ปอบแม่ชีที่สารคาม | เรื่องเล่าเขย่าขวัญ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม เมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา คุณย่ารับ “ปาง” มาเลี้ยงดูที่หมู่บ้านนี้ตั้งแต่ยังเด็ก ทุกๆ เย็นปางกับเพื่อนๆ มักจะมารวมกลุ่มเตะบอลกันเป็นประจำ

เย็นวันหนึ่งหลังจากเล่นบอลกันจนเหนื่อย ปางกับคนอื่นๆ ก็ได้ไปหาซื้ออะไรมาดับกระหาย โดยในกลุ่มจะมีเพื่อนรุ่นพี่สามคนและเพื่อนรุ่นเดียวกับปางอีกสามคน

แต่วันนั้นมีรุ่นพี่คนหนึ่งนึกพิเรนทร์ ซื้อเหล้ามานั่งดื่มด้วย พอเมาได้ที่ รุ่นพี่ก็นึกคะนอง เขียนชื่อของตนเองที่ข้างขวดเหล้า แล้วท้าพวกของปางให้เอาเหล้าขวดนี้ไปวางไว้ที่ต้นฉําฉาหลังโรงเรียนเก่า ถ้าทำได้จะให้เงินห้าร้อยบาท ซึ่งตอนแรกก็ไม่มีใครกล้ารับคำท้า แต่ปางก็พูดกล่อมเพื่อนว่า

“เงินตั้งห้าร้อยนะเว้ย”

คุยกันไปคุยกันมาสรุปว่า เพื่อนทั้งสองคนก็เอาด้วย จึงตอบรับคำท้าของรุ่นพี่ รุ่นพี่ก็ควักแบงค์ห้าร้อยออกมา แล้วพูดว่า

“นี่เงิน พวกมึงเอาขวดไปวางไว้ แล้วกลับมาเอาเงิน พรุ่งนี้พวกกูจะไปดู”

ที่ตั้งโรงเรียนเก่าอยู่ห่างจากจุดที่นั่งตอนนี้ประมาณหนึ่งกิโลเมตร หลังโรงเรียนจะเป็นสวนต้นยูคาลิปตัส มีซอยเล็กๆ ตัดเข้าไปในสวน ลึกเข้าไปในซอยประมาณห้าร้อยเมตรจะมีต้นฉำฉาอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งอยู่ท้ายซอยพอดี เลยออกไปจะเป็นทุ่งนา

ช่วงเวลาโพล้เพล้ ปางกับเพื่อนอีกสองคน ขี่มอเตอร์ไซค์อ้อมไปข้างๆ โรงเรียน จนมาถึงถนนเส้นหลังโรงเรียน จากนั้นก็ขี่รถเข้าไปในซอยเล็กๆ ที่มีแต่ต้นยูคาลิปตัสขนาบทั้งสองข้างทาง เงาไม้บดบังแสงอาทิตย์ยามเย็นจนแทบมองไม่เห็นหน้ากัน

ปางกับเพื่อนจอดมอเตอร์ไซค์ก่อนจะถึงต้นฉำฉาประมาณหนึ่งร้อยเมตร ลงเดินเท้ากันเข้าไปทั้งสามคน เนื่องจากพื้นดินเป็นหลุมโคลนจึงไม่สามารถเอารถลุยเข้าไปได้

บรรยากาศเงียบสนิทจนมันดูวังเวงชอบกล ในระหว่างที่กำลังเดินกันอยู่ หูก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังอยู่ในป่ายูคาลิปตัสทางซ้ายมือ ลักษณะเหมือนเสียงใบไม้หล่น และคล้ายๆ เสียงคนเดินเหยียบใบไม้

สวบ…สวบ…สวบ…

ทุกคนหันไปมองแต่ก็ไม่พบอะไร ทั้งสามคนจึงพากันเดินต่อจนถึงต้นฉำฉา ต้นฉำฉาต้นนี้เป็นต้นที่ใหญ่มาก แผ่กิ่งก้านปกคลุมไปทั่วบริเวณ ขณะที่ปางกำลังจะเอาขวดเหล้าลงไปวางแถวๆ โคนต้น เสียงแปลกๆ ก็ดังขึ้นอีก

สวบ…สวบ…สวบ…

แต่คราวนี้เสียงมันดังขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงกิ่งไม้หักดัง แป๊ก! ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว แต่ก็ยังไม่พบอะไร ปางกำลังจะหันกลับมาที่ต้นฉำฉา ปรากฏว่ามีเสียงๆ หนึ่ง ดังขึ้น

“พวกมึงมาทำอะไรกัน!”

