คนปากดี – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

สวัสดีครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นในเดือนมกราคมเมื่อสามปีก่อน ผมกับกลุ่มเพื่อน เรามักจะนัดกันไปสังสรรค์ที่ต่างจังหวัดกันอยู่บ่อย ๆ โดยในครั้งนี้เราก็ไปกันที่จังหวัดระยอง ผมให้ ไอ้โต้ เป็นคนทำเรื่องจองและจัดหาที่พัก พอถึงวันที่ผมจะออกทริปไปกับเพื่อน ๆ ก่อนจะไปแม่บอกว่า

“วันนี้แม่ตากระตุกแต่เช้าเลย รู้สึกแปลก ๆ นี่เราจะไปเที่ยวได้ใส่พระบ้างไหมเนี่ย”

“โอ๊ย ใส่ตลอดแหละแม่ ไม่ต้องห่วง”

แต่จริง ๆ แล้ว สร้อยพระของผม ผมลืมไว้ที่ห้องเพื่อน หลังจากนั้นผมกับเพื่อนก็ออกเดินทางกันตามปกติ ทริปของเราก็คือ อยากแวะตรงไหน อยากทำอะไร ก็จัดเลยตามที่เราต้องการ

จนเริ่มตกเย็น พวกเราก็เข้าที่พักกัน ครั้งนี้ที่ผมไปพักนั้นเป็นคล้าย ๆ บังะโล มีที่เล็ก ๆ ด้านหน้าของตัวบ้านให้เราปิ้งย่างกันได้

ในช่วงที่ผมและเพื่อน ๆ เดินเข้าที่พัก ผมก็สังเกตเห็นห้องพักข้าง ๆ ว่าวันนี้ไม่มีใครเช่าพักเลยเหรอ เพราะไม่เห็นมีคนเลย และที่สำคัญห้องพักของเราก็อยู่ลึกมาก เกือบจะเป็นหลังสุดท้าย ผมก็คิดว่า สงสัยไอ้โต้มันคงบอกเค้า เพราะพวกเราชอบเสียงดังกัน

พอตกดึก เราก็สังสรรค์เฮฮากันปกติตามประสาวัยรุ่น และต้องมีแอลกอฮอล์อย่างแน่นอน สักพักไอ้โต้ก็พูดขึ้นว่า

“พวกมึงคิดว่าที่นี่มีผีหรือเปล่าวะ”

“โอ้ยยยย อีโต้ ปากเหี้ยอีกละ กูนี่เกลียดมึงจริง ๆ เมาแล้วปากหมา” เปิ้ล แฟนของเพื่อนในกลุ่มผมพูดสวนขึ้น แล้วเปิ้ลก็ลุกออกไปหากลุ่มที่อยู่ตรงเตาปิ้งย่างแทน

“มึงก็ชอบไปกวนตีนไอ้เปิ้ลมัน มึงก็รู้ว่าแม่งกลัวผีจะตายห่า” ผมพูดต่อ พร้อม ๆ กับที่ไอ้โต้กำลังหัวเราะกับเรื่องที่เกิดขึ้น

คืนนั้นเรานั่งกินกันเรื่อย ๆ จนถึงช่วงประมาณเที่ยงคืนกว่า ๆ โซดาและกับแกล้มก็เริ่มหมด ไอ้โต้กับเพื่อนอีกคนจึงอาสาที่จะออกไปซื้อให้ พอไอ้โต้กับเพื่อนอีกคนกำลังเดินไปขึ้นรถ เพื่อจะขับออกไปซื้อของ

“ไอ้เหี้ยยยย! ผีหลอกกกก!!!”

