั้นตกใจแทบช็อกกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา รถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ พุ่งชนเข้ากับขอบข้างทางพลิกคว่ำอยู่ด้านหน้าของผม!

ในตอนนั้นผมได้แต่คิดว่า ถ้าผมเผลอวิ่งออกไปเมื่อกี้โดยที่ไม่เสียหลักหกล้มไปเสียก่อน มีหวังผมได้โดนรถบรรทุกคันนี้ชนเอาแน่ ๆ

ผมตกตะลึงนั่งอึ้งอยู่ตรงขอบทางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ แล้วค่อย ๆ กวาดสายตาฝ่าความมืดเพื่อมองหาโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น แต่ปรากฏว่ามันตกอยู่ใกล้ ๆ ตัวของผมนี่เอง ห่างไปแค่ไม่ถึงก้าว และในระหว่างที่ผมกำลังเอื้อมมือไปหยิบ ก็มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นว่า

“มาถึงแล้วก็ช่วยเอามาคืนให้ถึงที่ด้วย!!”

น้ำเสียงปลายสายเปลี่ยนไป มันช่างดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ

แล้วสายตาของผมก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่ง ตรงขอบกั้นถนนหน้าร้านสะดวกซื้อ…ตรงจุดหมายที่ผมกำลังจะมุ่งหน้าไป ตรงนั้นมีช่อดอกไม้สองช่อ พร้อมกับสิ่งของต่าง ๆ วางพิงเอาไว้ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้!

ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวจนขนลุกซู่ เด็กสาวทั้งสองคงต้องการของของพวกเธอคืน แต่ก็ไม่แน่…พวกเธออาจจะไม่ได้ต้องการแค่โทรศัพท์มือถือ การที่เธอเร่งให้ผมรีบไปให้ทันจังหวะรถบรรทุกคันนั้น บางทีเธออาจจะอยากได้ผมไปเป็นตัวตายตัวแทนก็เป็นได้…

ขอขอบคุณที่มา: Shock Time Story ล้อมวง เล่า เรื่อง ผี

กดแชร์บทความ

error: Content is protected !!