เสียงนั้นเป็นเสียงของผู้หญิงสูงอายุ ทุกสายตาจับจ้องไปทางต้นเสียง แต่ก็เห็นเพียงแค่ต้นยูคาที่ขึ้นเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ทุกคนเริ่มใจไม่ดี เริ่มขยับเข้ามายืนชิดติดกัน ปางพยายามเพ่งมองเข้าไปในป่า สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

สวบ…สวบ…สวบ…

จนเจ้าของเสียงโผล่ออกมาจากดงต้นยูคา ปรากฏเป็นแม่ชีอายุประมาณเจ็ดสิบปี ผมขาวทั้งหัว ใบหน้าซูบผอม และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ แม่ชีนั้นตาเป็นประกาย ไม่ต่างอะไรจากตาของสัตว์ล่าเนื้อเลยแม้แต่น้อย ลูกกะตาใหญ่กว่าคนปกติ ม่านตาเว้าโค้งเป็นวงลี ยืนจ้องนิ่งๆ มองมาทางพวกของปาง แล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า

“มึงมากันทำไม…จะมาอยู่กับกูเหรอ!”

เขาถึงกับขนลุกซู่ เพราะแน่ใจแล้วว่าคงไม่ใช่คนแน่นอน ถ้ายังขืนอยู่ต่อมีหวังคงได้นอนอยู่ใต้ต้นยูคาเป็นแน่ พอคิดได้แบบนั้นก็รีบวิ่งเตลิดกลับออกไปทางเดิม โดยมีเพื่อนวิ่งตามหลังมาติดๆ และทิ้งมอเตอร์ไซค์ไว้กลางป่า

จนออกมาถึงหน้าปากซอยหลังโรงเรียน ปางกับเพื่อนๆ นั่งหายใจหอบเหมือนคนใจจะขาด เขาเหลือบมองเข้าไปในป่ายูคาที่ผุดขึ้นซ้อนกันจนเหมือนกำแพงยักษ์ ปรากฏว่าเห็นแม่ชียืนแอบอยู่หลังต้นยูคาตั้นหนึ่ง โผล่ออกมาครึ่งตัว จ้องมาทางปาง แสยะยิ้มกว้างจนหน้ากลัว

ปางใจหายวาบ รู้สึกเสียวสันหลัง คิดในใจว่านี่ยังหนีไม่พ้นมันอีกเหรอ ไวเท่าความคิด เขารีบวิ่งออกไปจากที่ตรงนั้นทันที เพื่อนก็คงจะเห็นเหมือนๆ กัน เพราะต่างร้องโวยวายเหมือนคนสติแตก จนมารวมกันอยู่ที่บ้านของปาง

จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดคือ มีแม่ชีอยู่ท่านหนึ่ง ท่านได้ธุดงค์มาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ แล้วได้ไปปักกลดอยู่หลังโรงเรียนเก่า หลังจากนั้นก็มีชาวบ้านเข้าไปกราบไหว้กันหลายคน ท่านก็ใบ้หวยให้กับชาวบ้านเหล่านั้น

ปรากฏว่าชาวบ้านถูกหวยติดต่อกันสิบงวด ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านเข้าไปกราบไหว้ขอหวยเพื่มมากขึ้นทุกวัน แต่ระยะหลังๆ กลับมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้น มีชาวบ้านที่ออกไปจับกบจับเขียดตอนดึกๆ เห็นแม่ชีท่านนี้เดินรอบๆ หมู่บ้าน เมื่อมีชาวบ้านถาม ท่านก็บอกว่ามาเดินจงกรม

ต่อมาผู้ชายในหมู่บ้านก็เริ่มเสียชีวิตลงอาทิตย์ละคน ล่าสุดเป็นศพที่ห้าแล้ว สาเหตุคือไหลตายทั้งหมด มีตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงคนแก่ ตอนนั้นคนในหมู่บ้านคิดว่าเป็นผีแม่หม้าย แต่หมอธรรมในหมู่บ้านกลับบอกว่าไม่ได้เป็นเพราะผีแม่หม้าย หมอธรรมบอกให้ชาวบ้านลองอุ้มไก่เดินเข้าไปคุยกับแม่ชี แล้วลองเอาไก่มาแล่เนื้อดู ชาวบ้านก็ทำตาม

แต่หลังจากที่คุยกับแม่ชีเสร็จแล้วเดินกลับมาถึงบ้าน ปรากฏว่าไก่ตายทันที ชาวบ้านลองเอามีดมาแล่เนื้อดู ก็พบว่าเครื่องในแหลกละเอียด เหมือนถูกขย้ำจนเละ ชาวบ้านที่รู้เรื่องต่างพากันกลัว จนสุดท้ายต้องรวมตัวกันไปขับไล่แม่ชี

แต่พอไปถึงที่ป่ายูคาก็ไม่พบวี่แววของแม่ชี คิดว่าคงจะเดินธุดงค์ไปที่อื่นแล้ว แต่ชาวบ้านที่ออกหาจับกบตอนกลางคืนมักจะเห็นแม่ชีเดินอยู่รอบๆ หมู่บ้าน แต่พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แม่ชีจะหายตัวไปทุกครั้ง เด็กที่เข้าไปเล่นกันในโรงเรียนเก่าก็มักจะเห็นแม่ชีเดินลับๆ ล่อๆ อยู่ในป่ายูคาลิปตัสหลังโรงเรียน ชาวบ้านลองเดินเข้าไปตรวจดูอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่พบอะไร…

และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

error: Content is protected !!