เธอดักอยู่ที่แยก แถวพระสมุทรเจดีย์!!

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของ ลุงลี เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นตอนปลายเดือนธันวาคมก่อนถึงช่วงปีใหม่ เมื่อเจ็ดปีที่ผ่านมา เรื่องมีอยู่ว่า…

ลุงลีอายุห้าสิบกว่าปี ประกอบอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ แกเป็นคนอารมณ์ดี ไม่มีพิษมีภัยกับใคร กลางดึกคืนนั้นแกได้ไปส่งผู้โดยสารแถวพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ตอนแรกแกก็ว่าจะไม่รับเพราะเวลานั้นก็เกือบๆ ตีสองแล้ว แต่ผู้โดยสารเป็นผู้หญิงและเธอก็ขอร้อง จนสุดท้ายแกก็ใจอ่อนยอมขับไปส่ง

พอขับไปจนใกล้จะถึงที่หมายซึ่งเป็นคอนโด ช่วงบริเวณนั้นข้างทางเป็นป่ารกๆ ผู้โดยสารหญิงที่นั่งมาด้วยเธอก็มองออกไปที่ป่าข้างทาง แต่แล้วจู่ๆ เธอก็สะดุ้งโหยงกระโดดมาเกาะแขนลุงลีแล้วเอาหน้ามาซบ

ตอนนั้นแกก็ตกใจ คิดอยู่สองอย่างคือ อย่างแรกแกคิดว่าเขาจะมาดักปล้นหรือเปล่าเพราะตรงนั้นมันเปลี่ยว ส่วนอย่างที่สองคือแกคิดว่า …หรือน้องเขาจะชอบเรา

ลุงลีก็เลยบอกเธอไปว่า “นั่งดีๆ ทำแบบนี้พี่เป็นคนมีหัวใจก็หวั่นไหวเป็นนะ” แกว่างั้น แต่เธอก็ยังคงก้มหน้าซบกับแขนลุงลีอยู่อย่างนั้น

จนกระทั่งขับมาจนถึงที่หมายเธอคนนั้นก็จะลงรถ แต่ก่อนลงไปเธอถามลุงลีว่า

“พี่…กลับคนเดียวกลัวผีหรือเปล่าเนี่ย”

“ไม่กลัว จะไปกลัวทำไมล่ะครับ”

แกก็ตอบไป แต่เธอก็ถามเรื่องนี้ย้ำๆ อยู่อย่างนั้น ลุงลีเลยแกล้งแซวบอกไปว่า “ถ้าไม่ให้กลับแล้วจะให้พี่อยู่กับน้องเหรอ” พอเธอได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ้มแห้งๆ แล้วจ่ายค่าโดยสาร จากนั้นเธอก็รีบเดินขึ้นตัวอาคารไป

คราวนี้ขากลับลุงลีก็ต้องขับกลับคนเดียว ข้างทางมืดมากๆ แต่ในระหว่างนั้นเองแกก็รู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เหมือนจู่ๆ ขนคอมันก็ลุกวูบวาบๆ อยู่อย่างนั้น ทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่เคยเป็นแบบนี้

ลุงลีขับรถต่อไปอีกสักพักก็เจอสามแยก ลักษณะเป็นทางตรงไปกับเลี้ยวซ้าย แต่แล้วแกก็เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงสามแยกพอดี ลักษณะแต่งตัวมอมแมม แกเห็นแบบนั้นก็คิดว่าน่าจะเป็นคนบ้าคนสติไม่ดี แล้วก็คิดไปว่าถ้าขับไปใกล้แล้วคนบ้ากระโดดมาให้รถชนจะทำยังไง

คิดได้แบบนั้น พอรถขับเข้าไปใกล้ลุงลีก็ชะลอความเร็ว พอระยะห่างกันไม่ถึงสิบเมตรแกก็ตีไฟสูงใส่ และสิ่งที่แกเห็นตรงหน้าคือ ร่างนั้นไม่มีขา! เธอก้มหน้าแล้วยื่นมือข้างหนึ่งขึ้นมาโบกรถช้าๆ ร่างนั้นยืนอยู่ด้วยมืออีกข้างที่ยาวมาก มือนั้นยื่นลงไปค้ำพื้นถนนแทนขา

