เพราะมึงกูถึงตาย!! – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2550 ในซอยเล็ก ๆ ที่ทะลุระหว่างเส้นสุขสวัสดิ์กับประชาอุทิศ

บ้านของ ลุงเปี๊ยก ก็อยู่ในซอยนี้ ซึ่งบ้านของลุงแกก็อยู่ต้น ๆ ซอยทางฝั่งประชาอุทิศนั่นแหละครับ ตอนดึก ๆ จะมีพวกเด็กแว้นชอบรวมกลุ่มกัน เพื่อจะไปขับรถแข่งกันเส้นสุขสวัสดิ์

เต้ เด็กแถวบ้านที่ลุงเปี๊ยกเห็นมันมาตั้งแต่เด็ก มันก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของเด็กแว้นกลุ่มนี้ พอตกดึก พวกมันก็จะเตรียมตัวออกไปซิ่งกัน ลุงเปี๊ยกจะบ่นด่ามันอยู่เสมอ เพราะเวลาที่มันขับผ่านหน้าบ้านลุงเปี๊ยก มันจะชอบเร่งเครื่อง เบิ้ลรถเสียงดัง ๆ ใส่หน้าบ้านลุง จนลุงต้องออกมาตะโกนด่ามันทุกวัน

แต่ความอดทนของคนย่อมมีขีดจำกัด หากต้องทำหรือต้องทนกับอะไรที่มันไม่ใช่ ที่เราไม่ชอบ มันก็ต้องระเบิดออกมาสักวัน!!

วันนั้นลุงเปี๊ยกจึงตัดสินใจเดินไปด่าไอ้เต้ที่บ้าน ด่าไปถึงพ่อกับแม่มัน ซึ่งพ่อแม่ของเต้เองก็รู้อยู่แล้วว่าลูกตัวเองเป็นยังไง ก็ได้แต่ขอโทษของโพยลุงแกไป จนสุดท้ายก่อนลุงเปี๊ยกจะเดินกลับบ้าน ลุงเปี๊ยกก็พูดว่า

“ถ้ามึงยังมาบรึ้น ๆ รถใส่หน้าบ้านกูอีก กูขอให้มึงโดนรถชนตาย ตายห่าไปซะ โลกจะได้สูงขึ้น!!” แล้วลุงเปี๊ยกก็เดินกลับบ้านไป

และในคืนนั้นเอง เต้ก็ยังทำพฤติกรรมเดิม ๆ มันขับรถมา แล้วมาเร่งเครื่องรถเสียงดัง ๆ ใส่หน้าบ้านของลุงเปี๊ยกอีก ด้วยความโมโห ลุงเปี๊ยกจึงหยิบปืนออกมา แล้วทำท่าเหมือนจะยิงใส่เต้ แต่จริง ๆ แล้วในกระบอกปืนนั้นไม่มีลูก ด้วยความตกใจ เต้เลยรีบขับหนีไปทันที

และเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเต้ขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมาด้วยความเร็วโดยไม่ทันระวังว่า กำลังมีรถกระบะขับสวนมาด้วยความเร็วเช่นกัน

โครมมมมมม!!

เสียงของรถกระบะที่ชนมอเตอร์ไซค์เต้เข้าอย่างจัง จนร่างของเต้กระเด็นไปอยู่กลางถนน และในขณะนั้นเอง! รถหกล้ออีกคันที่ขับตามมาก็เบรคไม่ทัน รถหกล้อคันนั้นจึงพุ่งมาเหยียบร่างของเต้ซ้ำเข้าไปอีก จนร่างของเต้แหลกเหลวและขาดใจตายทันที

ด้วยความปากไวของลุงเปี๊ยกอีกเช่นเคย เมื่อได้ยินเสียงรถชนกัน แกก็เลยพูดขึ้นมาว่า

“ขอให้เป็นมึงเถอะไอ้เต้ ไอ้เด็กเวร ตาย ๆ ไปได้ซะก็ดี!!”

