“ศพสยอง” พุทธมณฑลสาย 4

ตอนที่เขียนอยู่นี่ผมยังขนลุกเกรียวอยู่เลยครับ เพราะนั่งเขียนอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ผมอยู่คนเดียวเสียด้วย แล้วหมามันก็เริ่มหอนกันอีกแล้วล่ะสิ พอได้เวลาตีหนึ่งครึ่งทีไรมันก็เป็นต้องโก่งคอหอน บรรเลงเสียงโหยหวนรับกันเป็นทอด ๆ ทุกคืนเลย

เมื่อก่อนไม่มีหรอกนะครับ ไอ้เสียงพวกนี้น่ะ แต่มันเริ่มตั้งแต่เมื่อสี่ถึงห้าเดือนก่อน หลังวันที่มีผู้ร้ายใจชั่วมันเอาศ พผู้หญิงคนหนึ่งมาทิ้งในพงหญ้ากลางซอย ห่างบ้านที่ผมอาศัยไปแค่ห้าสิบเมตรเท่านั้นเองครับ คิดแล้วสยอ งจริง ๆ

ซอยนี้อยู่ที่พุทธมณฑลสายสี่ ดูไปก็ไม่ค่อยเปลี่ยนหรอก มีบ้านปลูกติด ๆ กันไป ตอนหัวค่ำก็สว่างดี ตรงที่มันเอาศ พมาทิ้งเป็นทางโค้งและเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีต้นโพธิ์ใหญ่ที่ชาวบ้านชอบนำศาลเจ้าหรือศาลพระภูมิที่เขารื้อถอนแล้วมากองสุมไว้เต็ม หลังต้นโพธิ์มีพงหญ้าขึ้นสูงเกือบท่วมหัว

ที่ตรงนี้เป็นผืนเดียวแหละครับที่รกร้าง ยังไม่มีเจ้าของมาถากถางเพื่อสร้างบ้าน บริเวณโดยรอบน่ะมีบ้านเรือนขึ้นหมดแล้ว

น่าแปลกที่คืนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่ามันเอาศ พมาทิ้ง มีแต่พวกวัยรุ่นประจำซอยเห็นว่า เวลาราวตีหนึ่งครึ่งมีรถเก๋งคันหนึ่งมาจอด แล้วผู้ชายสองคนช่วยกันยกอะไรก็ไม่รู้ไปโยนในป่าหญ้า ประสาวัยรุ่นก็ไม่ได้สนใจอะไร ไฟถนนตรงนั้นก็ดับ มันเลยมืดมากด้วย

คืนถัดมา พวกเราคือ ผม เมียผมและลูกชายที่โตเป็นหนุ่มกำลังจะเข้านอน เรานอนดึกทุกคืนครับ ลูกชายเรียนภาคค่ำที่ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้า แต่พอจวน ๆ ตีสองเราก็พากันเข้านอน ทันใดนั้น มีเสียงเสียดอากาศยามวิกาลดังแว่วมาเข้าหูพวกเรา มันคล้ายเสียงผู้หญิงร้องหวีด ลากยาวอย่างโหยหวน

ผมรู้สึกไม่ดีเลยที่ได้ยินอะไรแบบนี้ แต่อึดใจต่อมาก็รู้ว่านั่นเป็นเสียงหมาหอน เมียผมยังบ่นว่าใครทำอะไรหมาน่ะ มันถึงแผดเสียงน่ากลัวอย่างนั้น พักใหญ่ต่อมามันก็ร้องอีก แต่คราวนี้ตัวอื่นผสมโรงด้วยเป็นสิบ ๆ ตัวเลย จากนั้นมาก็เป็นแบบนี้ทุกคืน เวลาเดิม เตรียมอุดหูได้เลย

เล่าย้อนกลับไปสี่เดือนก่อนนะครับ คืนแรก ๆ ที่หมาหอนเราไม่ได้คิดอะไรมาก เรื่องของหมามัน แต่กลิ่นนี่สิครับ หลังจากที่เด็กวัยรุ่นเห็นรถเก๋งเอาของมาทิ้งได้สามถึงสี่วัน เราก็ได้กลิ่นตลบอบอวล ถึงได้เจอศ พที่น่าสงสาร ศ พนั้นเป็นผู้หญิงเปลือ ยเปล่า รูปร่างสูงโปร่ง ก่อนอืดเธอคงสวยน่าดู ผิวขาวเป็นหยวก ผมสีออกน้ำตาลหยาบ ๆ ยาวถึงเอว