ลุงลีเห็นแบบนั้นแกตกใจมาก จู่ๆ ร่างกายมันก็อ่อนเปลี้ย ไม่มีแม้กระทั่งแรงจะเหยียบคันเร่ง ในขณะที่รถก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ลุงลีเลยพูดในใจว่า

‘เดี๋ยวจะทำบุญให้ อย่ามาแบบนี้เลย มันน่ากลัว!’

แกค่อยๆ ประคองรถจนขับไปถึงสามแยกจากนั้นก็เลี้ยวซ้าย พ้นตรงนั้นมาได้ลุงลีแกถึงกับเหยียบคันเร่งมิดไมล์ พลางร้องตะโกนลั่นอยู่ในรถคนเดียวว่า

“ช่วยด้วยๆ ผีหลอกกกก!!”

แล้วลุงลีแกก็ดั๊นทะลึ่งหันไปมองกระจกมองหลัง ปรากฏว่าร่างนั้นวิ่งตามมา โดยใช้มือตะกายพื้นตามรถมาติดๆ!

ลุงลีรีบซิ่งหนีจนไปทะลุถนนเส้นหนึ่ง ขับไปจนถึงแหล่งชุมชนมีไฟส่องสว่าง ลุงลีแกก็จอดรถพลางนึกทบทวน ว่าที่เห็นเมื่อกี้นั้นมันคืออะไร

หลังจากหายใจหายคออยู่พักใหญ่แกก็ขับรถต่อเพื่อมุ่งหน้ากลับที่พัก แกว่าคืนนั้นไม่มีแก่ใจจะขับแล้ว แต่ขับไปได้นิดนึงก็ไปเจอยายคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ ลุงลีบอกว่าใจหนึ่งก็ไม่อยากตีรถเปล่า แกเลยสาดไฟสูงใส่ยายแล้วจอดรถเทียบ แล้วถามว่า

“ยายเป็นผีหรือคนครับเนี่ย”

แกว่ายายดูไม่เหมือนผีหรอกแต่ถามเผื่อไว้ก่อน ยายก็บอกว่าแกเป็นคน แล้วลุงลีก็รับยายพาไปส่งซึ่งเป็นทางเดียวกับที่แกจะกลับที่พักอยู่พอดี

สุดท้ายเรื่องมาเฉลยเพราะยายแกทักว่าลุงลีมีอาการแปลกๆ โดนผีหลอกมาสิท่า ลุงลีเลยเล่าให้ฟังว่าไปเจออะไรมา ยายบอกว่าลุงลีโชคดีที่เจอแค่นี้ บางคนเจอเธอเข้ามาอยู่ในรถเลย

ยายก็เลยเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้มีผัวเมียชาวพม่าคู่หนึ่ง วันดีคืนดีทะเลาะกัน ผัวฆ่าเมียจับตัดแขนตัดขายัดใส่ถุงแล้วนำไปทิ้งบริเวณนั้น มีคนมาพบศพเพราะมีหมาไปคุ้ยและคาบแขนศพออกมา

ลุงลีเลยคิดว่าตอนเข้าไปส่งผู้โดยสารหญิงที่คอนโด เธอต้องเจอผีตนนี้แน่ๆ เธอถึงกระโดดมาเกาะลุงลีแบบนั้น

เช้าวันรุ่งขึ้นลุงลีก็ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด แล้วงวดถัดมาลุงลีโชคดีถูกหวยตั้งสี่หมื่น ลุงลีบอกว่าเหมือนจะคุ้มอยู่ เจอแบบนี้แล้วถูกหวย แต่แกขอแค่งวดนี้พอ งวดหน้าไม่เอาแล้ว กลัวจะหัวใจวายตายก่อนจะได้ใช้เงิน และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

error: Content is protected !!