เส้นระยอง-จันทบุรี ชายหัวขาดบนเกาะกลางถนน!

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของคุณเกดกับแฟน ทั้งสองได้ช่วยกิจการของแม่ฝ่ายชายอยู่ที่จังหวัดระยอง ส่วนพ่อกับแม่ของเกดอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว แต่เริ่มเดิมทีครอบครัวของเกดเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ ญาติพี่น้องส่วนใหญ่จึงอาศัยกันอยู่ที่นั่น

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนตุลาคมเมื่อเจ็ดปีที่ผ่านมา คุณลุงของเกดได้กินยาตายไปก่อนหน้านั้นสองวัน ทั้งหมดก็เลยต้องเดินทางไปที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อจะไปร่วมงานศพ

เกดต้องออกจากจังหวัดระยองไปจังหวัดสระแก้วก่อนเพื่อที่จะไปรับพ่อ แม่ น้องชาย แล้วก็ญาติ หลังจากนั้นจึงค่อยออกเดินทางต่อไปที่จังหวัดชัยภูมิ

ตอนไปช่วยงานศพก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเป็นปกติ แต่เรื่องมันมาเกิดตอนขากลับ เมื่อทุกๆ คนได้ออกเดินทางจากจังหวัดชัยภูมิในช่วงเวลาประมาณสี่โมงเย็น เกดนั้นได้ไปส่งทุกคนที่จังหวัดสระแก้วก่อน แล้วจึงค่อยเดินทางต่อไปยังจังหวัดระยอง กะเวลาเอาไว้ว่าประมาณสักเที่ยงคืนก็น่าจะถึงบ้านที่จังหวัดระยอง

ในระหว่างการเดินทาง ถนนตรงช่วงเขาใหญ่นั้นรถติดมาก ติดอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ทุกคนต่างก็เพลียหลับกันไปหมด เหลือเพียงแค่เกดกับแฟนเพียงสองคน ทั้งคู่ก็หาเรื่องมาคุยกันตลอดทางเพื่อที่แฟนนั้นจะได้ไม่ง่วง

จนกระทั่งมาถึงจังหวัดสระแก้ว ตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี ในตอนแรกแม่ของเกดก็อยากจะให้ทั้งคู่นอนค้างที่บ้านของแม่ก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางกลับระยองก็ได้ แต่ว่าทั้งคู่ไม่สามารถค้างคืนได้เนื่องจากว่าต้องกลับไปช่วยคุณแม่ของแฟนเปิดร้าน เพราะว่าที่บ้านของแฟนนั้นคุณแม่เขาเปิดร้านจำหน่ายเคมีภัณฑ์ด้านเกษตรกรรมทุกชนิด ทั้งสองเลยต้องรีบกลับเพื่อที่จะไปช่วยคุณแม่แฟนเปิดร้านแต่เช้าตรู่

เกดกับแฟนก็เดินทางต่อ ออกจากจังหวัดสระแก้วมาก็ประมาณเที่ยงคืนกว่ากำลังจะตีหนึ่ง โดยใช้เส้นทาง ระยอง-จันทบุรี พอมาถึงจันทบุรีฝนก็ตก แต่ว่าไม่ได้ตกแรงเท่าไหร่นัก ทั้งสองจึงเดินทางต่อเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง

ระหว่างทางช่วงนั้นจะมีปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ อยู่ปั๊มหนึ่งซึ่งจะอยู่เลนฝั่งตรงข้ามของรถที่กำลังแล่นอยู่ คือต้องไปยูเทิร์นรถเพื่อเข้าปั๊ม ส่วนถนนตรงบริเวณนั้นก็จะมีเกาะกลาง แฟนก็บอกว่าอยากจะขอพักรถและเข้าห้องน้ำสักหน่อยเพราะปวดท้องมาก ส่วนตัวเกดเองนั้นก็นั่งหลับสัปหงกมาก็หลายรอบ แฟนก็ต้องคอยเรียกให้ตื่นมานั่งเป็นเพื่อนกันตลอดทาง ลงไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อยก็คงดี