ในวันถัดมา ครอบครัวของเต้ก็ได้จัดพิธีศพตามประเพณีของศาสนาอิสลาม ซึ่งในตอนนั้น ลุงเปี๊ยกเองก็ยังไม่รู้ว่าเต้ได้เสียชีวิตไปแล้ว

ในทุก ๆ คืนก่อนที่ลุงเปี๊ยกจะเข้าบ้านนอน แกจะชอบมานั่งกินเบียร์คนเดียวอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านของแกอยู่เป็นประจำ คืนนั้นเองในขณะที่ลุงเปี๊ยกนั่งกินเบียร์อยู่หน้าบ้านอย่างสบายอารมณ์ แต่ที่แปลก ๆ ไปคือ

‘ทำไมวันนี้มันเงียบจัง ไอ้พวกเด็กเวรนั่นยังไม่รวมก๊วนกันอีกเหรอ’

ขณะที่แกกำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น แกก็เห็นคน ๆ หนึ่งเดินออกมาจากเงามืดหลังเสาไฟ เดินตรงเข้ามาหาแก ร่างนั้นค่อย ๆ เดินกะเผลก ๆ เหมือนคนเจ็บขา

“อ้าว ไอ้เด็กเหี้ย! กูนึกว่ามึงตายห่าไปแล้ว ไปคว่ำมาล่ะสิ!!”

ลุงเปี๊ยกตะโกนดักไปก่อน ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นหน้าคาดตาอย่างชัดเจนว่าคน ๆ นั้นเป็นใครกันแน่

แต่เมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ใกล้ขึ้น และก็ใกล้มากขึ้น ร่างนั้นก็คือไอ้เต้!! ที่เดินตรงเข้ามาพร้อมกับเลือดที่อาบอยู่เต็มตัว ลุงเปี๊ยกเห็นก็ถึงกับผงะ แต่ก็พูดออกไปว่า

“เห่อะ! เลือดออกขนาดนี้ยังไม่ตายอีกเหรอ!!”

ร่างนั้นไม่ตอบโต้อะไร ได้แต่ค่อย ๆ เดินกะเผลก ๆ แล้วมายืนข้าง ๆ ลุงเปี๊ยก แล้วลุงเปี๊ยกก็ต้องจดจำภาพนี้ไปจนวันตาย กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง พร้อมกันนั้นเต้ก็ค่อย ๆ หันหน้ามา แล้วพูดว่า

“เพราะมึงแช่งกูไง! กูถึงตาย!!”

สิ้นคำพูด ร่างนั้นก็กระอักเลือดไหลพลั่ก ๆ ออกมาทั้งทางปาก ทางจมูก แล้วร่างนั้นก็หักกลางลำตัวเสียงดังกร๊อบ! แล้วหล่นตุ้บ! ลงบนโต๊ะกับแกล้มของลุงเปี๊ยก!!

ลุงเปี๊ยกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่พูดว่า “ผีหลอกกกก!! อย่ามาหลอกกูเลย!! ผีหลอกกก!!!” จนคนแถวนั้นมาเห็นอีกที ในสภาพที่ลุงเปี๊ยกสลบไปแล้ว

ลุงเปี๊ยกสลบไปสองวันเต็ม ๆ พอตื่นขึ้นมาก็เพ้อพูดแต่ว่า ผีหลอกๆๆ จนต้องทำการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล บำบัดเป็นเวลาเกือบสองปี

ปัจจุบันนี้ลุงเปี๊ยกหายเป็นปกติแล้วนะครับ แต่ลุงแกจะชอบพูดอยู่เสมอว่า เกือบทุกคืนแกจะเห็นไอ้เต้ชอบมาเดินไปมาอยู่แถว ๆ หน้าบ้านแก

ตั้งแต่ลุงแกออกจากโรงพยาบาลมา แกก็ไม่กล้าไปนั่งกินหรือทำกิจกรรมอะไรที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านแกอีกเลย

ขอขอบคุณที่มา: เรื่องหลอนสยองขวัญ

error: Content is protected !!