น่าสยอ งที่สุดคือใบหน้าถูกทุบจนเละ จำไม่ได้ นิ้วมือนิ้วเท้าก็ถูกทุบเละจนเลือ ดเปรอะกรัง ตำรว จบอกว่าท่าจะถูกทรมา นอะไรสักอย่าง ตามหน้าแข้งและท้องน่องมีรอยเหมือนถูกเหล็กแหลมทิ่มแทง

สรุปว่า จนป่านนี้เราก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ถูกฆ่ าเพราะอะไร แต่เข้าใจว่าเธอไม่ใช่คนไทย ลักษณะเหมือนพวกจีนฮ่อ สาเหตุที่โดนฆา ตกรรมอาจเพราะชู้สาว หรือไปขัดผลประโยชน์ใครเขาเข้า

ชาวบ้านบอกว่า เสียงโหยหวนทุกคืนตอนตีหนึ่ง อาจเป็นเสียงร้องของผีผู้หญิงคนนี้ก็ได้ ฟังแล้วก็อดเชื่อไม่ได้ แต่อยากให้พวกคุณได้ยินกันเสียจริง ๆ

น่าสงสารเธอเหลือเกิน แต่ซอยเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี การไฟฟ้ามาติดไฟให้แทนดวงที่ดับ พวกวัยรุ่นเคยกร่างกวนประสาทชาวบ้านก็หายซ่ากันหมด รีบกลับเข้าบ้านไปหาแม่แต่หัวค่ำ ลูกชายผมก็กลับเร็วกว่าปกติ เลิกเรียนสามทุ่ม พอสี่ทุ่มก็มานั่งหน้าแหลมดูทีวีอยู่กับพ่อกับแม่แล้วครับ

เขาลือกันว่ามีคนเห็นผู้หญิงผมยาวมาก ยืนขาวโพลนอยู่ในพงหญ้า เป็นผีไม่มีหน้า ร้องโหยหวนอย่างที่เราได้ยินกันประจำนั่นแหละ คนที่เห็นน่ะย้ายบ้านหนีไปแล้ว ผมเลยไม่มีโอกาสถามว่าเห็นจริง ๆ หรือเปล่า หรือแค่ตาฝาดไปเอง

นี่ก็เลยตีหนึ่งไปแล้ว หมามันบรรเลงเพลงสยอ งราวห้านาทีก็เงียบกริบ เหลือแต่เสียงจิ้งหรีด แมลงกลางคืนมันกรีดปีกกันระงม เงียบไปราวกับกลางดึกในป่าช้า แล้วกลับเซ็งแซ่ขึ้นมาใหม่จนน่าสะดุ้งผวา บรรยากาศมันชวนให้เสียวสันหลังจริง ๆ ครับ

ลูกกับเมียผมไปพัทยาพรุ่งนี้ถึงจะกลับ ผมอยู่คนเดียว ตอนแรกก็ว่าจะไม่กลัวหรอก แต่ตอนนี้เริ่มหนาว ๆ พิกล ฝนก็ตกพรำ ๆ ทั้งหดหู่ ทั้งชวนให้เยือกเย็นหัวใจยังไงก็ไม่รู้ เหมือนเป็นบรรยากาศของความต าย ของป่าช้า ของผู้ที่หมดลมหายใจ ถูกฝังให้ทอดร่างรอการเน่าเปื่อย หรือตกเป็นเหยื่อของสัตว์เลื้อยคลานที่จะรุมกันกัดกินจนเหลือแต่กระดูกผุพังในท้ายที่สุด

…แต่ผู้ที่อยู่ในหลุมศ พก็อาจจะลืมตาโพลง แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าราวกับมีชีวิตอีกครั้ง!

ผมปิดหน้าต่างที่เปิดไปทางถนนในซอยเสียสนิท ไม่กล้ามองออกไปทางนั้น กลัวเห็นร่างขาว ๆ มาเดินหรือลอยผ่านไปช้า ๆ ต่อหน้าต่อตาจนอาจช็อกต ายเอาง่าย ๆ

โอ๊ย! ไม่เอาแล้วครับ หลอกตัวเองอยู่ได้ ผมอยากจะเขียนมาเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมขอจบแค่นี้ก่อนดีกว่า ขอตัวลาไปคลุมโปงก่อนละครับ

error: Content is protected !!