แมลงวัน – เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เรื่องของสัมผัสที่หก เป็นเรื่องที่หลายคนให้ความเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ที่ได้ประสบกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ๆ ซึ่งบางครั้งเราก็เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ลางสังหรณ์

ลางสังหรณ์ ที่เกิดกับบางคนนั้น ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทุกคนไม่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ความตาย และที่แปลกคือ มันมักจะเกิดกับผู้ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ที่กำลังจะเกิดอันตราย หรือเสียชีวิตหลังจากลางสังหรณ์นั้นเกิดขึ้นได้ไม่นาน

โดยลางสังหรณ์นั้นอาจจะเกิดได้กับทั้งผู้ที่มีประสาทสัมผัสที่หกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว หรืออาจจะเกิดในลักษณะแบบเฉพาะกิจ กล่าวคือ เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หรือกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเพียงเท่านั้น ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ผมเองก็เคยประสบกับลางสังหรณ์มาเช่นกัน เป็นเรื่องที่เกิดเมื่อครั้งที่ผมยังเรียนอยู่เพียงชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ ถึงแม้เวลาจะผ่านมาค่อนข้างนานแล้ว แต่ผมก็ยังจำเหตุการณ์นี้ได้อยู่อย่างชัดเจน

ช่วงเหตุการณ์นี้ ครอบครัวของผมอาศัยอยู่ในตึกแถวที่เรียกว่า ทาวน์เฮาส์ หรือ อาคารพาณิชย์ ขนาดสองชั้น ชั้นล่างจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ตอนหน้าเป็นพื้นที่โล่ง จัดไว้เป็นห้องรับแขก ส่วนตอนหลังถูกจัดไว้เป็นห้องครัว เพดานของชั้นล่างนี้จะค่อนข้างสูงทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก จึงทำให้ไม่ค่อยรู้สึกร้อนโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน หรือเวลากลางวันที่แดดแรงมาก ๆ

ผมจำได้ว่า ที่เพดานของส่วนที่จัดไว้เป็นห้องรับแขกจะมีโคมไฟที่ทำจากเปลือกหอย ซึ่งพ่อของผมซื้อมาจากภูเก็ตแล้วนำมาแขวนเอาไว้ ส่วนประตูหน้าบ้านจะเป็นประตูเหล็กที่ดึงลากชักปิดได้ ซึ่งตามปกติเวลา กลางวันก็จะเปิดโล่งเอาไว้ตลอด

หลังจากที่ครอบครัวของผมย้ายเข้ามาอาศัยที่บ้านหลังนี้ได้ประมาณสองถึงสามปีอย่างสงบสุข เช้าวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นลางบอกเหตุ หรือลางสังหรณ์ที่บอกถึงเหตุการณ์ร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของผมเอง

เพราะในเช้าวันนั้น มีแมลงวันหัวเขียวซึ่งมีขนาดใหญ่มาก บินมาจากแห่งหนตำบลใดก็ไม่รู้ เพราะบ้านของผมก็ไม่ได้ตั้งอยู่ติดกับกองขยะแม้แต่น้อย มันบินเข้ามาเกาะที่บริเวณโคมไฟเปลือกหอยที่แขวนอยู่ในห้องรับแขกเป็นฝูงใหญ่ มองดูทั้งน่ากลัวและน่าขยะแขยงไปด้วย จนต้องใช้ไม้กวาดหยากไย่ซึ่งมีด้ามไม้กวาดยาวถึงเพดานมาปัดไล่

แต่ก็แปลกตรงที่ไล่แล้วก็ไม่ยอมไป ถึงไปก็ไปไม่นานก็บินกลับมาใหม่ จนคนที่ไล่เหนื่อย ต้องหยุดไล่และทำเป็นไม่สนใจไปเอง ตัวผมเมื่อเห็นดังนั้นก็ขึ้นไปบอกคุณย่าที่กำลังแต่งตัวอยู่ชั้นบนของบ้าน