เป็นเสียงตะโกนดังลั่นขึ้นมา พวกผมกับเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ก็พากันวิ่งไปตรงจุดที่เกิดเสียงนั้น

“ฮ่าๆๆ พวกมึงโดนกูหลอกอีกแล้ว…”

เสียงนี้ดังขึ้นเมื่อพวกผมวิ่งมาดูว่ามันเป็นอะไรขึ้นหรือเปล่า แต่ไอ้โต้มันกลับยืนหัวเราะอยู่กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง พร้อมกับพูดว่า

“ผีห่าไร ไม่มีหรอก ถ้ามีแล้วเป็นผีผู้หญิงนะ กูจะจับปล้ำแม่งเลย”

หลังจากนั้นพวกผมก็ด่ามัน แล้วก็เดินกลับบ้านพักไป หลังจากเราสังสรรค์กันเสร็จ เราก็เข้าที่พักกัน โดยในที่พักเป็นห้องรวม คือทุกคนนอนอยู่ในห้องเดียวกัน

สักประมาณตีสามน่าจะได้ อยู่ดี ๆ ผมก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา จนต้องลืมตาตื่น และสิ่งที่ผมเห็นคือ มีผู้หญิงนั่งคร่อมอยู่บนตัวไอ้โต้ ในขณะที่ไอ้โต้เหมือนพยายามจะพูด แต่พูดแบบไม่มีเสียง น้ำตามันไหลพราก ด้วยความตกใจ ผมก็เอามือคว้าสร้อยที่คอจะเอาไปให้มัน เพราะโดยส่วนตัวผมเป็นคนไม่ค่อยกลัวผี เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่า ผมลืมเอาสร้อยพระมา!

ผมเลยจะสวดมนต์แผ่เมตตาให้เขา พอผมหลับตาลงก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นต่อหน้าผมว่า

“กูไม่เอาบุญ! แต่กูจะเอาเพื่อนมึงไปอยู่ด้วย!!”

ตอนนั้นผมตกใจมาก ถึงแม้ผมจะเคยชินกับเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วก็ตาม ผมเลยลืมตาขึ้น และสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมก็คือ เป็นผู้หญิงผมขาว ๆ ไม่รู้ว่ามีลูกตาหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าตาของเขามันลึกและโบ๋ลงไป เหมือนคนไม่มีลูกตา

ใบหน้านั้นเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ ผม แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องช็อกไปกว่านั้นคือ ขณะที่หน้าของเขาอยู่ใกล้หน้าผม แต่ตัวของเขายังนั่งอยู่บนตัวของไอ้โต้เพื่อนผมอยู่เลย ซึ่งผมกับไอ้โต้ไม่ได้นอนติดกัน เพราะมีเพื่อน ๆ อีกหกคนนอนกั้นระหว่างผมกับมันอยู่

พระเจ้า! และแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ดึงหัวตัวเองกลับไป ผมบอกเลยว่า ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเจอผีที่ไหนดุและเฮี้ยนขนาดนี้เลย ร่างนั้นค่อย ๆ หดคอที่ยืดยาวกลับไป ผมจึงพูดในใจกับเธอไปว่า

“จะเอาเพื่อนผมไปได้ยังไง มันไปทำอะไรให้คุณ”

ร่างนั้นหันมามองผม แล้วพุ่งหน้าของเธอมาที่ผมอีกครั้ง แล้วบอกว่า

“ก็มันพูดเองไม่ใช่เหรอว่าอยากเจอกู แล้วมันก็เยี่ยวรดรูปกู!!”

ผมตกใจมากกับสิ่งที่ผมเห็นและสิ่งที่เธอพูด ผมจึงยกมือไหว้ แล้วบอกว่า “ผมขอโทษแทนมันด้วย เดี๋ยวผมจะพามันไปทำบุญและไปขอขมา!!”

พอผมพูดจบ เธอก็หายวับไปทันที ไอ้โต้ลุกพรวดขึ้นแล้ววิ่งมากอดผมใหญ่ พร้อมกับพูดว่า

“มันบอกมันจะเอากูไปอยู่ด้วย…กูกลัว!!”

เสียงสะอึกสะอื้นของมันทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความกลัวของมันจริง ๆ มันร้องไห้เสียงดังจนเพื่อน ๆ ทุกคนพากันตื่น

พอรุ่งเช้า เราทุกคนพามันไปทำบุญที่วัดในตัวจังหวัด พร้อมกับทำพิธีขอขมาต่อดวงวิญญาณตนนั้น หลังจากนั้นผมก็ถามมันว่า

“แล้วมึงไปฉี่ตรงไหน เขาบอกว่าเมื่อคืนมึงไปฉี่รดรูปของเขา”