จนกระทั่งในช่วงที่กำลังจะถึงปั๊ม ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะจู่ๆ แฟนของเกดก็ไม่ยอมเลี้ยวรถ ขับผ่านยูเทิร์นไปเฉยๆ เลย เกดก็เลยถามแฟนว่าทำไมไม่เลี้ยวกลับรถ แฟนของเกดก็นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“เดี๋ยวถึงบ้านก่อน จะเล่าอะไรให้ฟัง”

แต่ด้วยความอยากรู้ เกดจึงคาดคั้นให้แฟนบอกมาว่าตกลงแล้วมีอะไรกันแน่ แฟนจึงเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะถึงยูเทิร์นเลี้ยวเข้าปั๊ม เขาเห็นผู้ชายสองคน และแน่ใจว่าต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ ชายสองคนนั้นกำลังเดินจูงมือกันอยู่บนเกาะกลางถนน แต่ว่าทั้งคู่นั้นไม่มีหัว! และชายคนที่เดินนำหน้าก็ถือพวงมาลัยรถยนต์ไว้ในมือ!!

พอแฟนเห็นแบบนั้นจึงขับเลยมา ภาพที่เห็นทำให้เขาคิดว่ามุ่งหน้ากลับบ้านเลยจะดีกว่า

ในระหว่างที่คนทั้งคู่กำลังคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าตกลงแล้วมันคืออะไรกันแน่ คนหรือผี แล้วทั้งคู่ก็ได้เห็นถนนตรงทางด้านหน้ามีรถของหน่วยกู้ภัยจอดอยู่ตรงเกาะกลาง และกำลังช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุอยู่ ภาพที่ทั้งคู่ได้เห็นก็คือ มีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งสภาพยับเยิน รถคันนั้นพลิกตะแคงตรงฝั่งคนขับอยู่ตรงเกาะกลางถนน

แฟนของเกดไม่ได้สนใจที่จะมองสักเท่าไหร่ เพราะยังคงช็อกกับสิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้ เขาจึงมองตรงไปทางถนนด้านหน้า แต่ว่าตัวเกดเองนั้นตั้งใจดูภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ชนิดที่ว่าเหลียวหลังตามไปมอง แล้วเกดก็เผลอหลุดปากทักออกไปว่า

“โห! กระจกแตกเกลี้ยงเลย ยับขนาดนี้คนขับจะรอดเหรอ” แล้วเกดก็หันกลับมานั่งในท่าปกติ

ผ่านไปเพียงแค่ชั่วอึดใจหลังจากที่เกดทักออกไป พลันก็มีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับตามมาและกำลังจะขับแซงขึ้นไป เกดจึงมองไปที่กระจกมองหลัง แล้วภาพที่เห็นทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว เวลานี้เกดไม่กล้ามองไปด้านข้างรถเพราะกลัวว่าจะเจอภาพที่ไม่คาดคิด เธอเลยได้แต่นั่งตัวเกร็ง ไม่พูดไม่จา แฟนเห็นผิดสังเกตก็เลยถามขึ้นมาว่า

“เป็นอะไร ทำไมอยู่ดีๆ ก็เงียบไป”

“พี่! เห็นรถเก๋งที่พึ่งแซงเราไปเมื่อกี้ไหม คันสีดำๆ น่ะ กระจกแตกทั้งคันเลย!!”

แล้วแฟนก็มองซ้ายมองขวาก่อนจะบอกว่า “หือ? รถไหน ไม่เห็นมีสักคันเลย…”

พอได้ยินแบบนั้นเกดถึงกับช็อกหนักเข้าไปอีก ขนลุกซู่ รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ คล้ายจะเป็นลม รู้แล้วว่าโดนผีหลอกมันเป็นยังไง เกดมั่นใจว่ารถที่เพิ่งจะแซงไปนั้น มันเป็นคันเดียวกับที่พลิกอยู่กลางถนนเมื่อกี้อย่างแน่นอน ส่วนชายไร้หัวทั้งสองที่เดินถือพวงมาลัยรถอยู่บนเกาะกลางถนน แฟนอาจจะปรับจูนไปเห็นวิญญาณทั้งสองเข้าพอดี

แฟนกับเกด สองคน สองเหตุการณ์ แต่เรื่องราวประจวบเหมาะกันพอดี ไม่แน่ว่าชายหัวขาดทั้งสองอาจเป็นคนที่อยู่ในรถเก๋งสีดำคันนั้นก็เป็นได้ และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

error: Content is protected !!