แต่ระหว่างที่กำลังขึ้นไปก็เห็นแมลงวันหัวเขียวตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ราวบันได ใกล้บริเวณที่มือของผมวางอยู่ แล้วแมลงวันตัวนี้ก็ถ่ายอุจจาระออกมา ผมก็เลยตะโกนบอกย่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย่าของผมเมื่อได้ฟังก็รู้สึกแปลกใจถึงกับเอ่ยปากว่า มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

แต่ท่านก็สนใจอยู่ได้ไม่นาน ปู่และย่าของผมก็ออกไปธุระกับเพื่อนนักธุรกิจที่เดินทางมาจากภูเก็ต ในช่วงนั้นครอบครัวของผมเพิ่งเริ่มสร้างฐานะ จึงยังไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ปู่และย่าพร้อมด้วยเพื่อนของท่านก็เลยนั่งรถ โดยสารที่คล้ายรถสองแถวทั่วไปแต่เล็กกว่า ซึ่งเป็นรถรับจ้าง

ต่อมาในช่วงสายของเช้าวันนั้น หลังจากที่ปู่และย่าออกไปได้สักพักใหญ่ แมลงวันหัวเขียวก็ได้ทยอยบินออกไปจากบ้าน เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัว ในช่วงนั้นเองก็มีคนมาบอกว่าปู่โดนยิงในรถโดยสาร ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล

ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ได้ยินข่าวก็รู้สึกงง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อพ่อรู้ข่าวก็สั่งให้ผมกับพี่เลี้ยงไปบอกให้ป้าที่อยู่ต่างอำเภอทราบ ส่วนพ่อกับอาผู้ชายก็รีบไปดูอาการปู่ที่โรงพยาบาล

เมื่อผมไปถึงโรงพยาบาล ย่าผมกำลังสับสนว่าเกิดจากอะไร เพราะปู่เป็นคนสนุกสนานไม่มีศัตรูที่ไหน แต่ทำไมถึงโดนยิง ซึ่งผลจากการสืบสวนของตำรวจในเวลาต่อมาทราบว่า สาเหตุที่ถูกยิงนั้น เพราะคนร้ายตั้งใจจะยิงเพื่อนปู่ที่มาจากภูเก็ตซึ่งนั่งรถไปด้วยกัน ไม่ได้ตั้งใจจะยิงปู่ แต่กระสุนบังเอิญพลาดมาโดนท้องปู่ ทะลุผ่านตับ เสียเลือดมาก

แม้พ่อกับอาที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกันจะพยายามบริจาคเลือดให้เท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะเลือดที่เข้าไปก็ออกจากตับเข้าไปอยู่ในช่องท้องหมด ปู่ทนพิษบาดแผลอยู่ได้ไม่นานนักก็จากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับ

ครอบครัวของผมได้นำศพของปู่มาตั้งสวดไว้ที่บ้าน โดยนำโลงศพมาตั้งตรงส่วนที่เป็นห้องรับแขก ใต้โคมไฟเปลือกหอยที่แมลงวันกลุ่มนั้นมาเกาะ ซึ่งเป็นเหตุบังเอิญที่น่าจะประหลาดอยู่สักหน่อย

ครอบครัวผมตอนนั้นลืมเรื่องแมลงวันไปเลย มารำลึกได้หลังจากเสร็จงานเผาศพปู่ ซึ่งต้องรีบเผาหลังจากที่ตั้งสวดศพไว้เพียงเจ็ดวัน เนื่องจากถือว่าเป็นการเสียชีวิตแบบไม่ปกตินัก หรือที่เรียกว่า ตายโหง

ย่าของผมเสียใจมากที่ต้องเสียปู่ไปอย่างปัจจุบันทันด่วน แม้จะมีเหตุการณ์บางอย่างมาบอกเตือนล่วงหน้าแล้วก็ตาม…

error: Content is protected !!