มันนึกอยู่สักพัก แล้วมันก็นึกขึ้นได้ว่ามันไปฉี่แถวบ้านพักนั่นแหละ หลังจากที่มันตะโกนหลอกเพื่อน ๆ ว่าผีหลอก

ผมกับเพื่อน ๆ ก็เลยไปตามหากัน พร้อมกับถามพนักงาน แต่พนักงานบอกว่าไม่รู้เรื่องจริง ๆ เพราะพวกเธอเพิ่งจะเข้ามาทำงานที่นี่กันใหม่ยกชุด ทุกตำแหน่งเลย เพราะที่พักแห่งนี้เจ้าของคนปัจจุบันเขาเซ้งต่อมาจากเจ้าของเดิม

เราเลยตัดสินใจไปถามที่พักข้าง ๆ และคนแถวนั้น จนได้ความว่า ที่พักแห่งนี้แต่ก่อนเคยเป็นพื้นที่ของเศรษฐีเก่าที่ปลูกบ้านไว้ มีเพียงผู้เป็นแม่ที่อยู่ในบ้านหลังนี้เพียงลำพัง หลังจากสามีตายไป ลูก ๆ ต่างก็ออกเรือนและไม่ได้กลับมาที่นี่กันอีกเลย

จนกระทั่งผู้เป็นแม่ผูกคอตายโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ ลูก ๆ ของเธอก็เลยปรับพื้นที่ทำเป็นรีสอร์ตขึ้นมา แต่เหมือนไปไม่รอดจึงเซ้งต่อให้กับคนอื่น จนมาถึงเจ้าของคนปัจจุบัน คือเป็นเจ้าที่สี่แล้ว ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง ผมได้รับข้อมูลนี้มาจากยายคนหนึ่ง ที่แกมานั่งกินข้าวอยู่ในร้านที่พวกผมกินอยู่ แกคงได้ยินผมคุยกับเจ้าของร้านข้าวถึงเรื่องรีสอร์ตแห่งนี้ แกเลยเดินมาแล้วพูดว่า

“ยายเปียก…แกหวงที่ผืนนี้มาก แกเฝ้าอยู่ที่นี่มาตลอด ศพแกก็ฝังอยู่ตรงนั้น ปกติแกจะไม่มารบกวนใครหรอก แต่ถ้าทำอะไรไม่ดีหรือไปลบหลู่เข้าก็จะโดนแกหลอกทุกราย”

พอผมกับเพื่อน ๆ ได้ยิน เราก็ตัดสินใจเปลี่ยนที่พักทันที เพราะทริปของเรายังเหลืออีกสองคืน เราจึงกลับไปเช็คเอ้าท์และหาที่พักใหม่

ในขณะที่ผมกับเพื่อนกำลังขนของกลับออกไปที่รถ ลูกบอลที่เราเอามาเตะเล่นกันก็ดันหลุดมือ กลิ้งๆๆ ผมก็เดินตามไปเก็บ แล้วตอนนั้นของก็เต็มไม้เต็มมือไปหมด แล้วลูกบอลของผมมันก็ไปหยุดอยู่ตรงริมกำแพงบ้านหลังนั้น ตรงบริเวณที่ไอ้โต้ไปฉี่

ผมก็ก้มลงเก็บลูกบอล และสังเกตเห็นว่าพื้นตรงนี้มีการเทปูนใหม่ มันมีเหมือนขอบรูปสีขาว ๆ ติดอยู่ที่ขอบกำแพงบ้าน แต่เห็นไม่เต็มรูป เห็นเพียงแค่ขอบบน ผมเลยยกมือไหว้ พูดขอขมาแทนไอ้โต้และเพื่อน ๆ ทุกคน

“หากพวกผมทำอะไรลงไปที่ไม่เหมาะไม่ควร ผมขอขมายายเปียกด้วยนะครับ”

แล้วผมก็เดินออกมา แต่พอผมหันหลังกลับก็มีลมแรง ๆ มาปะทะเข้ามาที่หน้าเต็ม ๆ เหมือนแสดงให้ผมรู้ว่า เขาคงรับรู้และคงให้อภัยกับสิ่งที่ไอ้โต้และพวกผมได้กระทำลงไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ขอขอบคุณที่มา: เรื่องหลอนสยองขวัญ

error: Content is protected !!